10. ตลาดสุขภาพ – ตอนที่ 75
- โดย ดร. วิทยา มานะวาณิชเจริญ
- 20 มกราคม 2569
- Tweet

บทสรุป
- ในปี พ.ศ. 2568 กลุ่มธุรกิจประกันภัยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ทริสเรทติ้ง (TRIS = Thai Rating and Information Services) คาดว่าประกันวินาศภัย (Property insurance) น่าจะได้รับแรงหนุนจาก เหตุการณ์แผ่นดินไหว (Earthquake)
โดยประกันอัคคีภัย (Fire insurance), ประกันภัยการเสี่ยงภัยทุกชนิด (Industry all-risk [IAR] insurance) และประกันภัยอุตสาหกรรม (Industrial insurance) ขนาดใหญ่ ที่มีสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองมหันตภัย (Disaster) น่าจะได้รับความสนใจ
ประกันภัยรถยนต์ (Automobile insurance) มีแนวโน้ม (Trend) ทรงตัว (Stable) ขณะที่ประกันสัตว์เลี้ยง (Pet insurance) เริ่มเป็นที่นิยมมาก (Popular) ขึ้น ส่วนประกันชีวิต (Life insurance) น่าจะขับเคลื่อน (Driven) โดยประกันชีวิตที่มีสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพแบบเหมาจ่าย (Additional health package)
หรือโรคร้ายแรง (Severe disease) จากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล (Healthcare expenditures) ที่สูง รวมถึงประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-linked insurance) และประกันบำนาญ (Pension insurance)
- ผลประกอบการปี ค.ศ. 2568 ของกลุ่มประกันวินาศภัย อาจถูกกดดัน (Pressured) ด้วยค่าสินไหมทดแทน (Indemnity) ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหว ส่วนประกันภัยรถยนต์ ค่าสินไหมทดแทนน่าจะปรับตัวขึ้นจากต้นทุนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (Electrical vehicle: EV) ที่ยังสูงอยู่
แต่ในขณะเดียวกัน ข้อกำหนดการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล (Co-payment) น่าจะช่วยลดค่าสินไหมทดแทนสำหรับประกันสุขภาพ (Health insurance) ส่วนกลุ่มประกันชีวิตยังคงสามารถทำกำไร (Profitability) โดยอาศัยการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product design) ที่ตอบโจทย์ (Solution) ด้านสุขภาพควบการลงทุน
โครงสร้างและสายโซ่คุณค่าธุรกิจ (Business Structure and Value Chain) กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประกอบไปด้วย 7 กลุ่มย่อย ได้แก่
- บริษัทประกันชีวิต
- บริษัทประกันวินาศภัย
- บริษัทประกันภัยต่อ (Re-insurance)
- บริษัทโฮลดิ้งที่มีบริษัทลูกเป็นบริษัทประกันภัย
- บริษัทโฮลดิ้งที่มีบริษัทลูกเป็น บริษัทนายหน้าประกันภัย (Insurance broker)
- บริษัทนายหน้าประกันภัย และ
- บริษัทนายหน้าประกันภัยต่อ (Reinsurance broker)
แหล่งข้อมูล –