กระดานสุขภาพ
| สงสัยว่าตัวเองมีภาวะซึมเศร้าครับ | |
|---|---|
|
27 กรกฎาคม 2569 11:47:38 #1 สวัสดีครับคุณหมอ ผมมีเรื่องไม่สบายใจในอาการของตนเองครับ คือปัจจุบันนี้ บางครั้งอารมณ์ของผมก็จะดิ่งลงมา ซึ่งผมเข้าใจและรู้ดีถึงที่มาของปัญหาแต่ผมไม่สามารถรับมือกับมันได้ จึงอยากจะขอปรึกษาคุณหมอว่าอาการเหล่านี้ใช่อาการภาวะของคนเป็นซึมเศร้ามั้ย มันเริ่มมาจากปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างผมกับภรรยา จุดเริ่มต้นคือภรรยาผมเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในต่างจังกวัดที่ใกล้ ๆ กับกรุงเทพ ซึ่งเธอจะขับรถไปเย็นวันอาทิตย์และจะกลับมาทุกเย็นวันศุกร์ เปผ้นแบบนี้มาได้ 4 ปีแล้ว ต่อมาเธอได้สมัครเรียนปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา ปัจจุบันเธอเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านทุก ๆ วันเสาร์ตั้งแต่ 9.00 - 20.00 น. ตอนนี้เข้าสู่เทอมที่ 3 แล้ว อละในเทอมนี้ตอนประมาณวันที่ 5 ก.ค 69 มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมปฐมนิเทศและเชื่อมสัมพันธ์นักศึกษา นักศึกษา ป.โท ทุกคนจะได้พบเจอกันครั้งแรก และภรรยาผมก็ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกร เธอออกจากบ้านตอนเช้าเพื่อไปเตรียมงาน งานเริ่ม 8.30 เลิก 16.30 หลังจากนั้นเธอบอกผมว่าจะไปกินสุกี้ตี๋น้อยกับน้อง ๆ ต่อ และค่อยขับรถกลับไปที่โรงเรียนต่างจังหวัดเพื่อเตรียมตัวสอนในวันรุ่งขึ้น เรื่องของเรื่องคือหลัง 16.30 น. ผมติดต่อเธอไม่ได้เลย ไลน์ไปไม่อ่าน โทรไปไม่รับและเหมือนตั้งค่าห้ามรบกวนเอาไว้คือมีการตัดสายแรกทุกครั้งในการโทรเข้า ผมเปผ้นคนที่ให้เวลากับภรรยาและแบ่งแยกแยะอยู่ จึงพยายามเว้นระยะเวลาแล้วค่อยโทรไปใหม่ จาก 16.30 น. ผมโทรเป็นระยะ 5 ครั้ง 5 ชั่วโมง จิตใจตอนนั้นผมกระวนกระวายมาก กังวลและเป็นห่วงเธอมาก เธอโทรกลับตอน 20.49 น. เธอบอกว่าไปกินตี๋น้อยและจากนั้นก็ไปนั่งดื่มฟังเพลงชิว ๆ ต่อโดยมีน้อง ๆ บางคนที่เป็นศิษย์เก่าสถาบันนำไป พอผมถามว่าตอนนี้ถึงไหน เธอบอกว่า "กำลังถึง" ผมสะกิดใจตัวเองและสงสัยว่าเธอจะโกหก แต่ด้วยความที่คบกันมานานเธอไม่เคยโกหกผมเลยแม้แต่ครั้งเดียวทำให้ผมเชื่อใจเธอ แม้ในใจผมจะค้าน ยิ่งผมเป็นพวกคำนวณเวลาเก่งก็ยิ่งรู้ว่าสิ่งที่เธอบอกผมมันไม่สัมพันธ์กันเลย เพราะงานเลิก 16.30 แต่นักศึกษายังถ่ายรูปที่ระลึกกัน แระกอบกับต้องเปลี่ยนชุดทางการเป็นชุดไปรเวทเพื่อไปกินสุกี้ ผมคำนวณเวลาว่ากว่าถึงถึงร้านที่ใกล้ที่สุดตรงรัชดาฯ ก็จะถึงราว ๆ 17.30 ไหนจะรอคิวอีก กินกันใช้เวลาราว ๆ 1.30 ชั่วโมง ออกมาราว ๆ 19.00 - 19.30 น. ถ้าไปนั่งดื่มกัน แล้วการที่เธอบอกผมตอน 20.49 ว่ากำลังถึงมันจึงเป็นไปไม่ได้ มันจะเป็นไปได้ถ้าเธอออกจากร้านสุกี้แล้วกลับทันที คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลย กลัวว่าเธอจะเจอด่านมั้ยแล้วใครจะไปกระกันตัง แล้วทำไมเธอถึงต้องเลือกโกหกผม หลายสิ่งอย่างเป็นประตูบานแรกสู่อารมณ์ดิ่งของผมครับ วันถัดมาผมโทรหา จนในที่สุดเธอก็สารภาพ ว่าดื่มแล้วขับจริง ผมโมโหมากและดุเธออย่างจริงจัง เธอขอโทษผมและบอกว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เธอจะไม่ไปนั่งชิวแบบนี้อีกแล้ว แต่ผมรู้ว่าเดี๋ยวมันก็ต้องมีเมื่อเรียนจบ นั่นคือประตูบานแรกสู่การคิดกระวนกระวายแบบจับจดครับ ผมจะเริ่มกังวลเวลาโทรหาเธอว่าเธอจะรับสายผมมั้ย ถ้ารับก็ดีแต่ถ้าไม่รับผมจะรู้สึกกระวนกระวายใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะระยะเวลาหลังจากที่เรื่องเกิดอีกสัปดาห์ต่อมาเธอก็ไม่ได้กลับเนื่องจากมีสัมมนาออนไลน์ในวันเสาร์และเรียนเต็มวันในวันอาทิตย์ ความค้างคาใจของผมที่ไม่ได้เจอหน้าเธอหลังเหตุการณ์กระทำผิดของเธอมันทำให้รูในอกของมันกว้างขึ้น ช่วงนี้อยู่ ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนในอดมันมีรูขนาดใหญ่ แต่ผมก็พยายามกดมันเอาไว้ เพราะผมรู้ดีว่านั่นคือเพราะเธอจำเป็น เธอกำลังเรียนและอบรม เธอไม่ได้เถลไถล สัปดาห์ต่อมาเธอกลับบ้าน เราคุยกันทุกเรื่องและเคลียร์ใจเรียนร้อยถึงเรื่องที่ผ่านมาซึ่งเธอยอมรับว่าผิดไปแล้วและยอมรับว่าเธอเตลิดจริง ๆ เธอไม่คิดว่าการที่เธอไม่ใส่ใจโทรกลับหาผมมันจะส่งผลร้ายแรงขนาดนี้(แต่นั่นเธอก็ยังไม่รู้ว่าจิตใจของผมมีแผลเป็นไปแล้ว ซึ่งอม้แต่ผมเองก็ยังไม่รู้เลย ซึ่งผมจะมารู้ตัวภายหลังจากนั้น 1 สัปดาห์คือเรื่องต่อมาที่เกิดผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผมอีก) ต่อมาก็มาเรื่องกลับบ้านขอนแก่น บ้านเดิมเธออยู่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 28 - 30 ก.ค 69 เป็นวันหยุดยาว เธอเคยขอผมกลับบ้านคนเดียว ซึ่งต้อนนั้นมันมีเหตุผลมากมายเช่นน้ำมันแพงเป็นหลักเธอถึงอยากไปคนเดียวเพราะเธอไม่ได้กลับนานแล้ว พอมีเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ผมยื่นคำขาดว่าผมไม่ให้เธอไปคนเดียวแล้วถ้าอยากไปก็ไปกันทั้งบ้านคือผมเธอและชายวัย 8 ขวบที่อยากไปบ้านตายายเช่นกัน พอพูดแบบนั้นเธอเหมือนจะพยายามเลี่ยงว่างั้นเธอยังไม่ได้แล้วก็ได้ ผมเข้าใจนะว่าเธอทำงานห้างบ้าน(กทม.) เธอเรียนป.โท เธอเป็นแม่และภรรยา เธอคงอยากกลับไปชาร์จแบตที่บ้านขอนแก่น แต่มันโยนความคิดของผมว่าเธอผลักไสผมออกไม่ได้ ซึ่งบ้านของเธอก็ไม่ใช่คนช่างซักไซร้ แค่เธอบอกว่าพวกผมกับลูกไม่ได้ไปด้วยนะทางบ้านนั้นก็ไม่ถามสาเหตุแล้ว เพราะถ้ารู้สาเหตุจริงว่าเป็นเธอที่พยายามกันพวกผมไม่ให้ไปด้วยน้องสาวและแม่ของเธอจะต้องต่อว่าเธอแน่เพราะยายเขาก็อยากเจอหลาน เมื่อเธอบอกว่าไม่ไปแล้วผมจึงคิดอยากอยู่กับเธอช่วงวันหยุดยาว ผมอยากไปเที่ยวกับเธอสองคนเพื่อจูนตัวผมเองและกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น ผมจองที่พักและร้านอาหารเอาไว้แล้ว แต่ต่อมาเธอก็เริ่มพยายามจะหาเหตุผลอ้อม ๆ ให้เธอได้ไป ซึ่งผมก็พูดทุกครั้งว่าได้เดี๋ยวไปด้วยกันเลย เธอก็จะเงียบ จนเธอบอกผมเหมือนจะใจจริงว่าไม่ไปจริง ๆ แล้ว ผมที่สัมผัสได้ว่าเธออยากกลับจริง ๆ ก็บอกว่าถ้าอยากไปมากบอกนะ เดี๋ยวไปด้วยกันเธอก็บอกว่าได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ วันถัดมาเธอโทรมาอ้างว่าน้องสาวจะกลับคนเดียว น้องจะมารับเธอไปกันสองคนนะ ผมได้ยินจิตใจผมแทบพังทลาย เพราะที่คุยตกลงกันก่อนหน้าที่ล่ะ ร้านที่ผมจองเอาไว้ล่ะ มันเหมือนกับว่าสิ่งที่ผมหยิบยื่นให้ถูกบดขยี้ เย็นนั้นผมกะว่าจะขับรถไปหาเธอแล้ว(สัปดาห์ที่เธอกลับมาแล้วเราเคลียร์ใจเรื่องวันปฐมนิเทศ ผมต้องเอารถไว้เข้าศูนย์ ผมจึงต้องขับไปส่งเธอ) รถพึ่งจะได้จากศูนย์ด้วย พอดีเธอโทรมาก่อน ความอัดอั้นของผมมันประดังออกมาจนผมร้องให้กับเธอว่ามันอะไรกัน สิ่งที่เธอพูดกับผมก่อนหน้าการที่รับปากผมไว้ว่าถ้าจะไปจะไปด้วยกันเป็นครอบครัวคืออะไร เธอตกใจมากที่ผมระเบิดอารมณ์เสียใจอย่างหนักออกมา จนเธอบอกว่าเธอปฏิเสธน้องสาวไปแล้ว และจะกลับบ้านกรุงเทพช่วงหยุดยาวและไปกับผมตามแผนเดิม อต่นั่นมันก็ไม่อาจคลาบผมน้อยใจเรื่องที่เธอพยายามกีดกันผมไม่ให้กลับด้วยได้ ผมรู้สึกระแวงแต่ผมรู้ว่ามันไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน 100% ผมรู้จักเธอดีผมรักเธอมากและเธอก็รักผม แต่มีเพียงเรื่องนี้ที่มันส่งผลจากสิ่งที่เธอทำผิดมาก่อนดันไปทิ่มหัวใจที่อ่อนไหวที่สุดของผมพอดี เพราะหลังจากนั้นทุกครั้งที่ผมโทรหาเธอ ความรู้สึกของผมจะเหมือนกับเล่นรัสเซียนรูเล็ต ผมรู้ว่าเธอทำงาน เธออาจไม่ว่างรับสาย สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนก็ไม่มีอะไรให้ผมคงรกังวลใจ แต่ผมกลับรู้สึกดิ่งทุกครังที่เธอไม่รับสายทันที ผมได้แต่พยายามกดความกระวนกระวายใจนี่ไว้ ล่าสุดคือสัปดาห์นี้เธอมีเรียนออนไลน์ เธอกลับมาบ้านเพราะผมไปรับเธอ ระหว่างเรียนเธอล็อคห้อง ผมก็เอ๊ะแรกแล้วก็เริ่มดิ่งว่าทำไมต้องล็อคทั้งที่เข้าใจดีว่าเธอต้องการป้องกันการรบกวน เธออาจต้องเปิดกล้องหรือไมค์ตลอดก็ได้ แต่ผมก็หยุดดิ่งไม่ได้ ผมนั่งพยายามทำกิจกรรมอื่นแต่ใจก็ดูเวลาไปด้วยว่าเมื่อไหรจะถึงช่วงเบรค เมื่อไหร่เธอจะเดินลงมา พอเธอลงมาจิตใจผมก็ดีขึ้นเป็นพัก ๆ วันอาทิตย์เธอต้องรีบไปแต่เช้าเพราะอาจารย์นัดเรียนเพิ่มเนื่องจากกลุ่มเธอยังนำเสนอในวิชาสุดท้ายไม่เสร็จ และเธอต้องตั้งกล้องอัดคลิปแรงบรรดาลใจที่จะใช้ในการประเมินเป็นครูชำนาญการใหม่ ตอนเธอเดินลงมาปมรู้สึกว่าเธอแต่งสวย ก็แน่ล่ะเพราะต้องมีเรียนกับอัดคลิป แต่ความรักสึกหึงหวงจนอารมณ์ดิ่งของผมก็กลับมา เมื่อคืนตอนนอนผมก็ดิ่ง ๆ หาย ๆ ผมพยายามนึกถึงปัจจุบันที่เราดีกันแล้วและเราก็มีปฏิสัมพันธ์ความรักต่อกันอย่างดีมาก ๆ ผมรู้สึกไม่โอเคกับตัวเองเลยที่ควบคุมอารมณ์ดิ่งของตัวเองไม่ได้ทั้ง ๆ ที่เหตุผลคือมันเข้าใจภรรยาแต่ความรู้สึกกลับดิ่งลงเรื่อย ๆ เมื่่อเธออยู่ห่างตัว และยิ่งใจจดใจจ่อในวันที่เธอจะกลับ แล้วจินตนาการไปว่าหากเธอดฝกลับไม่ได้ล่ะ ด้วยสาเหตุปมรับได้แต่ใจของผมกลับรู้สึกแย่จนถึงที่สุด จนบางครั้งนพอมีวันนึงที่ทำงานพูดเรื่องน้ำแข็งแห้ง ผมก็คิดไปว่าดีนะ น้ำแข็งแห้งสามารถจบชีวิตคนโดยไม่ทรมานได้ อาการแบบนี้ใช่อาการวิตกกังวลเริ่มต้นของคนเป็นภาวะซึมเศร้าหรือเปล่าครับ
|
|
| อายุ: 41 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 99 กก. ส่วนสูง: 180ซม. ดัชนีมวลกาย : 30.56 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9) | |
จ*****