กระดานสุขภาพ

ช่วยตอบที่ครับ เครียดมาก ครอบจะมีปัญหากับ อาการป่วยของผมแล้ว มีอาการกระตุกตามร่างกาย
Anonymous

20 ตุลาคม 2559 11:00:01 #1

ตอนนี้ผ่านมา ก็ 5 จะ 6 เดือนแล้ว ที่คิดว่าป่วย

ตอนนี้ ร่างกายมี อาการกระตุก เนื้อเต้นรั่วๆ ตามร่างกาย  บ้างที่ ก็เหมือนเข็มทิ่มสะดุด

บ้างทีก็แสบร้อนผิวแถวๆซีโครงทั้งสองข้าง

เส้นเลือดที่ตาขาวเยอะตาพร่ามั่ว อยู่บ้าง

ผม และขนตาหลุดง่าย อยู่


มีตุ่มแดงขึ้นนิดหน่อย ไม่คัน

 

คิดว่าเป็น เบาหวาน ตรวจร่างกาย ปกติ นํ้าตาล ก็ปกติ

คิดว่าเป็น ไทรอย ตรวจค่า T ทั้งหลาย ก็ ปกติ

คิดว่า โรคไต  ผลปัสสาวะก็ปกติ ความดันก็ปกติ ยังไม่อาการปวดเอว

คิดว่าโรคตับ ก็ ตรวจ  ตับอักเสบ b  และ c แล้ว ก็ ปกติ แล้วก็ไม่มีอาการปวดชายโครง

คิดว่าติด Hiv ก็ตรวจ หลายครั้งมากๆๆ จน 5 เดือนกว่า ก็ปกติ

 

ตอนช่วงบอกแฟน ว่าไปเทียวมา หลังจากมีอะไรกับแฟน  ซัก 2เดือน แฟนก็ มีไข้ท้องเสีย แฟนก็ไปตรวจ hiv ก็ปกติ


แต่ทุกวันนี้ตาขาวแฟน ก็มีเส้นเลือดเยอะไม่สดใสเลย

- -" ที่แนะนำไปหาจิตแพท แล้ว ก็อยากไปหาแต่คิดว่า มันไม่น่าจะใช้

 

ผมอ่านข้อมูลจากเว็บหาหมอ เรืองการกระตุก มันมี พวกติดเชื้อ ถ้าไม่ใช้ Hiv เชื้อ อะไรทำให้ผมมี อาการกรตุก แบบ นี่ได้อีก

 

ถ้าผมติดเชื้อตัวเอง ผมจะบอกหมอที่โรงพยาบาลยังไง แล้วทางโรงพยาบาลจะ สามารถเช็คได้ไหมว่าผมติดเชื้ออะไร ค่าใช้จ่ายแพงไหมครับ ประมาณเท่าไร

 

ช่วยตอบที่ครับ รบกวนคุณหมอทาง เว็บที่ หาหมอที่ครับ

 

ผมไปหาหมอโรงพยาบาล ก็ ให้แต่ยามา รักษาตามอาการ ไม่วิเคราะเลยว่าผมเป็นอะไร  เพราะตรวจ hiv ไม่เจอ

อายุ: 31 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 54 กก. ส่วนสูง: 175ซม. ดัชนีมวลกาย : 17.63 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

26 ตุลาคม 2559 06:56:45 #2

มีการศึกษาโอกาสของการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอดส์ 1 ครั้ง จากมากไปน้อยดังนี้
ชายหรือหญิงเป็นฝ่ายถูกสอดใส่ทางทวารหนัก 0.5%
หญิงเป็นฝ่ายถูกสอดใส่ทางช่องคลอด 0.1%
ชายเป็นฝ่ายสอดใส่ทางทวารหนัก 0.065%
ชายเป็นฝ่ายสอดใส่ช่องคลอด 0.05%
ชายหรือหญิงที่เป็นฝ่ายทำออรัลเซ็กส์ 0.01% ชายหรือหญิงเป็นฝ่ายถูกทำออรัลเซ็กส์0.005% อย่างไรก็ตามโอกาสจะเพิ่มขึนถ้าเป็นกามโรคหรือมีแผลด้วย
ส่วนเรื่องอาการโรคเอดส์ ขออธิบายดังนี้

1. การติดเชื้อระยะเฉียบพลัน เกิดขึ้นใน 2-4 อาทิตย์หลังจากที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นขึ้นตามตัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น ซึ่งอาการจะค่อยดีขึ้นใน 1-4 อาทิตย์ เนื่องจากอาการเหล่านี้ไม่ค่อยเฉพาะเจาะจงทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว อาจนึกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่

2. ระยะที่ไม่มีอาการจะเป็นระยะต่อจากระยะเฉียบพลัน ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างไร ระยะนี้จะอยู่ระหว่าง
3-5 ปี แต่ในบางรายอาจนานเป็น 10 ปีขึ้นไปขึ้นอยู่กับการดูแลสภาพของร่างกายและปริมาณเชื้อไวรัสในเลือด

3. ระยะที่เป็นเอดส์ ผู้ป่วยเริ่มจะมีภูมต้านทานลดลง น้ำหนักลด ท้องเสียเรื้อรัง มีผื่นคันตามตัว เป็นเชื้อราที่ลิ้น ต่อมาเริ่มมีโรคแทรก เช่น งูสวัด วัณโรคปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม เป็นต้น การตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อเอดส์หรือไม่ วิธีที่ตรวจได้เร็วที่สุดหลังมีความเสี่ยงคือการตรวจด้วยด้วยวิธี NAT คือการตรวจส่วนของเชื้อไวรัสเอชไอวีสามารถตรวจได้เร็วขึ้น คือประมาณ 1 อาทิตย์หลังมีความเสี่ยง แต่จะมีตรวจเฉพาะห้องแล็บใหญ่ๆและมักใช้ในงานวิจัย เนื่องจากมีราคาแพง แนะนำให้ตรวจด้วยวิธีที่ใช้กันทั่วไป คือ GEN 4 ซึ่งเป็นการตรวจแอนติเจนและแอนติบอดี สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยงประมาณ 3-4 อาทิตย์ ถ้าผลเป็นลบ ก็แสดงว่าไม่ติดเชื้อ แต่ควรตรวจซ้ำหลังเสี่ยงครบ 3 เดือน ซึ่งถ้าผลเป็นลบ ก็ไม่ติดเชื้อเอดส์ ในกรณีของคุณที่เสี่ยงมาครบ 5 เดือน ผลเป็นลบ ก็ไม่ติดเชื้อแน่นอน ในกรณีของคุณที่ตรวจแล้วหลายครั้ง ผลเป็นลบ รวมทั้งตรวจโรคอื่นๆก็ปกติ น่าจะเกิดจากความเครียดความกังวล อาจจะจต้องพบจิตแพทย์ เพราะถ้ายังมีความกังวล ก็จะทำให้สุขภาพจิตแย่ลงและสุขภาพกายก็จะพลอยแย่ลงด้วย