กระดานสุขภาพ

มีตุ่มคล้ายยุงกัดขึ้นรอบตา
Suiy*****g

1 เมษายน 2561 13:20:57 #1

สวัสดีค่ะ หนูมีตุ่มคล้ายยุงกัดขึ้นที่รอบดวงตามาเป็นเดือนๆแล้ว ไม่สามารถหาสาเหตุได้ค่ะ เริ่มแรกนึกว่าโฟมล้างหน้าแต่เปลี่ยนใช้ไปสองสามยี่ห้อแล้วยังขึ้นแบบเดิม ซ้ำๆบริเวณหัวตา,หางตา,ถุงใต้ตา,บนเปลือกตา มักเป็นตอนตื่นนอนไม่ก็ขึ้นระหว่างวันหรือช่วงเย็นๆ ขึ้นเกือบทุกวัน กินยาแก้แพ้ ทายาแก้แพ้ มันก็หายนะคะ หายไปได้แค่สักสองสามวันก็กลับมาขึ้นใหม่ ขึ้นเหมือนเดิมค่ะ เคยไปหาหมอผิวหนัง เขาบอกว่า ลมพิษเรื้อรัง ให้ไปเช็คฟัน ไปเช็คมาแล้วนะคะอุดเรียบร้อย อยากทราบว่ามันเป็นอะไร แล้วต้องกินยาแก้แพ้ไปอีกนานแค่ไหน รบกวนด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Suiyang-42776-1.jpg

http://haamor.com/media/images/webboardpics/Suiyang-42776-2.jpg

อายุ: 23 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 51 กก. ส่วนสูง: 165ซม. ดัชนีมวลกาย : 18.73 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Suiy*****g

1 เมษายน 2561 13:48:46 #2

ป.ล. ยาที่กินประจำตอนนี้ มียารักษาแพนิค กับไบโพล่าค่ะ แต่กินมาหลายเดือนแล้วไม่เป็นไรนะคะ แล้วก็ แอคโนติน10 ค่ะ กินแค่อาทิตย์ละ1เม็ดค่อยๆหยุดค่ะ แต่ก็ยังขึ้นอยู่ค่ะ ไม่มีอาการคัน
Suiy*****g

2 เมษายน 2561 09:59:47 #3

รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน

แพทย์โรคผิวหนัง

6 เมษายน 2561 14:53:42 #4

จากภาพ เห็นไม่ชัดเจนนักค่ะ ไม่แน่ใจว่าเป็นตุ่มสีแดง หรือสีผิวหนังกันแน่ และตุ่มนี้ขึ้น ๆ ยุบ ๆ หรือไม่ สัมพันธ์กับอะไร หายได้อย่างไร สัมพันธ์กับอากาศร้อน เหงื่ออกหรือไม่

ที่คิดถึงอาจเป็นได้ ก็มีทั้งกลุ่มลมพิษ และกลุ่มซีสต์ที่สัมพันธ์กับการอุดตันของต่อมเหงื่อชนิดหนึ่ง (hidrocystoma)

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประวัติ การตรวจร่างกายเป็นสำคัญ เพราะทั้งสองโรคนี้ให้การรักษาที่แตกต่างกัน

แนะนำไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจร่างกายเพิ่มเติม ให้การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมต่อไปจะดีกว่าค่ะ

Suiy*****g

10 เมษายน 2561 04:11:48 #5

เป็นตุ่มสีแดง ขึ้นๆยุบๆ กินแก้แพ้ก็จะดีขึ้น พอไม่กินก็เป็นอีกค่ะ หมอที่รักษาให้กินแก้แพ้ตลอดค่ะ เขาบอกว่าจะหายไปเอง เป็นลักษณะตุ่มสีแดงบ้างสีเนื้อบ้าง ชอบขึ้นระหว่างวันช่วงกลางวันบ่ายๆ หรือไม่ก็ช่วงค่ำๆ หรือขึ้นตอนตื่นนอนค่ะ
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน

แพทย์โรคผิวหนัง

26 เมษายน 2561 09:16:42 #6

ถ้ากินยาแก้แพ้แล้วดีขึ้น ก็น่าจะเป็นกลุ่มที่สัมพันธ์กับลมพิษค่ะ

ลมพิษโดยทั่วไป แบ่งเป็น ลมพิษฉับพลัน และกลุ่มลมพิษเรื้อรัง

ซึ่งลมพิษฉับพลัน คือกลุ่มลมพิษที่มีอาการต่อเนื่องไม่เกิน 6 สัปดาห์ และสาเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่สัมพันธ์กับปัจจัยภายนอก เช่น ยา อาหาร การเจ็บป่วย

ส่วนลมพิษเรื้อรัง คือกลุ่มลมพิษที่มีอาการมากกว่า 6 สัปดาห์

สาเหตุ

  • 1.ส่วนใหญ่ มักไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง
  • 2.ส่วนน้อย อาจมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับ ภาวะซีด ธัยรอยด์ผิดปกติ การติดเชื้อบางอย่างเช่น ไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น
  • 3.สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางกายภาพ เช่นอากาศร้อน อากาศเย็น ความเครียด การเสียดสี การสัมผัสน้ำ เป็นต้น

การรักษา

  • 1.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น (แต่ถ้าไม่ทราบ ก็ไม่สามารถปฏิบัติได้)
  • 2.รับประทานยาแก้แพ้ แก้คัน ซึ่งในกรณีลมพิษนี้ สามารถให้ยาแก้แพ้ แก้คัน ในปริมาณที่มากได้ถึง 4 เท่าของขนาดปกติ ทั้งนี้ควรอยู่ภายใจการควบคุมของแพทย์
  • 3.นอกจากนี้ก็ยังมียาอื่น ๆ ที่รักษาได้อีก ทั้งกลุ่มยาที่กดภูมิต้านทาน หรือยาที่กดการทำงานของเม็ดเลือดขาวบางตัวเป็นต้น

สำหรับในกลุ่มลมพิษเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุ จุดประสงค์ในการรักษาคือเพื่อบรรเทาอาการ ประคับประคอง และโดยทั่วไปการดำเนินโรค 50% ของคนไข้ จะหายได้เองในระยะเวลา 1 ปี

อย่างไรก็ตาม แนะนำตรวจติดตามต่อเนื่องกับแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาจะดีกว่าค่ะ