2. ตลาดผู้สูงอายุ – ตอนที่ 78
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 23 กุมภาพันธ์ 2569
- Tweet

1. ตลาดแข่งขันรุนแรง (Fierce competition) เพื่อแย่งชิงลูกค้าที่มีศักยภาพ (Potential) แม้ตลาดผู้สูงอายุ (Elderly) จะมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น (Accelerate) แต่ในช่วง 2 - 3 ปีแรกของการเจาะตลาด (Market penetration) ผู้สูงอายุ ขนาดตลาด (Market size) จะยังไม่ใหญ่มากตามจำนวนผู้สูงอายุไทยที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 23% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อย (Low income) ส่งผลต่อกำลังซื้อ (Purchasing power) ที่จำกัด (Limited)
ขณะที่ ผู้สูงอายุที่มีรายได้สูงส่วนใหญ่ พบว่ามักกระจุกตัว (Concentrare) อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (Metropolitan area) และภาคกลาง ทำให้ธุรกิจที่จะเข้ามาเป็นผู้เล่น (Player) ในตลาดนี้ อาจต้องเผชิญการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด (Market share) ที่เข้มข้น (Intensive) จากคู่แข่งทั้งในประเทศ (Domestic) และต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน และญี่ปุ่น
นอกจากการปรับตัว (Adjustment) ของธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ (Solution) ความต้องการของผู้สูงอายุแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องคำนึงถึง คือ การทำกลยุทธ์การตลาด (Marketing strategy) ไปที่ลูก-หลาน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผู้ตัดสินใจ (Decision-maker) ซื้อสินค้าและบริการแทนผู้สูงอายุ
โดยเน้นที่คุณภาพ (Quality) / มาตรฐาน (Standards) ของสินค้าและบริการ รวมถึงความคุ้มค่า (Worthiness) ด้านราคา (Pricing) เป็นหลัก
2. ธุรกิจมีต้นทุนในการปรับตัว (Adjustment cost) รองรับสังคมสูงวัย นอกเหนือจากต้นทุนหลักที่มีแนวโน้ม (Tendency) เพิ่มขึ้น โดยช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ธุรกิจจะมีต้นทุนส่วนเพิ่มจากการปรับสายการผลิต (Production line) / พัฒนารูปแบบ (Process development) สินค้าให้ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ
ตัวอย่างเช่น สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) ก็อาจต้องเพิ่มสารอาหาร (Nutrient) ที่เหมาะสม (Appropriate) กับวัย (Age) และโรค (Disease) ของผู้สูงอายุ, ปรับบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ให้ใช้เปิด-ปิดง่าย (Easy to turn on/off) เป็นต้น
รวมถึงบางธุรกิจที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-intensive) ในภาคเกษตร (Agriculture), การผลิต (Manufacturing) และการค้า (Trading) ที่อาจต้องมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน (Labor shortage) ที่จะรุนแรงในระยะข้างหน้า
การปรับตัวดังกล่าวจะยิ่งมีความยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม (Small and medium-sized enterprises: SMEs) ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน (Limited capital) ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้ประกอบการ SMEs ทั้งหมดราว 3.18 ล้านราย
โดยธุรกิจที่มีสัดส่วน SMEs สูง ได้แก่ ค้าส่ง/ค้าปลีก (Retail), การผลิต, ก่อสร้าง (Construction) และธุรกิจการเกษตร คิดเป็นสัดส่วน (Proportion) รวมกันราว 63% ของจำนวน SMEs ทั้งหมด ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ในธุรกิจเหล่านี้มีแนวโน้มเผชิญ (Confront) แรงกดดันด้านต้นทุน (Cost pressure) เพิ่มขึ้น
แหล่งข้อมูล –
- https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/Elderly-Spending-CIS3511-FB-2024-07-10.aspx [2026, February 22].
- https://en.wikipedia.org/wiki/Silver_economy [2026, February 22].