กระดานสุขภาพ

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
Anonymous

22 เมษายน 2563 06:47:41 #1

เรียนสอบถามคุณหมอค่ะ

เมื่อเดือนธ.ค.2562 ผ่าตัดมดลูกเนื่องจากเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ทำให้เกิดพังผืด ลำไส้ใหญ่ รังไข่และมดลูกติดกันหมด และมดลูกโตร่วมด้วย อาการหลักๆคือ ปวดท้องจนเป็นลมทุกครั้งที่มีการถ่ายหนัก ในช่วงแรก แต่ก่อนผ่าตัดคือปวดท้องเกือบตลอดทั้งวัน จึงตัดสินใจตัดมดลูกออก เหลือรังไข่ และคุณหมอเลาะพังผืดที่เกิดขึ้นให้ทั้งหมด แต่คาดว่ายังมีเยื่อบุส่วนนึงยังแทรกอยู่ที่ลำไส้ใหญ่อยู่ หลังผ่าตัดยังมีอาการปวดท้องอยู่ ตรวจภายในพบว่าเกิดจุดใหม่ของเยื่อบุเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ในช่วง 3 เดือนแรก คุณหมอใช้วิธีจี้ด้วยกรดออกจนไม่พบแล้ว แต่จนถึงทุกวันนี้ยังคงมีอาการปวดท้องตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลาถ่ายหนักและเบา ไปพบคุณหมอยูโรแล้ว ส่องกล้องไม่พบสิ่งผิดปกติ และจะมีอาการมากเป็นพิเศษในช่วงของการมีรอบเดือนค่ะ และจะปวดทุกครั้งที่มีการลุกเดิน หากเดินไปสักพักจะดีขึ้น คุณหมอคิดว่าเจ้าเยื่อบุฯจะไปเจริญต่อในส่วนอื่นภายในช่องท้องที่การตรวจภายในมองไม่เห็นไหมคะ และเราควรรักษาอย่างไรต่อดีค่ะ

อายุ: 41 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 47 กก. ส่วนสูง: 153ซม. ดัชนีมวลกาย : 20.08 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

25 เมษายน 2563 18:12:04 #2

จากประวัติที่บอกมาหมอไม่แน่ใจว่าคุณได้รับการผ่าตัดมดลูกทิ้งไปหรือไม่ แต่คุณบอกว่าคุณได้ผ่าตัดมดลูกเนื่องจากเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ถ้าผ่าตัดมดลูกไปแล้วก็ไม่ควรมีประจำเดือนอีก แต่คุณแจ้งภายหลังว่าคุณยังมีอาการปวดท้องมากเป็นพิเศษในช่วงของการมีรอบเดือน ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่าตัดมดลูกไปแล้ว คุณน่าจะยังมีมดลูกอยู่ภายในตัวคุณ การรักษาที่ผ่านมาน่าจะเป็นเพียงเปิดเข้าไปเลาะพังผืด และเย็บปิดหน้าท้อง การรักษาที่เหมาะสมถ้าจากอาการที่คุณบอกมาคุณควรจะต้องทำการผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ทั้งสองข้างออกให้หมด เพื่อที่จะไม่ต้องมีประจำเดือนอีกต่อไป จะได้ไม่มีอาการปวดท้อง และอาจจะต้องทานฮอร์โมนภายหลังผ่าตัดด้วยเพื่อไปกดเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ทั้งหมดที่อยู่ภายในช่องท้องให้ฝ่อแห้งไป จะได้ไม่มีอาการปวดประจำเดือนหรือปวดท้องเรื้อรังอีก แต่การผ่าตัดของคุณน่าจะทำได้ยากทีเดียวเพราะมีพังผืดค่อนข้างมาก ที่คุณแจ้งมาว่ามีพังผืดที่บริเวณลำไส้ใหญ่ รังไข่ และมดลูกเกาะติดกันทั้งหมด ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดอีกครั้ง โดยไปโรงเรียนแพทย์เพราะอาจจะต้องใช้ทีมใหญ่ในการทำผ่าตัด ทีมใหญ่ในที่นี้หมายถึงทีมที่ประกอบไปด้วยสูตินรีแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก ศัลยแพทย์ทั่วไปเพื่อทำการผ่าตัดเลาะลำไส้ใหญ่ ศัลยแพทย์ที่เชี่ยววชาญทาง ระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อทำการผ่าตัดแก้ไขในกรณีที่การผ่าตัดไปโดนกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ทีเดียวจะต้องเตรียมตัวให้ดี โดยการเตรียมลำไส้งดน้ำงดอาหารให้ดีและอาจจะต้องใส่สายไปในท่อปัสสาวะเพื่อป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินปัสสาวะในขณะผ่าตัด หมอแนะนำให้คุณไปโรงเรียนแพทย์ใหญ่ๆ เช่น ศิริราช จุฬา หรือรามาธิบดี ราชวิถี เป็นต้น เพราะทีมแพทย์ที่ใหญ่จะทำผ่าตัดคุณให้ได้ดีและปราศจากภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดต่อไป จากประวัติที่บอกมาหมอค่อนข้างมั่นใจว่าคุณ ยังมีมดลูกอยู่และอาจจะไม่สามารถทำผ่าตัดอะไรได้ในครั้งแรกค่ะ แต่ถ้าแพทย์ไม่สามารถผ่าตัดได้แพทย์อาจจะพิจารณาใช้ฮอร์โมนในการรักษาต่อไปค่ะ

Anonymous

29 เมษายน 2563 01:03:28 #3

เรียนคุณหมอ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ เรื่องประจำเดือนอาจจะใช้คำผิดนิดนึงค่ะ คือในการผ่าตัดครั้งก่อนได้มีการตัดมดลูกค่ะ แต่เนื่องจากไม่ได้ตัดรังไข่ จึงสามารถรู้สึกถึงช่วงของประจำเดือนค่ะ คือจะมีกลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชัดเจนมากค่ะ แต่ด้วยความที่ไม่มีมดลูกจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามีประจำเดือนชัดเจนวันไหน มีเพียงอาการปวดท้อง ท้องอืด คัดหน้าอก ปวดเอว เป็นต้นค่ะ บางเดือนก็จะมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ในรอบเดือนนี้มีอาการถึง 20 วัน คุณหมอที่ให้การรักษาอยู่เคยแจ้งแล้วว่าถ้าทนไม่ไหวจะฉีดยาลดการทำงานของรังไข่ให้ แต่เนื่องจากเคยฉีดมาแล้ว 2 เข็มก่อนผ่าตัด ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะมีผลทางด้านอารมณ์ค่ะ รู้สึกซึมเศร้า เดี๋ยวจะลองคุยกับคุณหมอในการนัดติดตามอาการเดือนหน้าค่ะ

รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

29 เมษายน 2563 11:14:44 #4

ถ้าคุณได้รับการผ่าตัดมดลูกออกไปแล้วแต่ยังเหลือรังไข่ข้าง 2 ข้างก็มีความเป็นไปได้ว่ารังไข่ยังมีการทำงานตามปกติอยู่ค่ะ ในแต่ละช่วงของรอบเดือนถ้ายังมีการตกไข่รังไข่ทำงานปกติดีก็คงไม่ต้องกังวลค่ะ อาจจะทำให้เกิดอาการคล้ายกับจะมีรอบเดือนได้อย่างที่คุณแจ้งมาคือมีอาการคัดตึงเต้านม ท้องอืด ปวดมวนในท้องได้เช่นกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น รับประทานยาแก้ท้องอืด ยาแก้ปวดท้อง เป็นต้น เมื่ออายุมากขึ้นอาการดังกล่าวจะดีขึ้นได้เอง ไม่มีความจำเป็นต้องฉีดฮอร์โมนเพราะอาจจะทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น น้ำหนักตัวขึ้น หรือมีอาการข้างเคียงอื่น เช่น มีฝ้า ได้เป็นต้นค่ะ