1.ตลาดโรงพยาบาล – ตอนที่ 78

ข้อมูลเชิงลึกตามโครงสร้างความเป็นเจ้าของ (Ownership insights)

กลุ่มโรงพยาบาลที่เป็นของภาครัฐหรือรัฐบาล (Publicly/Government-owned) ครองส่วนแบ่งรายได้ (Revenue share) สูงสุดที่ 34.55% ในปี ค.ศ. 2023 เนื่องจากมีปริมาณผู้ป่วยจำนวนมาก อันเป็นผลมาจากต้นทุนการรักษา (Treatment cost) ที่ต่ำหรือมีความสามารถในการเข้าถึง (Access) ได้มากกว่าภาคเอกชน

นอกจากนี้ หลายประเทศให้ความสำคัญแก่การเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ชนบท (Rural) เพื่อให้ประชากรในพื้นที่ที่ขาดแคลน (Needy) สามารถเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงลงทุนในระบบสาธารณสุข (Public health)เพื่อเสริมสร้างกำลังคน (Manpower) และยกระดับคุณภาพการดูแลรักษา (Quality care)

ตัวอย่างเช่น ในเดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2024 รัฐบาลออสเตรเลียได้เข้าซื้อ (Acquire) โรงพยาบาล Calvary Public Hospital และโอนการบริหารจัดการให้กับ Canberra Health Services (CHS) การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มการลงทุน (Investment) ของรัฐบาลในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ด้านสุขภาพ, บุคลากร (Staff) และบริการทางการแพทย์ (Medical services) ในประเทศออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริการผู้ป่วยนอก (Outpatient services) คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compounded average growth rate: CAGR) ที่สูงที่สุดตลอดช่วงการคาดการณ์ (Forecast) ความก้าวหน้า (Advancement) ทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Small incision) และอุปกรณ์ช่วยสมานแผล (Wound healing) ที่มีประสิทธิภาพ (Efficiency) มากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว (Fast recovery) ส่งผลให้ระยะเวลาการนอนรักษา (Length of stay) ในโรงพยาบาลโดยเฉลี่ยลดลง นอกจากนี้ การนำเทเลเมดิซีนและการให้คำปรึกษาทางไกลมาใช้อย่างเพิ่มขึ้น ยังช่วยกระตุ้น (Stimulate) ตลาดบริการผู้ป่วยนอก เนื่องจากผู้ป่วยสามารถรับการดูแลรักษาได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทาง (Travel) ไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

ตามข้อมูลจาก NHS England ในปีงบประมาณ ค.ศ. 2022 – ค.ศ. 2023 มีการนัดหมาย (Appointment) ผู้ป่วยนอกประมาณ 124.5 ล้านครั้ง ในประเทศอังกฤษ เพิ่มขึ้น 1.7% จากปี ค.ศ. 2021 – ค.ศ. 2022 และลดลงประมาณ 0.4% เมื่อเทียบกับปี ค.ศ.2019 – ค.ศ. 2020

อย่างไรก็ตาม กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนเชิงพาณิชย์ (For-profit/Privately owned) คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) สูงที่สุดตลอดช่วงการคาดการณ์ ทั้งนี้เป็นผลมาจากความต้องการ (Demand) ของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในด้านการดูแลรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized treatment) ซึ่งโรงพยาบาลเอกชนมักมีความพร้อม (Readiness) มากกว่า เนื่องจากมีอัตราส่วนผู้ป่วยต่อบุคลากรที่ต่ำกว่า และมีสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) ที่ทันสมัยกว่า

แหล่งข้อมูล

  1. https://www.grandviewresearch.com/industry-analysis/hospital-services-market [2026, February 21].
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Healthcare_in_Thailand [2026, February 21].