8. ตลาดศูนย์กายภาพฟื้นฟู – ตอนที่ 86
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 21 มิถุนายน 2569
- Tweet

ในด้านเทคโนโลยี มีการนำเครื่องมือ เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG) มาใช้ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างมาก รวมถึงการตรวจการนำกระแสประสาท (Nerve-conduction studies) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ความสามารถในการประเมิน (Assessment) กิจกรรมทางไฟฟ้าของร่างกายและระบบกล้ามเนื้อ (Muscle) ช่วยให้เข้าใจแหล่งที่มา (Sources) ของความเจ็บปวดและสาเหตุได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการวินิจฉัย (Diagnosis) โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนแรง (Frail) หรืออัมพาต (Paralysis) นอกจากนี้ การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ก็เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป
การพัฒนาวิชาชีพ (Professional development)
ในสหรัฐอเมริกา การฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน (Resident) สาขาเวชศาสตร์กายภาพและฟื้นฟูใช้เวลาทั้งหมด 4 ปี (PGY1–4) โดยรวมปีแรกที่เป็นการฝึกอบรมทางอายุรกรรม (Internal medicine) ทั่วไป ปัจจุบันมีโปรแกรมฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองจำนวน 112 แห่ง และมีโปรแกรมเฉพาะทาง (Specialty) ด้านกุมารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Pediatric rehabilitation) อีก 4 แห่ง
รายละเอียดของการฝึกอบรม (Training details) อาจแตกต่างกันไปในแต่ละโปรแกรม แต่แพทย์ประจำบ้านทุกคนต้องได้รับทักษะพื้นฐานเหมือนกัน โดยจะได้รับการฝึกในผู้ป่วยใน เช่น การดูแลผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บไขสันหลัง, การบาดเจ็บสมอง, โรคหลอดเลือดสมอง, การบาดเจ็บทางออร์โธปิดิกส์, มะเร็งสมองพิการ (Cerebral palsy), แผลไหม้ (Burn), การฟื้นฟูในเด็ก, และภาวะพิการอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกในผู้ป่วยนอก เพื่อดูแลโรคเรื้อรังที่ยังคงอยู่หลังจากออกจากโรงพยาบาล (Discharge) ระหว่างการฝึกแพทย์ประจำบ้าน จะได้รับการสอนการทำหัตถการวินิจฉัย (Diagnostic procedure) เช่น EMG การตรวจการนำกระแสประสาท รวมถึงหัตถการต่างๆ เช่น การฉีดยาเข้าข้อ และการฉีดจุดกดเจ็บ (Trigger-point injections)
อนุสาขา (Subspecialties)
ปัจจุบัน เวชศาสตร์กายภาพและฟื้นฟูมีอนุสาขาหลัก 6 สาขา ได้แก่
- เวชศาสตร์การบาดเจ็บสมอง (Brain-injury medicine)
- เวชศาสตร์ประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular medicine)
- เวชศาสตร์การบาดเจ็บไขสันหลัง (Spinal-cord injury medicine)
- เวชศาสตร์การกีฬา (Sports medicine)
- เวชศาสตร์ความปวด (Pain medicine)
- เวชศาสตร์ฟื้นฟูในเด็ก (Pediatric rehabilitation medicine)
นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมเฉพาะทางเพิ่มเติม (fellowship) ในด้านต่างๆ เช่น การฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็ง เวชศาสตร์กระดูกสันหลัง
และกล้ามเนื้อแบบแทรกแซง งานวิจัยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง เวชศาสตร์ประสาทและกล้ามเนื้อ โรคพาร์กินสันและความผิดปกติของการเคลื่อนไหว (Mobility), การจัดการภาวะกล้ามเนื้อเกร็ง (Spasticity), และเวชศาสตร์บาดแผล (Wound medicine)
โดยรวมแล้ว หลังจากสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต จำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรมเวชศาสตร์กายภาพและฟื้นฟูเป็นเวลา 4 ปี เพื่อเชี่ยวชาญในสาขาแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู (Physiatry)
แหล่งข้อมูล –
- https://kinrehab.com/about_us [2026, June 20].
- https://en.wikipedia.org/wiki/Physical_medicine_and_rehabilitation [2026, June 20].