7. ตลาดศูนย์บริการทางรังสี – ตอนที่ 82

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม (Equality) ของการจัดระบบบริการขั้นพื้นฐาน (Basic services) ที่สามารถนำไปสู่การต่อยอด (Build on) สู่ระดับสากล จึงร่วมมือกับภาคีเครือข่าย (Network) ที่สำคัญ อันได้แก่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (Office of Atoms for Peace: OAP), กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (Department of Health Service Promotion), กรมการแพทย์ (Medical Department), สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (Healthcare Accreditation Institute) และสมาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งประเทศไทย (Nuclear Medicine Society of Thailand)

ความร่วมมือ (Collaboration) ดังกล่าว เริ่มต้นด้วยจัดทำ “มาตรฐานระบบการบริการทางรังสีการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์” ขึ้น เพื่อให้หน่วยงานและบุคลากรทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ มีแนวทางที่ชัดเจน (Clear guidelines) ในการจัดระบบบริการ ตามหลักวิชาการ (Academic) ที่เหมาะสม (Appropriate) กับบริบท (Context) ของประเทศไทย  

มาตรฐานระบบการบริการทางรังสีการแพทย์ ด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์นี้ สามารถใช้ประกอบการวางแผน (Planning) การจัดตั้ง (Establishment) และการบริหาร (Management) หน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์ทั้งในภาครัฐ (Public) และภาคเอกชน (Private) ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินงานภายใต้กฎหมาย (Law), ระเบียบ (Rules and regulations), และแนวปฏิบัติที่นำไปสู่การให้บริการ ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยทางรังสี (Imaging safety)

นอกจากนี้ การดำเนินการตาม (Compliance) มาตรฐานนี้ นับว่าเป็นขั้นตอนแรก (Initial step) ที่สำคัญ ในการพัฒนาระบบคุณภาพ (Quality system)J ด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ของประเทศไทย ตามคำแนะนำ (Recommendation) ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA)

โดยมีการนำเกณฑ์มาตรฐานการจัดการคุณภาพในการให้บริการด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์  (Quality Management Audits in Nuclear Medicine Practices: QUANUM) บางส่วนมาประยุกต์ใช้ ผ่านการสร้างทีมพัฒนาคุณภาพด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดยมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งประเทศไทย เป็นแกนกลาง (Core)

ในความพยายามยกระดับ (Raise) คุณภาพและความปลอดภัย ทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ของไทย ให้เป็นที่ยอมรับ (Acceptable) นำไปสู่การเป็นศูนย์กลาง (Center) การบริการทางการแพทย์ในระดับสากล (International level)

ปัจจุบันการใช้พลังงานนิวเคลียร์และรังสี เพื่อการวินิจฉัย (Diagnosis) และการรักษาโรค (Treatment) มีความสำคัญและนำไปใช้กันอย่าง แพร่หลาย (Widespread) ประเทศไทยมีการเพิ่มขึ้นของหน่วยบริการรังสีวินิจฉัยและรังสีร่วมรักษา (Interventional radiology), รังสีรักษา (Radiotherapy), และ เวชศาสตร์นิวเคลียร์ (Nuclear medicine) อย่างรวดเร็วทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

เหตุผลก็คือพลังงานนิวเคลียร์และรังสีเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า (Naked eyes) หากเกิดข้อผิดพลาด (Mistake) ในการให้รังสีไปแล้ว ก็ไม่สามารถนำรังสีที่ให้ไปแล้วนั้นออกจากร่างกายได้  จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมกำกับ (Regulate) มาตรฐานของการใช้ประโยชน์ (Benefits) จากพลังงานนิวเคลียร์และรังสีทางการแพทย์

 แหล่งข้อมูล

  1. chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/http://www.thaisnm.org/download/NuclearMedicineStandard2568.pdf [2026, April 10].
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Radiology [2026, April 10].