การตรวจสุขภาพประจำปี (Annual Physical Checkup)
- โดย ศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
- 17 ตุลาคม 2556
- Tweet
- บทนำ
- การตรวจสุขภาพประจำปีคืออะไร?
- การตรวจสุขภาพประจำปีในผู้ที่ไม่มีโรคหรือปัจจัยเสี่ยงกับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคแตกต่างกันหรือไม่?
- การตรวจสุขภาพประจำปีผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่อะไรบ้าง?
- การตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มเติมในประชากรที่มีปัจจัยเสี่ยงคืออะไร?
- ลำดับขั้นการตรวจสุขภาพประจำปีควรทำอย่างไร?
- การเลือกตรวจโปรแกรมการตรวจสุขภาพประจำปีที่ดีคืออย่างไร?
- การตรวจสุขภาพประจำปีอะไรที่ไม่มีประโยชน์?
- การตรวจสุขภาพควรตรวจบ่อยแค่ไหน?
- ผลตรวจพบว่าหัวใจโตจากการเอกซเรย์ปอด ควรทำอย่างไร?
- ผลตรวจการทำงานของตับพบว่ามีตับอักเสบหมายความว่าอย่างไร และควรทำอย่างไร?
- ผลตรวจสุขภาพประจำปีผิดปกติควรทำอย่างไร?
- สรุป
บทนำ
การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ถ้าต้องมีโรคก็อย่าให้ร้ายแรง และควรรู้ตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อผลการรักษาจะได้ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันกระแสการรักษาสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพกำลังมาแรง ดังจะเห็นได้จากการประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลเอกชนหรือศูนย์ด้านสุขภาพต่างๆ มีโปร แกรมการตรวจสุขภาพสำหรับผู้รักสุขภาพทุกคน ซึ่งโปรแกรมการตรวจนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ค่าใช้จ่ายแต่ละโปรแกรมก็สูงพอสมควร ดังนั้น เราควรทราบว่าจริงแล้ว การตรวจสุขภาพคืออะ ไร ใครควรตรวจสุขภาพประจำปี และควรตรวจอะไรบ้าง
การตรวจสุขภาพประจำปีคืออะไร?

การตรวจสุขภาพประจำปีคือ กิจกรรมการตรวจประเมินสุขภาพ โดยที่ผู้รับการตรวจยังไม่มีอาการผิดปกติ ยังอยู่ในภาวะที่ร่างกายยังปกติ และผู้ป่วยรู้สึกว่าร่างกายยังสมบูรณ์ เป็นการตรวจที่ทำในทุกๆปี ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นการตรวจที่ประกอบด้วย การสัมภาษณ์/สอบถามประวัติอาการ และประวัติทางการแพทย์ต่างๆ การตรวจร่างกายโดยละเอียด การตรวจทางห้องปฏิบัติ การที่จำเป็น การให้วัคซีนป้องกันโรคตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และการให้คำ ปรึกษาสุขภาพที่สอดคล้องกับสภาวะของผู้รับการตรวจแต่ละราย
การตรวจสุขภาพประจำปีในผู้ที่ไม่มีโรคหรือปัจจัยเสี่ยงกับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคแตก ต่างกันหรือไม่?
การตรวจสุขภาพในผู้ป่วย 2 กลุ่มนี้ ต้องแตกต่างกันอย่างแน่นอน กลุ่มที่ไม่มีปัญหาสุข ภาพใดๆ ก็ควรตรวจประเมินเฉพาะโรคที่พบได้บ่อยและป้องกันได้ ส่วนผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยงก็ต้องตรวจประเมินเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงนั้นๆโดยเฉพาะเพิ่มเติม เช่น การมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ก็ต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพิ่มเติมจากการตรวจพื้นฐานสำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง เป็นต้น
การตรวจสุขภาพประจำปีผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงได้แก่อะไรบ้าง?
การตรวจสุขภาพประจำปีผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ที่ควรตรวจตามการแนะนำของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ ตารางกิจกรรมตรวจสุขภาพที่ควรทำสำหรับผู้ใหญ่ อายุ 20 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
ตารางที่ 1 การสัมภาษณ์/ประวัติ/ตรวจร่างกาย
กิจกรรม | ปัญหาที่ต้องการป้องกัน | คำอธิบายเพิ่มเติม |
การสัมภาษณ์/ประวัติ/ตรวจร่างกาย |
| การสัมภาษณ์ประวัติและการตรวจร่าง กายโดยละเอียด เป็นกระบวนการตรวจคัดกรองที่สำคัญที่สุด และนำ ไปสู่การเลือกวิธีการตรวจคัดกรองที่เป็นประโยชน์สำหรับแต่ละบุคคล ความถี่ห่างในการให้เพื่อรับการตรวจขึ้นอยู่กับอายุและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ |
วัดความดันโลหิต (ก) | ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัว ใจ/ โรคหลอดเลือดสมอง, โรคไตวาย | ทุกวัย ตรวจทุกครั้งที่มาพบแพทย์ด้วยปัญหาต่างๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
ชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูง (ก) | อ้วน, เบาหวาน, ไขมันในเลือดผิด ปกติ, ความดันโล หิตสูง, โรคหลอดเลือดหัวใจ,โรคหลอดเลือดสมอง | ทุกวัย ตรวจวัดตามระยะเวลาที่เหมาะ สมอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง |
การตรวจสายตา (ข) | ปัญหาสายตา | ทุกเพศ อายุ > 40 ปี ตรวจ visual activity ปีละ 1 ครั้ง |
การตรวจการได้ยิน (ข) | ปัญหาการได้ยิน | ทุกเพศอายุ > 40 ปี ซักถามประวัติการได้ยินเสียงและส่งตรวจพิเศษ เมื่อผิดปกติ |
การตรวจเต้านมสตรีโดยแพทย์ (ข) | มะเร็งเต้านม | อายุ > 40 ปี ปีละ 1 ครั้ง |
ตารางที่ 2 การให้ภูมิคุ้มกัน
กิจกรรม | ปัญหาที่ต้องการป้องกัน | คำอธิบายเพิ่มเติม |
การให้ภูมิคุ้มกัน
| บาดทะยัก คอตีบ | ทุกเพศ ทุกวัย booster ทุก 10 ปีต่อ เนื่องจากวัยเด็ก, ฉีดวัคซีนชนิดรวมกับบาดทะยัก |
| Congenital Rubella Syndrome | หญิงวัยเจริญพันธุ์ ที่ไม่มีประวัติฉีดวัค ซีนมาก่อน และไม่ได้ตั้งครรภ์ในขณะตรวจ และหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์อีก 3 เดือน |
ตารางที่ 3 การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
กิจกรรม | ปัญหาที่ต้องการป้องกัน | คำอธิบายเพิ่มเติม |
ความเข้มข้นของเลือด(hematocrit/hemoglobin) (ข) | โรคโลหิตจาง | ทุกเพศ ทุกวัยตรวจทุก 3 ปี |
การตรวจปัสสาวะ (urinalysis) (ข) | โรคไตอักเสบ นิ่วในไต เบาหวาน | ทุกเพศ ทุกวัยตรวจทุก 3 ปี |
การตรวจอุจจาระ (stool exam for parasites) (ข) | พยาธิทางเดินอาหาร มะเร็งท่อน้ำดี | ทุกเพศ ทุกวัยตรวจทุก 1 ปี |
น้ำตาล (plasma glucose) (ข) | เบาหวาน | ทุกเพศ อายุ 45 ปีขึ้นไปตรวจทุก 3 ปี |
ไขมัน (cholesterol) (ข) | ไขมันในเลือดผิด ปกติ โรคหลอดเลือดหัวใจ | ทุกเพศ อายุ 35 ปีขึ้นไปตรวจทุก 3 ปี |
เอช ไอ วี (HIV antibody) (ข) | การแพร่กระจายของ HIV | ทุกเพศ ทุกวัย แนะนำให้ตรวจโดยสมัครใจก่อนสมรส |
มะเร็งปากมดลูก (Pap smear) (ก) | มะเร็งปากมดลูก | หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์ หรืออายุมาก กว่า 35 ปี ตรวจปีละครั้งติดต่อกัน 3 ปี หลังจากนั้นตรวจทุก 3 ปี จนอายุถึง 65 ปี |
ตารางที่ 4 การให้คำปรึกษาแนะนำ
กิจกรรม | ปัญหาที่ต้องการป้องกัน | คำอธิบายเพิ่มเติม |
ออกกำลังกาย (ก) | อ้วน/เบาหวาน ไข มันในเลือดผิดปกติ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ | ทุกเพศ ทุกวัย ให้ออกกำลังกายชนิดแอโรบิค อย่างน้อยวันละ 15 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง |
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์/สารเสพติด (ก) | ตับแข็ง/โรคสมองพิการ/อุบัติเหตุ ภยันตราย | ทุกเพศ ทุกวัย ซักถามประวัติและแนะ นำให้เข้าใจถึงอันตรายจากสารเสพติด/สุรา |
สูบบุหรี่ (ก) | มะเร็งในปอด/ปอดเรื้อรัง, โรคหัวใจ/ผลแทรกซ้อนอื่นๆ ของการสูบบุหรี่ | ทุกเพศ ทุกวัย ซักถามประวัติการสูบบุหรี่และแนะนำให้ผู้สูบบุหรี่ เลิกสูบบุหรี่ทุกครั้งที่พบแพทย์ไม่ว่าด้วยปัญหาใด แนะนำการปฏิบัติตนเพื่อเลิกบุหรี่ |
เอดส์/โรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์ (ก) การวางแผนครอบครัว | เอดส์/โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ | ทุกเพศ ทุกวัย อธิบายอันตรายและวิธี การป้องกัน,ทุกเพศ ทุกวัย อายุ 20 ปี อธิบายวิธี การคุมกำเนิดต่างๆที่ถูกต้อง ปัญหาเพศสัมพันธ์ต่างๆ |
การป้องกันอุบัติภัย (ก) | การบาดเจ็บ/ตาย จากอุบัติภัย | ทุกเพศ ทุกวัย อธิบายการป้องกันอุบัติภัยที่พบบ่อย อันตรายจากการขับขี่ในขณะดื่มสุรา ยาเสพย์ติด ประโยชน์การสวมหมวกกันน๊อค, คาดเข็มขัดนิรภัย การระวังอุบัติภัยในผู้สูง อายุ |
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง (ก) | มะเร็งเต้านมสตรี | อายุมากกว่า 20 ขึ้นไป แนะนำวิธีการตรวจเต้านมโดยตนเองและให้ตรวจด้วยตนเอง เดือนละ 1 ครั้ง |
น้ำหนักคำแนะนำ
- “ก”. คือ มีหลักฐานการศึกษาทางวิชาการที่เชื่อถือได้เป็นอย่างดี สนับสนุนการกระทำดัง กล่าวมีประโยชน์คุ้มค่า (ควรทำ)
- “ข”. คือ มีหลักฐานพอเชื่อถือได้ ประกอบกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่า การกระทำดัง กล่าวอาจมีประโยชน์คุ้มค่า (น่าทำ)
- “ค”. คือ ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอในการสนับสนุนหรือคัดค้านว่า การกระทำดังกล่าวมีประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่ (อาจทำหรืออาจไม่ทำ)
- “ง”. คือ มีหลักฐานพอสรุปว่า การกระทำดังกล่าวไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่า หรือมีผลเสีย (ไม่ควรทำ)
การตรวจสุขภาพประจำปีเพิ่มเติมในประชากรที่มีปัจจัยเสี่ยงคืออะไร?
ปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ที่พบบ่อย ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ เพราะเป็นผู้สัมผัสโรคจากการทำงาน, ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศหรือเสพสารเสพติด, ผู้เสี่ยงต่อโรคเบา หวาน เช่น พ่อ แม่ พี่น้องเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน และ/หรือ คลอดบุตรน้ำหนักมาก เป็นต้น, สูบบุหรี่, ความดันโลหิตสูง, และประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว ซึ่งรายละเอียดการตรวจสุข ภาพดังตาราง
กลุ่มประชากรเสี่ยง | ปัญหาที่ต้องการป้องกัน | มาตรการที่แนะนำ |
บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ปฏิบัติ งานในห้องปฏิบัติการทดลองที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ | ไวรัสตับอักเสบ บี ไวรัสตับอักเสบ เอ วัณโรค | วัคซีนตับอักเสบ บีวัคซีนตับอักเสบ เอ Tuberculin test ในผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน บีซีจี (ตรวจการติดเชื้อวัณโรค) |
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือยาเสพย์ติด | เอดส์ โรคติดต่อทางเพศ สัมพันธ์ | Anit-HIV VDRL Vaginal smear for GC Hepatitis B |
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ได้ แก่ ประวัติบิดา มารดา หรือพี่น้องเป็นเบาหวาน, อ้วน, ประวัติเบา หวานขณะตั้งครรภ์ หรือ คลอดบุตรที่มีน้ำหนักมาก | เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ | ชายและหญิงอายุมาก กว่า 20 ปี ตรวจน้ำตาล ทุก 3 ปี แนะนำโภชนา การ การออกกำลังกายและการรักษาน้ำหนักตัวที่เหมาะสม |
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดแดงแข็งอย่างน้อย 2 ปัจจัย ได้แก่ สูบบุหรี่/อ้วน, ความดันโลหิตสูง, เบา หวาน, ประวัติโรคหัวใจขาดเลือด, อัมพาตในครอบครัว ชายอายุมาก กว่า 45 ปี หญิงอายุมากกว่า 50 ปี | โรคหลอดเลือดหัวใจ/โรคหลอดเลือดสมอง | ตรวจคลอเรสเตอรอล, ไตรกลีเซอร์ไรด์, ไขมัน เอช ดี แอล (HDL) |
สตรีที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม | มะเร็งเต้านม | หญิงอายุ 35 ปี ขึ้นไป ตรวจแมมโมแกรม/ตรวจภาพรังสีเต้านม (mammography) ทุก 1 ปี |
ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่/มะเร็งทวารหนัก โรคทางพันธุ กรรม polyposis, ulcerative colitis/ลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง, adenoma tous polyposis | มะเร็งลำไส้ใหญ่/มะเร็งทวารหนัก | ชาย/หญิง อายุ 50 ปี ขึ้นไป ตรวจเลือดปนออกมาในอุจจาระทุก 1 ปี ตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทุก 3-5 ปี |
ลำดับขั้นการตรวจสุขภาพประจำปีควรทำอย่างไร?
ลำดับขั้นการตรวจสุขภาพประจำปี คือ ควรพบแพทย์เป็นลำดับแรก เพื่อสัมภาษณ์ประ วัติทางการแพทย์ต่างๆ ประเมินความเสี่ยงของโรคต่างๆ จะได้กำหนดรายละเอียดของการตรวจสุขภาพได้ถูกต้อง ต่อจากนั้นก็เป็นการตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เมื่อทราบผล ก็พบแพทย์เพื่อให้คำอธิบายผลการตรวจสุขภาพ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ อย่างไร ควรต้องดูแลสุขภาพอย่างไร ต้องรักษาโรคหรือภาวะใดๆหรือไม่ หรือต้องตรวจอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เป็นต้น ร่วมกับการตอบข้อสงสัย และให้คำปรึกษาต่อผู้รับการตรวจ
อนึ่ง การปฏิบัติในปัจจุบัน มักเริ่มจากการนัดหมายกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเลือกโปรแกรมการตรวจตามความต้องการของผู้รับการตรวจนั้น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองในการตรวจ หรือการตรวจที่ไม่เหมาะสม ไม่ครบถ้วน หรือเกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังพบว่าบางสถานพยาบาลหลังจากตรวจทางห้องปฏิบัติการครบแล้ว ก็ค่อยมาพบแพทย์เพื่อสัมภาษณ์ประ วัติและตรวจร่างกาย ต่อจากนั้นจะส่งผลการตรวจทั้งหมดไปให้ผู้รับการตรวจที่บ้านหรือสถานที่ทำงาน พร้อมกับคำแนะนำ ซึ่งการปฏิบัติแบบนี้อาจก่อให้เกิดการตรวจสุขภาพที่ไม่เหมาะสมได้ กล่าวคือ การแปรผลการตรวจสุขภาพนั้น ควรต้องได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมกับการสัมภาษณ์ประวัติ ตรวจร่างกาย และอธิบายผลการตรวจสุขภาพต่อผู้รับการตรวจโดยตรง เพื่อการเข้าใจที่ดี รวมทั้งต้องแนะนำการปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ดีด้วย
การเลือกตรวจโปรแกรมการตรวจสุขภาพประจำปีที่ดีคืออย่างไร?
โปรแกรมการตรวจสุขภาพที่ดี ควรต้องประกอบด้วยการตรวจพื้นฐานให้ครบตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ร่วมกับการเลือกตรวจเพิ่มเติมกรณีมีปัจจัยเสี่ยงในแต่ละข้อ ชุดการตรวจที่ถูกกำหนดล่วงหน้านั้น อาจไม่เหมาะสมในแต่ละบุคคล ควรต้องพิจารณาตรวจให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล ดังนั้นการพบแพทย์/การปรึกษาแพทย์ก่อน จึงเป็นเรื่องที่จะเหมาะสมกว่า
การตรวจสุขภาพประจำปีอะไรที่ไม่มีประโยชน์?
การตรวจสุขภาพประจำปีที่ปฏิบัติกันบ่อยๆ แต่ไม่มีประโยชน์ตามหลักฐานทางการแพทย์ กรณีไม่มีอาการผิดปกติใดๆ คือ
- การตรวจอัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อตรวจหาโรคมะเร็งของอวัยวะภายใน เช่น ตับ ตับอ่อน ไต รังไข่ มดลูก
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง/สารมะเร็ง (Tumor marker) ไม่ว่าจะเป็น มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก
- การตรวจเอกซเรย์ปอด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอก และตรวจเสมหะถ้าไม่มีอาการผิดปกติ
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจในผู้รับการตรวจอายุน้อยกว่า 40 ปี
- การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก กรณีไม่มีอาการใดๆ
การตรวจสุขภาพควรตรวจบ่อยแค่ไหน?
การตรวจสุขภาพโดยทั่วไป คือ ทุก 1 ปี ยกเว้น มีปัจจัยเสี่ยงและแพทย์ต้องการเฝ้าระ วังอย่างใกล้ชิด อาจตรวจบ่อยขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์ เช่น ทุก 6 เดือน
ผลตรวจพบว่าหัวใจโตจากการเอกซเรย์ปอด ควรทำอย่างไร?
เมื่อผลการตรวจสุขภาพประจำปีจากเอกซเรย์ปอด พบหัวใจโต กรณีไม่มีอาการใดๆ ไม่มีโรคประจำตัว หรือความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ก็ไม่ควรต้องทำอะไร แต่ถ้ามีอาการผิด ปกติ เช่น เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้ ก็ควรต้องพบแพทย์ เพื่อประเมินระบบหัว ใจและหลอดเลือดให้ดี กรณีมี ความดันโลหิตสูงก็ต้องรักษาควบคุมความดันโลหิตให้ดี
ผลตรวจการทำงานของตับพบว่ามีตับอักเสบหมายความว่าอย่างไร และควรทำอย่างไร ?
ผลการตรวจสุขภาพประจำปีจากตรวจเลือดดูการทำงานของตับ พบตับอักเสบ โดยส่วนใหญ่คือ พบค่าเอนไซม์ตับ เอ แอล ที (ALT) และ/หรือ เอ เอส ที (AST) เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการสูง ขึ้นนั้น อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดต่างๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ, ไวรัสตับอัก เสบ บี, ไวรัสตับอักเสบ ซี หรือไวรัสตับอักเสบ ดี, การดื่มแอลกอฮอล์, หรือภาวะไขมันเกาะตับ /ไขมันพอกตับ, รวมทั้งการทานยาบางชนิดที่มีผลต่อการทำงานของตับ เช่น ยารักษาวัณโรค เป็นต้น ดังนั้น เมื่อผลการตรวจหน้าที่ของตับพบภาวะตับอักเสบ ก็ต้องพบแพทย์ประเมินว่า มีจากสาเหตุใด ยังไม่ต้องวิตกกังวลว่า ต้องเป็นไวรัสตับอักเสบ หรือมะเร็งตับเสมอไป
ผลตรวจสุขภาพประจำปีผิดปกติควรทำอย่างไร?
เมื่อผลตรวจสุขภาพประจำปีผิดปกติ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ควรตั้งสติตนเองให้ดี อย่าวิตกกังวลเกินไป และก็ไปพบแพทย์พร้อมผลตรวจ เพื่อให้แพทย์ได้อธิบายในรายละเอียดของความผิดปกตินั้นๆ ทั้งนี้ความผิดปกติส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติเล็กน้อย ไม่รุนแรง แพทย์เพียงแนะนำให้เข้าใจและแก้ไข ภาวะผิดปกตินั้นๆก็จะดีขึ้นเป็นปกติ
สรุป
การตรวจสุขภาพประจำปีนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันการเป็นโรค หรือวินิจฉัยโรคได้แต่เนิ่นๆ กรณีผลการตรวจปกติ มิได้หมายความว่าให้ผู้รับการตรวจนั้น ไม่ต้องดูแลสุขภาพตนเองต่อไป หรือบางคนพอทราบผลการตรวจปกติ ก็ดื่มเหล้าฉลองผลการตรวจสุขภาพ การกระทำเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่ง