กระดานสุขภาพ

สอบถามเรื่องตุ่มที่ใต้และโคนลิ้น
Tnp6*****5

27 พฤษภาคม 2569 23:24:24 #1

https://drive.google.com/file/d/165slEGuP8ja8x6o_MsJ1Ps-R-M_iJv70/view?usp=drivesdk

ผมรู้สึกว่ามีอาการนี้ 2 สัปดาห์แล้ว หลังจากผมกินอาหารเสริม 2-3 ตัว มันก็มีอาการโตขึ้นละยุบลงแต่ก็เลยเลิกกินไปก็ไม่มีอาการโตแต่เม็ดเล็กแทน และพอเวลากินน้ำพวกชาเย็น ชาเขียว ตุ่มตรงนี้ก็โตขึ้นครับ อยากทราบว่าเป็นอะไร แต่เวลาเป็นผมเอาเม็ดกลูต้าอมไว้ใต้ลิ้น ตุ่มนี้ก็ยุบลงครับ แต่ไม่ได้หาย 

อายุ: 27 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 95 กก. ส่วนสูง: 178ซม. ดัชนีมวลกาย : 29.98 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
พ.อ.นพ.ณฐพล จันทรอัมพร

(แพทย์ หู คอ จมูก)

2 มิถุนายน 2569 12:55:50 #2

จากภาพ ⁠image.png⁠ และ ⁠image_2.png⁠ จะเห็นก้อนลักษณะกลม นูน ผิวเรียบ และค่อนข้างใสหรือมีสีอมชมพูแดง อยู่บริเวณสายรั้งใต้ลิ้น (Lingual frenulum)

อาการที่ก้อนนี้ "บวมขึ้นแล้วยุบ สลับกันไป" โดยเฉพาะหลังจากทานอาหารเสริมหรือชาเย็น เป็นลักษณะที่เด่นชัดมากของโรคในกลุ่ม ถุงน้ำเมือกสะสมของต่อมน้ำลาย (Mucocele หรือ Ranula ขนาดเล็ก) หรือเกิดจากการอุดตันชั่วคราวของท่อต่อมน้ำลายขนาดเล็กใต้ลิ้นครับ

ทำไมถึงบวมๆ ยุบๆ?

บริเวณใต้ลิ้นและรอบๆ สายรั้งลิ้นจะมีต่อมน้ำลายขนาดเล็ก (Minor salivary glands) อยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อเราทานอาหาร ดื่มชาเย็น หรือเคี้ยวสิ่งต่างๆ ต่อมน้ำลายจะถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำลายมากขึ้น

ช่วงที่บวม: หากท่อทางออกของต่อมน้ำลายเกิดการอุดตัน (เช่น จากการอักเสบ เมือกที่เหนียวข้น หรือการบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เช่น การโดนเม็ดยาอาหารเสริมกระแทก/ครูด) น้ำลายที่หลั่งออกมาจะระบายไม่ได้และสะสมจนก้อนเต่งขึ้น

ช่วงที่ยุบ: เมื่อเวลาผ่านไป น้ำลายที่คั่งอยู่อาจจะค่อยๆ ซึมออก หรือถุงน้ำแตกออกเอง ทำให้ก้อนฟีบยุบลงไป แต่เมื่อมีสิ่งกระตุ้นใหม่ท่อก็อาจกลับมาตันและบวมขึ้นมาได้อีก

สิ่งที่ควรสังเกตเพิ่มเติม

1. ขนาดของก้อน: ในรูปยังถือว่ามีขนาดเล็ก แต่ถ้าเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนคับปาก ดันลิ้น หรือทำให้กลืนและพูดลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์

2. อาการเจ็บปวด: ปกติแล้ว Mucocele มักไม่ค่อยเจ็บ ยกเว้นหากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งจะทำให้ก้อนเปลี่ยนเป็นสีแดงจัด ปวดตุบๆ หรือมีหนอง

3. พฤติกรรมเสี่ยง: ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟันกัด ขบ หรือเอาลิ้นดุนกระแทกบริเวณก้อน เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ระคายเคืองและอักเสบซ้ำๆ

แนวทางการดูแลและการรักษา

สังเกตอาการ: หากเป็นถุงน้ำเมือกขนาดเล็ก บางครั้งอาจจะแตกและหายไปได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์

เข้าพบแพทย์เฉพาะทาง: หากก้อนนี้เป็นเรื้อรังไม่ยอมหายขาด บวมๆ ยุบๆ จนสร้างความรำคาญ หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น แนะนำให้ไปพบ แพทย์หู คอ จมูก (ENT) หรือ ศัลยแพทย์ช่องปาก เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดครับ การรักษามาตรฐานหากจำเป็น มักจะเป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อเอาถุงน้ำและต่อมน้ำลายเล็กๆ ต้นเหตุออก ซึ่งใช้เวลาไม่นานและเจ็บน้อยมากครับ

ช่วงนี้แนะนำให้รักษาความสะอาดในช่องปาก บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลืออ่อนๆ หลังอาหาร และหลีกเลี่ยงการทานของร้อนจัดหรือเย็นจัดที่กระตุ้นการหลั่งน้ำลายมากๆ ไปก่อนนะครับ