10. ตลาดประกันสุขภาพ – ตอนที่ 76
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 3 กุมภาพันธ์ 2569
- Tweet

ปัจจุบันบริษัททุกประเภท ยกเว้น บริษัทโฮลดิ้งจะอยู่ภายใต้กำกับการดูแล (Regulation) ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) [Office of Insurance Commission: OIC] โดย รายงานฉบับนี้ครอบคลุมเฉพาะ บริษัทประกันชีวิต (Life insurance) และ บริษัทประกันวินาศภัย (Property insurance)
ภาพรวมธุรกิจและการแข่งขัน (Overview and competition)
การแข่งขันสูงเนื่องจากมีบริษัทประกันภัยจำนวนมาก (Numerous) บริษัทประกันชีวิตปัจจุบันประกอบด้วย 21 บริษัท (จากเดิมมี 22 บริษัทหลังจากที่บริษัท เอฟดับบลิวดี (FWD) ประกันชีวิต ควบรวมกับ บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต) ขณะที่กลุ่มธุรกิจประกันวินาศภัย ประกอบด้วย 48 บริษัท ในจำนวนนี้รวมสาขาของบริษัทประกันภัย ต่างประเทศ 4 บริษัท
บริษัทประกันภัยทั้งอุตสาหกรรม (Insurance industry) ได้รับเบี้ยประกัน (Premium) ทั้งสิ้น 9.41 แสนล้านบาทในปี ค.ศ. 2567 เติบโต (Growing) 2.4% จากปีก่อน แบ่งเป็นเบี้ยประกันชีวิต 6.54 แสนล้านบาท ขยายตัว (Expand) 3.2% และเบี้ยประกันวินาศภัย 2.87 แสนล้านบาท ทรงตัว (Stabilize) เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยบริษัทประกันชีวิต ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 5 อันดับแรก มีส่วนแบ่งตลาด (Market share) 71% เบี้ยประกันภัยรับส่วนใหญ่เป็นเบี้ยประกันสะสมทรัพย์ (Endowment) โดยมีสัดส่วน (Proportion) 43% ของเบี้ยประกันภัยรับรวมในปี ค.ศ. 2567
ส่วนบริษัทประกันวินาศภัยที่ ได้รับเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง (Direct premium) รวม 5 อันดับแรก มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 50% เบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่เป็นประกันภัยรถ โดยสมัครใจ (Voluntarily) มีสัดส่วน 49% ของเบี้ยประกันวินาศภัย อย่างไรก็ตาม
แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจประกัน สัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม (Gross domestic product: GDP) ยังอยู่
ตามรายงานของ คปภ. ณ สิ้นปี พ.ศ. 2567 สัดส่วนเบี้ยประกันภัยต่อ GDP ของประเทศไทย อยู่ที่ 5.0% ของ GDP (กลุ่มประกันชีวิต 3.5% และกลุ่มประกันวินาศภัย 1.5%) ปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มอัตราการเข้าถึง (Access) ประกันภัย ได้แก่ Insurtech หรือความร่วมมือ ระหว่างบริษัทประกันกับสถาบันการเงินผ่านสาขา
ตัวอย่างเช่น ธนาคารเคลื่อนด้วยมือถือ (Mobile banking), ร้านค้าปลีก ขายผ่าน แพลตฟอร์ม พาณิชอิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ที่ทำให้ลูกค้าเข้าถึงประกันภัยได้มากขี้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และ นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
นอกจากการชำระเบี้ยประกันแบบยืดหยุ่น (Flexible) แล้ว ยังมีการส่งเสริมการวางแผนการเงิน (Financial planning) ทำให้เกิด การรับรู้ (Awareness) เกี่ยวกับประกันภัยมากขึ้น} สังคมผู้สูงอายุ (Elderly), และค่าบริการทางการแพทย์ (Medical-service expenditures) ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความต้องการความคุ้มครองด้านสุขภาพ (Health insurance coverage) มากขึ้น
ปัจจัยหลากหลาย (Various factors) สนับสนุน (Support) การเติบโตของประกันวินาศภัย ทริสเรทติ้ง (TRIS = Thai Rating and Information Services) คาดว่า ประกันวินาศภัยในปี พ.ศ. 2568 เติบโต 2 - 3% จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
แหล่งข้อมูล –