กระดานสุขภาพ

มีความกังวลใจเรื่องโรคติดต่อ
Anonymous

30 เมษายน 2569 08:41:19 #1

วันที่ 20 มีเพศสัมพันธ์และ ORAL แบบป้องกันทั้งสองอย่าง

24 มีนา ตรวจปัสสาวะ UA ไม่พบความผิดปกติ

28 มีนา ตรวจอัลตร้าซาวทางเดินปัสสาวะไม่พบความผิดปกติ มีการกินยา doxycycline แล้ว

1 เมษา ตรวจหนองในแท้และเทียม ไม่พบเชื้อ

20 เมษา ตรวจ hiv / ซิฟิลิส ไม่พบเชื้อ

29 เมษา ตรวจปัสสาวะ UA ไม่พบความผิดปกติ

ปัจจุบันมีปวดท้องน้อยบ้างรวมถึงฉี่แสบขัด ไม่มีหนองไหลครับ ไม่แน่ใจว่าอาการเหล่านี้เกิดจากความเครียดความกังวลได้ไหมครับ เพราะอาทิตย์ที่แล้วอาการก็หายไป และ อยากสอบถามว่าส่วนของหนองในมีโอกาสเกิดขึ้นไหมครับ เพราะตรวจแล้วก็ไม่พบครับ

อายุ: 27 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 70 กก. ส่วนสูง: 180ซม. ดัชนีมวลกาย : 21.60 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

5 พฤษภาคม 2569 11:05:09 #2

     อาการปัสสาวะแสบและมีหนองจากท่อ ถ้ามีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ คือเที่ยวผู้หญิง ไม่ใส่ถุงยางอนามัย มักเกิดจากโรคหนองในแท้และหนองในเทียม ซึ่งต้องการรักษาด้วยยาแก้อักเสบ อธิบายเพิ่มเติมว่า

หนองใน (แท้) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า ไนซีเรีย โกโนคอคไค จะมีหนองไหลชัดเจนและปัสสาววะแสบขัด สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ (ยาแก้อักเสบ) ที่ดีที่สุดคือยาฉีด ceftriaxone  1 gram ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเข็มเดียว ได้ผลร้อยละ 95 ขึ้นไปครับ

หนองในเทียม เกิดจากเชื้อหลายชนิด ที่พบมากคือเชื้อคลามัยเดียและมัยโคพลาสมา ที่สำคัญคือประมาณ 10 % ยังไม่ทราบสาเหตุ อาการจะน้อยกว่าหนองในแท้ คือมีมูกขุ่นๆเล็กน้อย ปัสสาวะไม่แสบมาก คันๆในท่อปัสสาวะ รักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะ (ยาแก้อักเสบ) ที่ได้ผลดีคือ ด็อกซี่ซัยคลีน หรือ อิริโทรมัยซิน กินประมาณ 2 อาทิตย์ ในปัจจุบันอาจมียาที่กินครั้งเดียว คือ อะซิโทรมัยซิน 1 กรัม แต่จะได้ผลน้อยกว่า ในกรณีที่เป็นๆหายๆ โดยทั่วไปมักเกิดจากการไปติดเชื้อใหม่ จากคู่นอน ซึ่งในผู้หญิงไม่ค่อยมีอาการผิดปกติและไม่รู้ว่าเป็นโรค เพราะฉะนั้นต้องรักษาทั้งคู่ครั

อย่างไรก็ตามพบว่าประมาณร้อยละ 50 อาจมีการติดเชื้อร่วมกัน คือเป็นทั้งหนองในแท้และเทียม ก็ต้องรักษาทั้ง 2 โรคคือ ทั้งฉีดและกิน และอย่าลืมนะครับ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ป้องกันได้ทั้งกามโรคและโรคเอดส์ ในกรณีของคุณ ตรวจหลังเสี่ยง 1 เดือน ไม่พบเชื้อ ก็น่าจะไม่เป็น ส่วนเอดส์และซิฟิลิส แนะนำตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อครบ 3 เดือนหลังมีความเสี่ยงครับ