6. ตลาดห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ – ตอนที่ 96
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 6 พฤศจิกายน 2569
- Tweet

1. กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (The Universal Coverage Scheme: UCS) หรือ สิทธิ์บัตรทอง (Gold card) หรือ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เริ่มในปี พ.ศ. 2545 บริหารโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถือเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ให้สิทธิในการรักษาพยาบาล แก่ประชาชนทั่วไปแบบไม่มีข้อจำกัด (Unlimited) ครอบคลุมประชากรเกือบ 80 ทั่วประเทศ
ผู้ใช้บัตรทองส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย (Low-income earners) ผู้ทำงานนอกระบบผู้สูงอายุ (Elderly) และบุคคลที่ไม่เข้าเกณฑ์ใช้บริการในกองทุนประกันสุขภาพ (Health security fund) อื่นๆ โดยรัฐเป็นทั้งผู้จัดหา (Procure) บริการทางการแพทย์ผ่านโรงพยาบาลรัฐและสถานพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร (Partnership) ในโครงการ
2. กองทุนประกันสังคม (The Social Security Scheme: SSS) เป็นระบบสวัสดิการสังคม (Social welfare) เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2533 บริหารโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน (Ministry of Labor) มีขนาดใหญ่ อันดับ 2 รองจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้การดูแลกับสมาชิก (Members) ในกองทุนที่เรียกว่า “ผู้ประกันตน” (Self-insured)
กองทุนดังกล่าวครอบคลุม (Cover) 10 ของประชากรทั้งหมด งบประมาณได้มาจากการจ่ายเงินสมทบเข้า (Contribute) กองทุนจาก 3 ฝ่ายคือ ผู้ประกันตนเอง, นายจ้าง (Employers) และรัฐบาล โดยสมาชิกสามารถใช้บริการสถานพยาบาล ได้ทั้งของรัฐและเอกชนที่ร่วมโครงการ โดยสานักงานฯ ใช้วิธีเหมาจ่าย (Managed care) ให้กับโรงพยาบาลตามจำนวนผู้ประกันตนที่ขอเข้าใช้สิทธิในโรงพยาบาลในแต่ละปี
3. กองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ (The Civil Servant Medical Benefit Scheme: CSMBS) เป็นกองทุนสวัสดิการที่รัฐจัดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 โดยใช้เงินภาษี (Tax fund) สมทบเข้า กองทุนและให้สิทธิข้าราชการเบิกค่ารักษาพยาบาลให้แก่บุคคลในครอบครัวได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสมทบใดๆ ครอบคลุมผู้ใช้บริการเกือบ 10% ของประชากรทั่วประเทศ โดยสามารถใช้บริการได้ทั้ง สถานพยาบาลรัฐและเอกชน
3.2.2 อุปสรรคและความเสี่ยงทางธุรกิจ (Threat)
- ต้นทุนของกิจการสูงจากการใช้เครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีระดับสูง (Advanced diagnosis equipment) รวมถึงต้องใช้บุคคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialty staff)
- กฎระเบียบภาครัฐ อาทิ การนำยา, เวชภัณฑ์ (Medical supplies), และค่าบริการ (Service charge) เข้ามาอยู่ในบัญชีสินค้าและบริการควบคุม (Control) เป็นข้อจำกัด (Limitation) ในการปรับขึ้นค่าบริการ ซึ่งกระทบ (Impact) ต่อผลประกอบการ (Performance) ของ หน่วยงานเอกชนในระยะต่อไป การเปลี่ยนแปลงนโยบาย (Policy change) ด้านสุขภาพของกองทุนฯ จึงอาจกระทบผล การดำ เนินงานของธุรกิจได้
- กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งขยายการลงทุน (Investment) อย่างต่อเนื่องและมีโรงพยาบาลรัฐ ที่พัฒนาบริการสู่มาตรฐาน (Standard) เดียวกับเอกชน และมีข้อได้เปรียบ (Advantages) ด้านชื่อเสียงเทคโนโลยี และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น โรงพยาบาลปิยมหาราชการุณย์ ในเครือโรงพยาบาลศิริราช และศูนย์การแพทย์ สมเด็จพระเทพรัตน์ของ โรงพยาบาลรามาธิบดี
แหล่งข้อมูล –