กระดานสุขภาพ

คุณหมอช่วยดูให้ทีครับว่าเป็นอะไร
Nn89*****9

12 ธันวาคม 2560 07:19:58 #1

รูปเดี๋ยวผมให้แอดมินลงให้นะครับ มันเป็นรอยแดงที่อวัยวะเพศ แต่ตอนแรกที่ผมเห็นมันมีรอยขาวขึ้นมาด้วยแล้วผมเอามือล้างออกก็เป็นรอยแดงครับ  อาการ ผมเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วผมได้กินยาแก้แพ้ยาลดน้ำมูกยาฆ่าเชื้อยาแก้หวัด แต่อาการที่อวัยวะเพศไม่มีอะไรเลยครับ 

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-1.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-2.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-3.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-4.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-5.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-6.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-7.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-8.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Nn89-40459-9.jpg

อายุ: 25 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 82 กก. ส่วนสูง: 175ซม. ดัชนีมวลกาย : 26.78 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Nn89*****9

13 ธันวาคม 2560 07:17:59 #2

 รูปล่างสุดรูปที่เก้าคือรูปที่เพิ่งล้างเสร็จครับ และอีกแปดรูปที่เหลือคือรูปที่ถ่ายอีกวันนึงครับ คุณหมอช่วยดูให้หน่อยนะครับว่าเป็นอะไร 

นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

13 ธันวาคม 2560 15:46:56 #3

ดูจากรูปที่ส่งมา เห็นเป็นผื่นแดงๆที่หนังหุ้มอวัยวะเพศและมีบางรูปที่เห็นว่าเป็นแผลเล็กๆ ถ้ามีประวัติเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์คือ มีคู่นอนหลายคน ไม่ใช้ถุงยาง โรคที่พบบ่อยคือ เริม
เริม เป็นสาเหตุของแผลที่อวัยวะเพศที่พบบ่อยที่สุด เกิดจาการติดต่อทางเพศสัมพันธ์จากเชื้อไวรัส Herpes simplex อาการจะเป็นหลังจากที่มีความเสี่ยงประมาณ 5 -10 วัน ในกรณีที่เป็นครั้งแรก จะมีอาการรุนแรง เช่น มีตุ่มน้ำหลายๆกลุ่ม ปวดแสบปวดร้อน ตุ่มน้ำแตกเป็นแผล เจ็บและอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย นอกจากนี้อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ต้องรักษาโดยกินยาอะซัยโครเวียร์ (Aciclovir) ครั้งละ 200 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง (วันละ 5 เม็ด)ประมาณ 1 อาทิตย์ และเมื่อเป็นแล้ว มักเป็นๆหายๆ เพราะจะมีเชื้อไวรัส Herpes) ไปแฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทใต้ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ เมื่อมีการกระตุ้น เช่นการร่วมเพศ การช่วยตัวเอง ก็จะเป็นซ้ำ โดยอาจมีอาการปวด เสียว บริเวณผิวหนังก่อนที่จะเป็นแผล แต่การเป็นซ้ำครั้งต่อๆไปจะไม่รุนแรง หรืออาจจะเป็นอาการเริ่มต้นของแผลซิฟิลิสหรือแผลริมแข็ง เกิดหลังมีความเสี่ยง 10- 90 วัน แผลจะมีขอบแข็ง ไม่เจ็บ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum รักษาโดยฉีดยา benzathine penicillin 2.4 ล้านยูนิต โรคนี้พบบ่อยในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (เกย์) แต่ถ้าก่อนเป็นคุณไม่มีความเสี่ยงคือยังไม่เคยร่วมเพศหรือเคยแต่ใช้ถุงยางทุกครั้ง อาการที่ว่าน่าจะมาจากการที่หนังหุ้มปลายแพ้ ระคายเคืองสารที่ใช้ เช่น สบู่ยา ครีม เจลอาบน้ำ ร่วมกับความอับชื้นเนื่องจากหนังหุ้มยังไม่เปิดหรือเปิดไม่สุดหรือรัดเวลาอวัยวะเพศแข็งตัวหรือรูดลงไม่ได้สุด จึงทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง
แนะนำให้ทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อนๆ เช่นสบู่เด็ก ล้างเบาๆแล้วซับให้แห้งด้วยผ้านุ่มๆ ทายาที่มีส่วนผสมของยาแก้แพ้ชนิด triamcinolone 0.02% + ยาเชื้อรา clotimazoleทาบางๆ เช้าและก่อนนอนหลังอาบน้ำ น่าจะดีขึ้นใน 5-7 วัน ในกรณีที่เป็นบ่อยอาจต้องระวังความอับชื้นและงดใช้สารที่สงสัยว่าจะแพ้ โดยสรุป ถ้ามีความเสี่ยง อาจะเป็นโรคเริมหรือซิฟิลิส แนะนำหาหมอครับ

Nn89*****9

14 ธันวาคม 2560 07:07:40 #4

ซิฟิลิส ผมได้ตรวจมาแล้วครับหลังความเสี่ยงครั้งสุดท้ายที่ห้าเดือน(ความเสี่ยงโดนออรัล)อวัยวะเพศตอนนี่เป็นแค่ผื่นแดงอย่างเดียวเลยคับแล้วผมทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวแล้วดูแผลที่คุณหมอว่าก็ไม่มีเลยคับ ถ้าเป็นเริมมันต้องมีแผลใช่ไหมครับ ที่ผมเห็นนะครับตอนแรกมันเป็นผื่นแดงและมีขาวๆอยุตรงกลางแล้วผมได้ล้างออกตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นรอยสีขาวเห็นแต่ผื่นแดงอย่างเดียวเลยครับ  มันไม่มีอาการเจ็บหรือแสบหรือคันเลยคับ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรและผมควรไปหาหมออะไรครับ

นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

16 ธันวาคม 2560 14:50:02 #5

ถ้าหลัง5 เดือนไม่มีความเสี่ยงอีกและผลตรวจซิฟิลิสเป็ลบก็ไม่น่าจะเป็นซิฟิลิส อาจจะเกิดจากการแพ้หรือระคายเคืองตามที่ได้ตอบไปแล้ว ส่วนเริมนั้นต้องมีตุ่มใสๆแล้วแตกกลายเป็นแผล ถ้าแน่ใจว่าไม่มีแผลก็ไม่น่าจะเป็นเริม แนะนำหาหมอระบบสืบพันธ์และทางเดินปัสสาวะครับ