กระดานสุขภาพ

กินยาคุมแต่ประจำเดือนไม่มา
Anonymous

11 พฤศจิกายน 2557 01:27:16 #1

หนูกินยาคุมแบบ 28 เม็ดค่ะ แต่ตอนนี้ประจำเดือนยังไม่มาเลย ปกติกินจนเหลือ 3 เม็ดสุดท้ายประจำเดือนก็จะมา แต่ตอนนี้กินจนเหลือ 2 เม็ดแล้วประจำเดือนยังไม่มาเลยค่ะ แบบนี้จะเป็นอะไรหรือป่าวค่ะ หนูกินติดต่อกันมา 5-6 เดือนได้แล้วค่ะ ตลอดเวลาหนูกินตรงเวลาทุกวันนะค่ะ มีเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 หนูกินเลยมา 10 นาทีค่ะ. ปกติหนูจะหินตอนราวๆ 20.00 น. แต่วันนั้นหนูกินตอน 20.11 น. แล้วก็มีเพศสัมพันธ์กับแฟนปกติ แบบไม่ใส่ถุง แล้วก็หลั่งในค่ะ

อายุ: 17 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 50 กก. ส่วนสูง: 170ซม. ดัชนีมวลกาย : 17.30 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Haamor Admin

(Admin)

11 พฤศจิกายน 2557 04:20:43 #2

ถึง คุณ 613f6

เนื่องจากเว็บไซต์เป็นที่สาธารณะ ดังนั้นเพื่อให้ข้อมูลเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากที่สุด ทางทีมงานจึงทำการซ่อนชื่อจริงของผู้ถามให้นะคะ โดยคุณ 613f6 ยังสามารถติดตามคำตอบคุณหมอได้ที่กระทู้นี้ค่ะ

และหากครั้งต่อไปคุณ 613f6 ต้องการปกปิดชื่อตนเอง สามารถเลือก "ไม่แสดงภาพและชื่อของผู้โพส" ทางด้านขวาเวลาตั้งกระทู้คำถามใหม่ค่ะ

ภก.ประดิษฐ์ งามศิริผล

เภสัชกร

11 พฤศจิกายน 2557 14:34:25 #3

เรียน คุณ 613f6,

แยกตอบได้เป็น 2 ประเด็นครับ

1. จากข้อมูลส่วนบุคคล อายุยังอยู่ในช่วงที่ฮอร์โมนเพศยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นไปได้ที่ประจำเดือนจะมาคลาดเคลื่อนได้

2. การรับประทานยาคุมกำเนิด ควรเลือกชนิดที่เหมาะกับปริมาณฮอร์โมนเพศในร่างกาย เพื่อให้ปรับฮอร์โมนเพศให้สมดุล เช่น

- ถ้ามีปริมาณเอสโตรเจนสูง มักมีรูปร่าง ส่วนโค้งส่วนเว้าชัดเจน ผิวค่อนข้างแห้ง รูขุมขนเล็ก ประจำเดือนมามาก (ต้องเปลี่ยนแผ่นผ้าอนามัยวันละหลายครั้ง) หรือมานาน 5-7 วัน ควรเลือกยาคุมกำเนิดชนิดที่มีปริมาณโปรเจสตินค่อนข้างสูง (เอสโตรเจนค่อนข้างน้อย เช่น 20 ไมโครกรัม)

- ถ้ามีปริมาณโปรเจสตินค่อนข้างชัดเจน มักมีรูปร่างค่อนข้างตรง ไม่ค่อยมีสัดส่วน อกเอวชัดเจน ผิวค่อนข้างมัน ขนดก ประจำเดือนมักมาปริมาณน้อย หรือ 2-3 วันก็หมด ควรเลือกยาคุมกำเนิดชนิดที่มีปริมาณเอสโตรเจนค่อนข้างสูง 20-30 ไมโครกรัม ซึ่งคุณอาจปรึกษาเภสัชกรร้านยา เพื่อตรวจสอบว่ายาคุมกำเนิดมีปริมาณฮอร์โมนเพศเหมาะสมกับตัวคุณหรือไม่

ดังนั้นหากคุณมั่นใจว่ารับประทานยาได้อย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ ไม่เคยลืมรับประทานยา เวลาคลาดเคลื่อนไม่เกิน +/- 1 ชั่วโมง ไม่ซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใด ๆมาใช้ร่วมกัน โดยที่ยังไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร (อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา "ยาตีกัน" จนทำให้ระดับยาคุมกำเนิดลดลงไปได้) ไม่ต้องตกใจไปนะครับ เนื่องจากโอกาสเสี่ยงในการตั้งครรภ์ค่อนข้างน้อย (น้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์) ยกเว้นว่าคุณไม่สบายใจ ก็อาจปรับเปลี่ยนยาคุมกำเนิด เพื่อเลือกชนิดของยาคุมกำเนิดให้เหมาะสมกับคุณ ขอแนะนำเพิ่มเติม หากคุณยังไม่ได้แต่งงาน มีเพศสัมพันธ์เพียงนาน ๆครั้ง ควรใช้วิธีการสวมถุงยางอนามัย ซึ่งนอกจากช่วยคุมกำเนิดแล้วยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกด้วย เช่น หนองใน ซิฟิลิส แผลริมอ่อน หูดหงอนไก่ พยาธิในช่องคลอด ไวรัสตับอักเสบ ชนิด บีและซี หรือเลวร้ายสุดคือ เอดส์ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียารักษา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไวรัสเอชพีวี (HPV - Human Papilloma Virsus) ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งองคชาติในเพศชาย และคุณก็ไม่จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนเพศในยาคุมกำเนิดเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น เพียงแต่ต้องเลือกใช้ถุงยางอนามัยให้ขนาดเหมาะสม (ไม่คับจนเสียดสีขาด หรือใหญ่เกินไปจนหลวมหลุดง่าย) บีบช่วงปลายกระเปาะที่เป็นส่วนเก็บน้ำอสุจิ เพื่อป้องกันไม่ให้พองแตกง่าย ใช้เจลหล่อลื่นที่เป็นสูตรน้ำเท่านั้น ไม่ใช้ครีมหรือโลชั่น ที่จะทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดง่าย

เภสัชกรประดิษฐ์ งามศิริผล

แนะนำบทความดี ๆจากกองบรรณาธิการของเราที่ การคุมกำเนิด (Contraception) ยาเม็ดคุมกำเนิด (Birth control pill)แพทย์หญิง กีรติ ลีละพงศ์วัฒนา สูตินรีแพทย์