3. ตลาดยา – ตอนที่ 83

ส่วนตลาดยาสามัญ (Generic drugs market) ราคาถูกจากจีนและอินเดีย ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดัน (Pressure) ให้ผู้ผลิตไทยต้องรักษาความสามารถในการแข่งขัน (Competition) ให้ได้ในต้นทุนที่จำกัด (Cost limitation)

2. สิทธิบัตรยา: ด่านอุปสรรคของผู้ผลิตไทย 

การคิดค้นยาต้นแบบ (Prototype) ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล (Enormous investment) และสิทธิบัตรยา (Patent) มักได้รับการคุ้มครอง (Protection) นานถึง 20 ปี ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยไม่สามารถผลิตหรือจำหน่ายยาตัวนั้นได้จนกว่าสิทธิบัตรจะหมดอายุ และเมื่อหมดแล้ว บริษัทยาต่างชาติก็มักจดสิทธิบัตรใหม่เล็กน้อย (Evergreening) เพื่อยืดอายุความคุ้มครองต่อไป ผู้ผลิตไทยจึงถูกจำกัดบทบาทในตลาดยานวัตกรรม (Innovative drugs) และยังต้องเผชิญข้อจำกัดจากข้อตกลงการค้า (Trade agreement) ระหว่างประเทศที่เพิ่มการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual property) ทำให้การแข่งขันยาสามัญยิ่งยากขึ้น

3. ต้นทุนพุ่ง-วัตถุดิบต้องนำเข้า 

ผู้ผลิตยาไทยต้องพึ่งพาการนำเข้า (Import) สารออกฤทธิ์ (Active pharmaceutical ingredients: API) และวัตถุดิบเกือบทั้งหมด ความผันผวน (Fluctuation) ของราคาตลาดโลก, ค่าพลังงาน (Energy) และค่าแรง (Labor) ทำให้ต้นทุนการผลิต (Production cost) สูงขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังขาดดุลการค้า (Trade deficit) ด้านยาสูงถึง 5 เท่า หมายความว่าเรานำเข้ายามากกว่าที่ส่งออกถึง 5 เท่า หากสายโซ่อุปทาน (Supply chain) สะดุด ไทยอาจเผชิญกับปัญหาการขาดแคลน (Shortage) ยาที่ผลิตในประเทศได้ 

4. กฎระเบียบแน่นหนาและแรงกดดันด้านราคา

แม้การควบคุมราคา (Price control) ยาโดยรัฐจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึง (Access) ยาได้มากขึ้น แต่มาตรการเหล่านี้กลับเพิ่มภาระ (Burden) ให้ผู้ผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งระบบแจ้งราคา (Price quotation), การต่อรองราคากลาง (Price negotiation),การซื้อยาสามัญทดแทน (Substitute) ยาต้นแบบ ตลอดจนการแข่งขันราคาจากเอกชน (Private competition) ล้วนส่งผลให้ผู้ผลิตต้องแบกรับต้นทุน แต่กำหนดราคาขายได้น้อยลง หากบริหารไม่ดี อาจกระทบต่อคุณภาพ (Quality) ยาในระยะยาว

5. มาตรฐานการผลิตสูงขึ้น แต่ทุนไม่พร้อมเสมอไป 

ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการมาตรฐานการผลิต PIC/S [Pharmaceutical Inspection Co-operation Scheme] ซึ่งแม้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม แต่การปรับโรงงานและระบบให้ได้มาตรฐาน (Standards) ใหม่นั้นใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉพาะผู้ผลิตรายกลางและรายเล็ก (Small and medium-size enterprises: SME) ที่อาจไม่สามารถปรับตัวได้ทัน นอกจากนี้ กระบวนการขึ้นทะเบียนตำรับยา (Formulary) ใหม่ โดยเฉพาะยาชีววัตถุ (Biologics) ยังคงใช้เวลานาน ทำให้ผู้ประกอบการบางรายชะลอ (Delay) การลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced)

6. แรงงานขาดแคลน-ทุนวิจัยเข้าไม่ถึง 

แหล่งข้อมูล

  1. https://www.pharmconnection.net/thailand-pharmaceutical-market-trends-2025/ [2026, May 4]
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Pharmaceutical_industry [2026, May 4].