รักษ์สุขภาพ - ตอนที่ 63 การฝึกสติเพื่อรักษาโรค (3)

4.2 Mindfulness-Based Cognitive Therapy (MBCT)

MBCT ผสมผสานการฝึกสติกับการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive behavioral therapy: CBT) ใช้ป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล

4.3 Acceptance and Commitment Therapy (ACT)

ACT คือการบำบัดที่ใช้หลักสติร่วมกับการยอมรับและการดำเนินชีวิตตามคุณค่า (Values-based action) มีหลักฐานสนับสนุนในโรคซึมเศร้า, ความวิตกกังวล, และความเจ็บปวดเรื้อรัง

5. หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของการฝึกสติเพื่อรักษาโรค

งานวิจัยแบบ ทดลองแบบสุ่มที่มีการควบคุม (Randomized controlled trials) และการวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analyses) พบว่า การบำบัดด้วยสติ (Mindfulness-based therapy: MBT) มีประสิทธิผลในการลดอาการซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความเครียด ความเจ็บปวดเรื้อรัง และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง นอกจากนี้ยังมีหลักฐานว่าการฝึกสติช่วยลดการกลับเป็นซ้ำของโรคซึมเศร้าได้ใกล้เคียงกับการใช้ยาต้านซึมเศร้าในผู้ป่วยบางกลุ่ม

6. การประยุกต์ใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูและเวชปฏิบัติ

ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู การฝึกสติถูกใช้เพื่อช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), การบาดเจ็บที่ไขสันหลัง (Spinal cord injury), กลุ่มอาการปวดเรื้อรัง (Chronic pain syndrome), และผู้ป่วยหลังการผ่าตัด ให้สามารถจัดการกับความเจ็บปวด ความเครียด และภาวะซึมเศร้า ซึ่งส่งผลต่อผลลัพธ์การฟื้นฟูสมรรถภาพ

การฝึกสติยังถูกใช้ในคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การเลิกบุหรี่ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

7. วิธีการฝึกสติสำหรับประชาชนทั่วไป

7.1 การฝึกหายใจอย่างมีสติ (Mindful breathing)

ฝึกโดยนั่งในท่าที่สบาย รับรู้ลมหายใจเข้าออก โดยไม่ต้องควบคุมลมหายใจ หากมีความคิดอื่นเกิดขึ้น ให้รับรู้และกลับมาที่ลมหายใจ

แหล่งข้อมูล 

  1. Jon Kabat-Zinn. (1990). Full Catastrophe Living: Using the Wisdom of Your Body and Mind to Face Stress, Pain, and Illness. New York: Delacorte Press.
  2. Zindel V. Segal, Mark G. Williams, & John D. Teasdale. (2013). Mindfulness-Based Cognitive Therapy for Depression (2nd ed.). New York: Guilford Press.