กระดานสุขภาพ

กินยาคุมปรับฮอร์โมน
Anonymous

14 มีนาคม 2561 16:49:04 #1

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. มีเลือดออกผิดปกติค่ะ ไปหาหมอ คุณหมอตรวจภายในและอัลตราซาว คุณหมอบอกว่าปกติน่าจะเกี่ยวกับฮอร์โมนถ้าไม่รำคาญอะไรปล่อยไว้ก็ได้ ผ่านไป10วัน เลือดหยุดเองค่ะ และมีเพศสัมพันธุ์ พอมาวันที่ 10 มี.ค. มีเลือดออกช่องคลอดอีกแล้วค่ะแต่คราวนี้มีอาการคันด้วย ไปพบคุณหมอ หมอบอกว่าน่าจะเป็นเชื้อราเพราะเลือดออกบ่อยจึงให้ยาสอดมาสอด6วันและยาทาภายนอก และให้ยาคุมมากิน คืนนั้นก่อนนอนสอดยา และกินยาคุม ผ่านไปชั่วโมงกว่าๆเลือดออกมาเป็นสีแดง แต่ก่อนหน้านี้เลือดจะเป็นสีน้ำตาลค่ะ อยากทราบว่า เลือดออกนี้เกี่ยวข้องกับอาการคันไหมคะ ร้ายแรงหรือเปล่า เสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูกไหม ที่เลือดออกเป็นสีแดงเพราะอะไร
อายุ: 19 ปี เพศ: F น้ำหนัก: 47 กก. ส่วนสูง: 163ซม. ดัชนีมวลกาย : 17.69 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
รศ.พญ. สายฝน ชวาลไพบูลย์

(สูติ-นรีแพทย์)

16 มีนาคม 2561 05:46:41 #2

จากประวัติที่บอกมาคุณน่าจะมีรอบเดือนที่ไม่ปกติ เพราะมีเลือดออกผิดปกติกระปริดกระปอยทางช่องคลอด การรักษานั้น สามารถทานฮอร์โมน โปรเจสโตรเจนหรือยาเม็ดคุมกำเนิดได้ดังที่คุณหมอให้ยาคุมมาทาน ถ้าเริ่มทานยาคุมแล้วอยู่ๆ มีเลือดออกมาเป็นสีแดง แสดงว่าอาจจะเป็นเลือดที่ออกมาผิดปกติ เพียงแต่มีปริมาณมากเลยเห็นเป็นสีแดง แต่ถ้ามีปริมาณน้อยก็จะเห็นเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำคล้ำ ไม่ต้องกังวล ให้คุณทานยาคุมต่อเนื่องไปเรื่อยๆ คืนละ 1 เม็ด หลังทานยาไปประมาณ 3 -4 คืน เลือดที่ออกมาก็จะเริ่มหยุดและแห้งหายไปได้เอง เมื่อยาคุมหมดแผงรอบเดือนถัดไปก็จะมา ถ้าเป็นยาคุมชนิด 21 เม็ดเลือดจะออกในช่วง 7 วันหลังจากที่ทานยาคุมหมดแผง และหลังจากนั้นคุณก็สามารถเริ่มรับประทานยาคุมแผงใหม่ได้เลย แต่ถ้าคุณไม่ต้องการที่จะทานยาคุมแล้วก็อาจจะสังเกตอาการไปก่อน ในกรณีที่มีเลือดออกผิดปกติอีกก็ค่อยไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับประทานยาคุมกำเนิดใหม่หรือรับการรักษาอย่างต่อเนื่องต่อไป ช่วงที่ทานยาคุมระยะแรกนั้น ยาจะยังไม่สามารถออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดี ดังนั้น คุณจะต้องป้องกันการตั้งครรภ์โดยการสวมใส่ถุงยางอนามัยด้วยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ในกรณีที่คุณมีความอับชื้นในช่องคลอดเพราะเลือดออกผิดปกติไปก็อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องพยายามหลีกเลี่ยงความอับชื้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อดังกล่าว ถ้าคุณเช็คมะเร็งปากมดลูกแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องเช็คอีก แต่ถ้าไม่เคยเช็คควรจะต้องทำการตรวจเช็คปีละ 1 ครั้งค่ะ
________________________________________