3. ตลาดยา – ตอนที่ 74
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 30 ธันวาคม 2568
- Tweet

ข้อเสนอแนะ (Recommendations) ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนในวงการยา
ผู้ประกอบการสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้ (Applied) เพื่อให้ธุรกิจยาเติบโตอย่างมั่นคง สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
- ปรับปรุงโรงงานและเทคโนโลยี
-
- ปรับปรุง (Upgrade) เครื่องจักรและระบบ:ลงทุนกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในโรงงานผลิตยาและระบบควบคุมคุณภาพให้ทันสมัยตามมาตรฐานสากล (GMP-PIC/S)
- ใช้ระบบอัตโนมัติและดิจิทัล:เพื่อให้ผลิตได้เร็วขึ้น, ลดต้นทุน (Cost), และลดความผิดพลาด (Error)
- ลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า:ลองหาทางร่วมลงทุนผลิตวัตถุดิบยาเองในประเทศ หรือทำสัญญาระยะยาวกับผู้ขาย (Supplier) ที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เรามีวัตถุดิบใช้แน่นอน ไม่ต้องกังวลเรื่องราคาขึ้นลง (Price fluctuation)
- สร้างยาที่มีคุณค่าและแตกต่าง
-
- พัฒนายาเฉพาะทาง:ลองผลิตยาที่เจาะจง (Specific) โรคมากขึ้น เช่น ยารักษามะเร็ง (Cancer), ยาสำหรับโรคไม่พบบ่อย (Rare), หรือยาที่บริษัทยาใหญ่ๆ ไม่ค่อยสนใจ
- วิจัยยาสมุนไพร (Herb):พัฒนายาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ (Natural) ให้มีมาตรฐานและผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การทำแบบนี้จะช่วยให้เราไม่ไปแข่งเรื่องราคากับยาทั่วไปที่ราคาถูกกว่า
- ใช้ประโยชน์จากภาครัฐและหาเพื่อนร่วมงาน
-
- รับสิทธิประโยชน์จากรัฐ:ดูว่ามีโครงการส่งเสริมการลงทุน (Investment promotion) อะไรบ้างที่เราสามารถเข้าร่วมได้ เช่น BOI (= Board of Investment) ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมยาใน EEC (Eastern Economic Corridor = ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก)
- จับมือกับคนอื่น:ลองร่วมมือกับบริษัทยาต่างชาติ (Multi-national) ในการผลิตยา หรือวิจัยยาใหม่ๆ หรือจับมือกับมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยในประเทศเพื่อฒนานวัตกรรม (Innovation)
- พัฒนาคนของเราให้เก่งขึ้น
-
- ฝึกอบรมพนักงาน:ลงทุนในการสอนและพัฒนาทักษะให้พนักงาน (Staff skills) อยู่เสมอ เพื่อให้พวกเขามีความรู้ความสามารถ (Competency) ทันกับเทคโนโลยีใหม่ๆ
- สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ:หาที่ปรึกษา (Consultant) เก่งๆ ทั้งในและต่างประเทศ หรือร่วมมือ (Collaboration) กับผู้เชี่ยวชาญในมหาวิทยาลัย มาช่วยให้คำแนะนำและเติมเต็ม (Fulfill) ความรู้ที่ยังขาดอยู่
- ภาครัฐช่วยผลิตบุคลากร:ในภาพรวม ภาครัฐและสถาบันการศึกษาควรช่วยกันผลิตเภสัชกร นักชีววิทยา และนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical scientists) ให้เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมยาของประเทศไทยในปี ค.ศ. 2025 และต่อๆ ไป แม้จะเผชิญการแข่งขันและอุปสรรค (Barriers) หลากหลาย แต่หากสามารถบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ (Leverage) จากจุดแข็งของประเทศ (เช่น การสนับสนุนของรัฐ, ฐานผู้ป่วย (Patient base) ขนาดใหญ่, และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี) ได้อย่างเต็มที่ ก็มีแนวโน้ม (Trend) ที่จะเติบโตและยกระดับไปสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ชั้นนำในภูมิภาค (Regional leader) ได้อย่างยั่งยืน (Sustainably) ในอนาคต
แหล่งข้อมูล –
- https://www.pharmconnection.net/thailand-pharmaceutical-market-trends [2025, December 29]
- https://en.wikipedia.org/wiki/Pharmaceutical_industry [2025, December 29].