3. ตลาดยา – ตอนที่ 54

LH Bank Business Research รายงานออนไลน์ เรื่องอุตสาหกรรมยา (Pharmaceutical industry) ว่า อุตสาหกรรมยาเกี่ยวข้องกับการวิจัย (Research), พัฒนา (Develop), ผลิต (Manufacture) และจำหน่าย (Distribute) ยาแผนปัจจุบัน (Modern medicine) และเวชภัณฑ์ (Medical supplies) ที่ใช้ในการวินิจฉัย (Diagnosis) และรักษาโรค (Treatment)

อุตสาหกรรมยา เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินลงทุน (Investment) สูงในการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuously) ทั้งนี้ยาแผนปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก (Major categories) ประเภทแรกได้แก่ ยาต้นตำรับหรือยาต้นแบบ (Original drug) ซึ่งเป็นยาที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาจนได้รับสิทธิบัตร (Patent) ผูกขาดในการผลิตเป็นเวลา 20 ปี

ประเภทที่ 2 ยาชื่อสามัญ (Generic drug) ซึ่งเป็นการผลิตจากสูตรยา (Formulation) ต้นตำรับที่หมดสิทธิบัตรแล้ว โดยมีตัวยาสำคัญ (Essential ingredient) และคุณสมบัติ (Property) ทางการรักษาเช่นเดียวกัน แต่มีต้นทุนการผลิตและจำหน่ายที่ต่ำกว่า

นอกจากนี้ ยังสามารถแบ่งยาตามลักษณะ (Nature) ของการจำหน่ายได้เป็น ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ (Prescription drug) ซึ่งจำหน่ายผ่านสถานพยาบาล (Healthcare facilities) และ ยาสามัญประจำบ้าน/ยาจำหน่ายทั่วไป (Over-the-Counter: OTC) ที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้เองจากร้านขายยา (Drug store) โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์

ในประเทศไทย ยาที่จำหน่ายผ่านสถานพยาบาลมีสัดส่วนสูงถึง 80% ของมูลค่าตลาด (Market value) ยารวม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal health-insurance coverage) ที่ครอบคลุมประชากร (Population) ส่วนมาก ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึง (Access) การรักษาและยาในโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาด OTC ก็มีแนวโนมเติบโตขึ้นตามพฤตกรรม (Behavior) การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง (Self-health care) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยาสามัญที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น (Primary care) เช่น ยาแก้ปวด (Pain relief), ยาแก้ไข้  (Fever), ยาแก้หวัด (Cold), และยารักษาอาการทางเดินอาหาร (Gasto-intestinal)

โครงสร้าง (Structure) การผลิตในอุตสาหกรรมยาแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นต้น (Initial stage) คือการวิจัยและพัฒนายาใหม่ซึ่งใช้ เวลา 10 - 15 ปี และต้องการทดสอบทางคลินิก (Clinical testing) หลายขั้นตอน ขั้นกลาง (Intermediate stage) คือการผลิตวัตถุดิบ (Raw material) ตัวยา ซึ่งประกอบด้วย สารออกฤทธิ์ (Active pharmaceutical ingredients: APIs) และสารปรุงแต่งยา (Excipients) ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (Advanced) และเงินลงทุนมาก

ในส่วนนี้ไทยยังมีข้อจำกัด (Limitation) ด้านการผลิต โดยต้องพี่งพาการนำเข้า (Import) วัตถุดิบตัวยาสำคัญจากต่างประเทศสูงถึง 90% ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตยาทั้งหมด โดยนำเข้าจากประเทศผู้ผลิตหลัก (Major producers) ได้แก่ จีน, สวิตเซอร์แลนด์, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, และอินเดีย

สำหรับวัตถุดิบที่ผู้ประกอบการไทยผลิตได้จะไม่มีความซับซ้อน (Complex) เช่น อลูมินั่มไฮดรอกไซด์ (Aluminum hydroxide) แอสไพริน (Aspirin), โซเดียมไบคาร์บอเนต Sodium bicarbonate เป็นต้น สำหรับขั้นตอนสุดท้ายคือขั้นปลาย (Final state) เป็นการนำวัตถุดิบมาผสม (Mixed) และแปรรูป (Processed) เป็นยาสำเร็จรูปในรูปแบบต่างๆ ซึ่งที่เป็นขั้นตอนที่ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) ไทยส่วนใหญ่ ดำเนินการอยู่ 

แหล่งข้อมูล

  1. chrome-extension://efaidnbmnnnibpcajpcglclefindmkaj/https://www.lhbank.co.th/getattachment/7c3b248a-93c7-4260-8338-53f6165c49bb/economic-analysis-Industry-Outlook-2024-Pharmaceutical [2025, March 24].
  2. https://en.wikipedia.org/wiki/Pharmacy_(shop) [2025, March 24].