ยารักษาทางจิตเวช ยาจิตเวช (Psychotropics drugs)

บทความที่เกี่ยวข้อง
ยาจิตเวช

อาการทางจิตเวช เป็นกลุ่มอาการที่มีความผิดปกติทางจิตใจหรือพฤติกรรมที่อาจเกิดจาก

  • ร่างกาย : ร่างกายเกิดความผิดปกติ (เกิดโรค) แล้วส่งผลกระทบต่อสมอง ทำให้สมองสร้างสารสื่อประสาทบางอย่างมากหรือน้อยเกินไป เช่น ใน ตับวาย
  • จิตใจ : ความเครียดในชีวิตประจำวัน กระตุ้นให้เกิดความเจ็บป่วย โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มอาการ ดังนี้
    1. โรคจิต (Schizophrenia)
    2. ภาวะ/โรควิตกกังวล (Anxiety)
    3. ภาวะ/โรคซึมเศร้า (Depressive disorder)
    4. ความผิดปกติทางอารมณ์ (Mood disorder)

ยาทางจิตเวช

ยารักษาอาการทางจิตเวช หรือยารักษาทางจิตเวช หรือยาโรคทางจิตเวช หรือยาทางจิตเวช หรือยาจิตเวช (Psychotropics drugs) แบ่งตามวัตถุประสงค์ในการใช้ได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่

  1. ยาระงับอาการทางจิต (Antipsychotic drugs) ใช้รักษาโรคจิตเภท (Schizophrenia)
  2. ยาระงับอาการวิตกกังวล (Anti-anxiety drugs) ใช้รักษาโรควิตกกังวล (Anxiety disorder)
  3. ยาระงับอาการซึมเศร้า (Antidepressant drugs) ใช้รักษาโรคซึมเศร้า (Depressive disorder)
  4. ยาคงสภาพอารมณ์ (Mood Stabilizers) ใช้รักษาภาวะ/โรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorder)

1. ยาระงับอาการทางจิต (Antipsychotic drugs)

ยาระงับอาการทางจิต ใช้รักษาภาวะ/โรคจิตเภท (Schizophrenia) ที่เป็นความผิดปกติทางความคิดและพฤติกรรม มี 2 แบบ คือ

  • อาการโรคจิตเภทชนิดบวก (Positive Schizophrenia): อาการเช่น หลงผิด (Delu sion), ประสาทหลอน (Hallucination), ตื่นตัว อยู่ไม่นิ่ง (Excitation)
  • อาการโรคจิตเภทชนิดลบ (Negative Schizophrenia): อาการเช่น เฉยเมย (Blunted ), พูดน้อย (Alogia), ไม่ค่อยสบตาผู้อื่น, วิตกจริต (Dementia)

ก) พยาธิสภาพของโรคจิตเภท: คือ

  • มีสารสื่อประสาท Dopamine (เกี่ยวข้องกับการตื่นตัว ความจำ ความรู้สึกทางเพศ ความอยากอาหาร ฯลฯ) เพิ่มขึ้น
  • การทำงานของ 5-HT ( 5-Hydroxytryptamine หรือ Serotonin: สารสื่อประสาทอีกชนิดหนึ่งมีหน้าที่ในการควบคุมอารมณ์ หิว โกรธ และขุ่นเคือง ถ้ามีน้อยเกินไป ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า กินไม่ได้ นอนไม่หลับ) บกพร่อง

ข) ข้อบ่งใช้ยาในโรคจิตเภท: ใช้ยาเพื่อรักษาโรคจิตเภท, รักษาอาการหวาดระแวง (Paranoid)

ค) กลไกการออกฤทธิ์ของยาโรคจิตเภท: ยับยั้งการหลั่ง Dopamine

ง) อาการข้างเคียง (ผลข้างเคียง/ผลหรืออาการไม่พึงประสงค์) ของยาโรคจิตเภท: ทำให้เกิดอาการ Extra pyramidal Syndromes (EPS : คือผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาจิตเวช อาทิเช่น คอเอียง อาการเกร็งหลังแอ่น กลอกตาไปมา กระวนกระวาย ตื่นเต้น อยู่ไม่สุข เป็นต้น), ความดันโลหิตต่ำ, ปัสสาวะคั่ง (ปัสสาวะไม่ออก), ท้องผูก, ง่วงนอน, ตาพร่ามัว, สับสน, มึนงง

จ) ประเภทยารักษาจิตเภท: ยาที่ใช้บ่อยในกลุ่มนี้ ได้แก่

a. Chlorpromazine (CPZ):

  • ข้อบ่งใช้: ควบคุมอาการคุ้มคลั่งในโรคจิตเภท
  • กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท Dopamine
  • ขนาดการใช้:

    เด็ก 0.5 - 1.0 mg/kg/dose (มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/ครั้ง) ทุก 4 - 6 ชม(ชั่วโมง) ทั้งนี้ การใช้ยาในเด็กต้องมีแพทย์เป็นผู้สั่งการใช้เท่านั้น ไม่ควรใช้ยาเอง

    ผู้ใหญ่ 400 - 600 mg./kg./dose ทุก 4 - 6 ชม.

  • อาการไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง): ความดันโลหิตต่ำขณะเปลี่ยนอิริยาบท, EPS, เต้านมโต, ลดความอยากอาหาร, น้ำหนักลด

b. Haloperidol (Haldol):

  • ข้อบ่งใช้: ใช้รักษาโรคจิตเภท ลดอาการหวาดระแวง (Paranoid), สับสน, คลุ่มคลั่ง, กระวนกระ วาย
  • กลไกการออกฤทธิ์ : ยับยั้งการหลั่งสาร Dopamine
  • ขนาดการใช้:

    อาการคุ้มคลั่งในเด็กใช้ยา 0.1 - 0.3 mg/kg/day ให้วันละครั้ง

    อาการคุ้มคลั่งในผู้ใหญ่ 5 - 10 mg แบ่งให้วันละ 2 - 3 ครั้ง,

    โรคจิตเภทในเด็ก 0.05 - 0.15 mg/kg/day แบ่งให้วันละ 2 - 3 ครั้ง

    โรคจิตเภทในผู้ใหญ่ 0.5 - 5 mg แบ่งให้วันละ 2 - 3 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 30 mg/day)

    ทั้งนี้การใช้ยาในเด็ก ต้องมีแพทย์เป็นผู้สั่งการใช้เท่านั้น ไม่ควรใช้ยาเอง

  • อาการไม่พึงประสงค์: หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น มึนงง หลงลืม กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย เลือดออกผิดปกติ

c. Perphenazine:

  • ข้อบ่งใช้: ใช้รักษาผู้ป่วยจิตเภท
  • กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์ยับยั้งตัวรับ (Receptor) ของสาร Dopamine (Dopamine D2 receptor), และตัวรับของสาร 5HT (5 HT receptor) ทำให้มีฤทธิ์กดภาวะประสาทหลอนของผู้ ป่วยโรคจิตเภท, และยับยั้งตัวรับของสาร Histamine (Histamine H1 receptor) เป็นผลให้ผู้ป่วยง่วง หิว และรับประทานมากขึ้น
  • ขนาดการใช้: 4 - 8 mg วันละ 3 ครั้ง
  • อาการไม่พึงประสงค์: กระสับกระส่าย สับสน เคลื่อนไหวผิดปกติ อ่อนเพลีย

d. Fluphenazine:

  • ข้อบ่งใช้: รักษาโรคจิตเภท โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการกินยา
  • กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการหลั่งสาร Dopamine
  • ขนาดการใช้: ฉีดเข้ากล้าม (IM: Intramuscular injection) 12.5 - 37.5 mg ทุก 2 สัปดาห์
    ระยะเวลาการใช้ยา แพทย์ปรับตามความเหมาะสมกับผู้ป่วย
  • อาการไม่พึงประสงค์: กลุ่มอาการ EPS เต้านมโต ลดความอยากอาหาร น้าหนักลด

2. ยาระงับอาการวิตกกังวล (Anti-anxiety drugs):

ใช้เป็นยารักษาโรควิตกกังวล (Anxiety disorder)

  • ข้อบ่งใช้: รักษาอาการวิตกกังวล เครียด หวาดกลัว ใช้เป็นยานอนหลับ
  • กลไกการออกฤทธิ์: กดการทำงานของสมอง (Cerebral cortex) ช่วยคลายเครียดกังวลใจ ช่วยให้นอนหลับ
  • อาการข้างเคียง: ง่วงนอน กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน ความดันโลหิตต่ำ เกิดกลุ่มอาการขาดยาถ้าหยุดยาทันที

ยาที่ใช้บ่อยเพื่อระงับอาการวิตกกังวล

a. Lorazepam (Ativan)

  • ข้อบ่งใช้: ระงับอาการวิตกกังวล (Anxiolytic) ช่วยให้นอนหลับได้ดี (Sedative) ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (Muscle relaxant) ระงับอาการชัก (Anticonvulsant)
  • กลไกการออกฤทธิ์: กดระบบประสาทส่วนกลาง (CNS: Central nervous system) และออกฤทธิ์กระตุ้นที่ตัวรับ (Receptor) ของ GABA (Gamma aminobutyric acid: สารสื่อประสาทที่ช่วยให้ระบบประสาททำงานเป็นปกติ)
  • ขนาดการใช้:

    เพื่อคลายกังวลในเด็กแรกเกิดและเด็กเล็ก ขนาดยา 0.05 mg/kg/dose ให้ทุกๆ 4 - 8 ชั่วโมง (การใช้ยาในเด็ก ต้องมีแพทย์เป็นผู้สั่งการใช้เท่านั้น ไม่ควรใช้ยาเอง)

    เพื่อคลายกังวลในผู้ใหญ่ ขนาด 2 - 6 mg/day แบ่งให้ 2 - 3 ครั้ง

    อาการนอนไม่หลับ ผู้ใหญ่ขนาด 2 - 4 mg ก่อนนอน

  • อาการไม่พึงประสงค์: กดการหายใจ, น้าหนักลด, ความดันโลหิตต่ำ, สับสน, มึนงง, ปวดศีรษะ

b. Diazepam (Valium)

  • ข้อบ่งใช้: ระงับอาการวิตกกังวล (Anxiolytic) ช่วยให้นอนหลับได้ดี (Sedative) ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (Muscle relaxant) ระงับอาการชัก (Anticonvulsant)
  • กลไกการออกฤทธิ์: กระตุ้น GABA receptor
  • ขนาดการใช้: รักษาอาการนอนไม่หลับ/คลายกล้ามเนื้อ/คลายกังวล

    ในเด็ก 0.12 - 0.18 mg/kg/day แบ่งให้ทุก 6 - 8 ชั่วโมง (การใช้ยาในเด็ก ต้องมีแพทย์เป็นผู้สั่งการใช้เท่านั้น ไม่ควรใช้ยาเอง)

    ในผู้ใหญ่ 2 -10 mg/day แบ่งให้ 2 - 4 ครั้ง/วัน

  • อาการไม่พึงประสงค์: ลดอัตราการหายใจ ความดันโลหิตต่ำ สับสน มึนงง ปวดศีรษะ

c. Clorazepate dipotassium

  • ข้อบ่งใช้: รักษาอาการวิตกกังวล เครียด และนอนไม่หลับ
  • กลไกการออกฤทธิ์: จับกับ 5-HT บน GABA มีผลกระตุ้นที่ตัวรับของ GABA
  • ขนาดการใช้: 5 - 20 mg/day แบ่งให้ 2 - 3 เวลา
  • อาการไม่พึงประสงค์: ความดันโลหิตต่ำ สับสน ปวดศีรษะ
  • หมายเหตุ: Clorazepate เลือกใช้ในผู้ป่วยที่หลับได้เร็ว แต่ตื่นกลางคืนบ่อย จึงเลือกยาที่ออกฤทธิ์ช้าแต่ออกฤทธิ์ได้ยาว เพื่อที่ไม่ให้ผู้ป่วยตื่นมากลางคืนบ่อยๆ

3. ยาระงับอาการซึมเศร้า (Antidepressant drugs)

  • ข้อบ่งใช้: ใช้รักษาโรคซึมเศร้า โดยรักษาผู้ป่วยอารมณ์ซึมเศร้า ในผู้ป่วยอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder) และในโรควิตกกังวล
  • กลไกการออกฤทธิ์: ออกฤทธิ์เพิ่มความเข้มข้นของ สาร Serotonin และ สาร Norepinephrine /Noradrenaline (NE: สารที่ช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อความเครียด) ทำให้อารมณ์ดีขึ้น
  • อาการไม่พึงประสงค์: ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตเปลี่ยน ปากแห้ง หลงลืม ตาพร่ามัว ท้องผูก ปัสสาวะคั่ง คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
  • ยาที่ใช้บ่อยในกลุ่มนี้ เช่น

a. Fluoxitine

  • ข้อบ่งใช้: รักษาอาการซึมเศร้า
  • กลไกการออกฤทธิ์: ต้านการนำสาร Serotoninไปใช้ (Selective serotonin reuptake inhibitor)
  • ขนาดการใช้: 20 - 80 mg/day สามารถให้ 1 - 2 ครั้ง/วัน ในตอนเช้า และ/หรือ เที่ยง ควรรับประ ทานหลังอาหาร
  • อาการไม่พึงประสงค์: ความอยากอาหารลดลง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย กระวนกระวายใจ
  • หมายเหตุ: ยาตัวนี้มีการออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า อาจเริ่มเห็นผลการรักษาในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 หลังการใช้ยา

b. Amitriptyline

  • ข้อบ่งใช้: รักษาอาการซึมเศร้า และภาวะฉี่รดที่นอนในเด็ก (Nocturnal enuresis)
  • กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งไม่ให้เซลล์จับสาร Serotonin และ Norepinephrine ไปใช้งาน
  • ขนาดการใช้: 50 - 150 mg/day วันละครั้งก่อนนอน หรือแบ่งหลายครั้งเน้นก่อนนอน
  • อาการไม่พึงประสงค์: ปากแห้ง การรับรสชาติผิดปกติ ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก ตาพร่า หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตลด ง่วงนอน น้าหนักเพิ่ม
  • หมายเหตุ: หากขณะลดยานี้แล้วเกิดอาการถอนยา เช่น นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ให้เพิ่มยากลับไปเท่ากับขนาดก่อนลดยา และจึงค่อยๆปรับลดยาให้ช้าลง

4. ยาคงสภาพอารมณ์ (Mood Stabilizers)

แบ่งยากลุ่มนี้ออกเป็น 2 ประเภท คือ

ก. ยารักษา Bipolar disorder คือ มีอารมณ์แปรปรวนเป็น 2 ขั้ว (คุ้มคลั่งและเศร้าหดหู่) ได้แก่

  • ยารักษาอาการคลุ้งคลั่ง: กลุ่มยับยั้งสาร Norepinephrine และ ยับยั้งสาร Dopamine
  • ยารักษาอาการซึมเศร้าหดหู่: กลุ่มยับยั้งสาร Norepinephrine และยับยั้งสาร Serotonin

ข. ยารักษาโรคซึมเศร้า คือ อารมณ์ซึมเศร้า นอนมาก เฉื่อยชา อาจจะมีความคิดฆ่าตัวตายร่วมด้วย

  • ข้อบ่งใช้: ใช้รักษาภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ ( Mood disorder) และ รักษาผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorder)
  • กลไกการออกฤทธิ์: ทำให้การทำงานส่วนที่มีประสิทธิภาพของ Norepinephrine (Active nore pinephrine) ในสมองลดลง
  • อาการไม่พึงประสงค์: สับสน ง่วงนอน เบื่ออาหาร กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย
  • ยาที่ใช้บ่อย: ได้แก่ Lithium carbonate, Lithium citrate, Carbamazepine

หมายเหตุ ประเภทยา

ยาทางจิตเวช ยังอาจแบ่งได้อีกแบบ โดยเป็น 2 ประเภท คือ

ก. ยาที่ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาทในสมอง ที่ใช้บ่อยมีดังนี้

  • ยับยั้ง Dopamine: ได้แก่ Chlorpromazine, Haloperidol, Perphenazine, Fluphenazine
  • กระตุ้น GABA receptor : ได้แก่ Lorazepam , Diazepam , Clorazepate dipotassium
  • ยับยั้งการหลั่ง 5 - HT : ได้แก่ Chlorpromazine , Perphenazine
  • ยับยั้งการทำลาย 5 - HT : ได้แก่ Amitriptyline , Fluoxitine
  • ยับยั้งการทำงานของ Norepinephrine : ได้แก่ Amitriptyline

ข. ยาประเภทอื่นๆ: ได้แก่

  1. Typical antipsychotic หรือ Conventional antipsychotic หรือ First generation antipsy chotic คือ ยารุ่นแรกหรือยาหลักที่ใช้รักษาโรคทางจิตเวช หรือเรียกว่า ยารักษาโรคจิตเวชกลุ่มเก่า เป็นยาที่ทำให้ตัวรับสาร Dopamine ไม่ทำงานเป็นหลัก ได้แก่
    • Haloperidol
    • Perphenazine
    • Chlorpromazine
  2. Atypical antipsychotic หรือ Second generation antipsychotic คือยารักษาโรคจิตเวชกลุ่มใหม่ เป็นยาในรุ่นที่สองที่ค้นคิดได้ โดยเป็นยาที่ยับยั้งทั้ง ตัวรับของ Serotonin (Serotonin recep tor) และตัวรับของ Dopamine (Dopamine receptor) ได้แก่
    • Olanzapine (Zyprexa)
    • Risperidone (Risperidal)
    • Quetiapine (Seroquel)
    • Aripiprazole (Abilify)

สรุป

  • ยารักษาทางจิตเวชมีหลากหลายชนิดและเป็นยาอันตราย การใช้ยาต้องเป็นคำแนะนำจากแพทย์เท่านั้น และต้องใช้ยาให้ถูกต้องตามแพทย์แนะนำโดยเฉพาะในเด็กและในผู้สูงอายุ ไม่ควรปรับ เปลี่ยนปริมาณยา (Dose) ด้วยตนเอง
  • ไม่ใช้ยากลุ่มนี้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ยกเว้นเป็นการแนะนำจากแพทย์
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ เพื่อประเมินผลการรักษา เพื่อการปรับเปลี่ยนยา อาจโดยชนิดหรือขนาดรับประทาน และพบแพทย์ก่อนนัด เมื่อมีอาการผิดไปจากเดิม อาการรุนแรงขึ้น มีอาการแพ้ยา หรือมีผลข้างเคียงจากยามาก และ/หรือเมื่อกังวลในอาการ
  • ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาในกลุ่มยาจิตเวชด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกชนิด ควรต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

บรรณานุกรม

1. http://www.nimh.nih.gov/health/publications/mental-health-medications/index.shtml#pub5 [2014,June 21].
2. http://kalasin.moph.go.th/ssh/download/Pharmacy/pharmacy_1/pc18.pdf [2014,June 21].