กระดานสุขภาพ

มีตุ่มเม็ดเล็กๆขึ้นบริเวณอัณฑะครับ
Anonymous

13 เมษายน 2559 19:05:36 #1

http://haamor.com/media/images/webboardpics/b5c34-27914.JPG

ดังภาพครับ คือเป็นตุ่ม เม็ดเล็กๆ ขนาดไม่ถึง1มิลลิเมตร เมื่อก่อนไม่มีครับ อยู่ดีๆก็มีขึ้นมา
แรกๆโผล่มาแค่เม็ดเดียวแต่ตอนนี้ประมาน5-6เม็ดแล้วครับ ระยะเวลาห่างน่าจะหลายเดือนอยู่ถึงเพิ่มขึ้นมา

ประวัติเพศสัมพันธ์ เคยพลาดมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับผู้ชาย1ครั้งแรก(เป็นฝ่ายรุก) ครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต
เพราะหลังจากนั้นเกิดอาการหนองในแท้ขึ้น กินยาจนหายแล้วครับ เลยไม่ทำอีกเลย
ครั้งต่อๆมาจะเป็นOralทั้งหมดครับไม่มีการสอดใส่

ส่วนเม็ดตุ่มที่ขึ้นนี้ ไม่แน่ใจครับ ว่าครั้งแรก ขึ้นมาก่อนที่มีเพศสัมพันธ์หรือว่าหลังมีครับ

อยากทราบว่า อาการแบบนี้เข้าค่ายผู้ติดเชื้อHIVไหมครับ แล้วจะสามารถตรวจได้ที่ใดกับและค่าตรวจโดยประมานครับ

อายุ: 23 ปี เพศ: M น้ำหนัก: 65 กก. ส่วนสูง: 160ซม. ดัชนีมวลกาย : 25.39 (ค่ามาตรฐานคนเอเชีย=18.5-22.9)
Anonymous

13 เมษายน 2559 19:09:20 #2

เพิ่มเติมคือ ไม่มีอาการคันอะไรมากเป็นพิเศษครับ แต่มีนิสัยไม่มั่นใจเรื่องขนาดของตัวเอง จึงชอบจับดูบ่อย เลยสังเกตุเห็นครับ

นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคผิวหนัง

17 เมษายน 2559 16:07:37 #3

ดูจากรูปที่ส่งมา เห็นเป็นตุ่มเล็กๆที่หนังถุงอัณฑะ ไม่เห็นรายละอียดเนื่องจากเล็กมาก อาจจะเกิดจากต่อมไขมัน หรือต่อมใต้ผิวหนังอักเสบ ส่วนที่ถามเกี่ยวกับการติดเชื้อเอดส์หรือเอชไอวี มีการศึกษาโอกาสของการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอดส์ 1 ครั้ง จากมากไปน้อยดังนี้

ชายหรือหญิงเป็นฝ่ายถูกสอดใส่ทางทวารหนัก 0.5%

หญิงเป็นฝ่ายถูกสอดใส่ทางช่องคลอด 0.1%

ชายเป็นฝ่ายสอดใส่ทางทวารหนัก 0.065%

ชายเป็นฝ่ายสอดใส่ช่องคลอด 0.05%

ชายหรือหญิงที่เป็นฝ่ายทำออรัลเซ็กส์ 0.01%

ชายหรือหญิงเป็นฝ่ายถูกทำออรัลเซ็กส์0.005%

อย่างไรก็ตามโอกาสจะเพิ่มขึนถ้าเป็นกามโรคหรือมีแผลด้วย

ส่วนเรื่องอาการโรคเอดส์ ขออธิบายดังนี้ 1. การติดเชื้อระยะเฉียบพลัน เกิดขึ้นใน 2-4 อาทิตย์หลังจากที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ คลื่นไส้ อาเจียน มีผื่นขึ้นตามตัว เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต เป็นต้น ซึ่งอาการจะค่อยดีขึ้นใน 1-4 อาทิตย์ เนื่องจากอาการเหล่านี้ไม่ค่อยเฉพาะเจาะจงทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว อาจนึกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ 2. ระยะที่ไม่มีอาการจะเป็นระยะต่อจากระยะเฉียบพลัน ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างไร ระยะนี้จะอยู่ระหว่าง 3-5 ปี แต่ในบางรายอาจนานเป็น 10 ปีขึ้นไปขึ้นอยู่กับการดูแลสภาพของร่างกายและปริมาณเชื้อไวรัสในเลือด 3. ระยะที่เป็นเอดส์ ผู้ป่วยเริ่มจะมีภูมต้านทานลดลง น้ำหนักลด ท้องเสียเรื้อรัง มีผื่นคันตามตัว เป็นเชื้อราที่ลิ้น ต่อมาเริ่มมีโรคแทรก เช่น งูสวัด วัณโรคปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม เป็นต้น ถ้า ีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อหรือไม่ สามารถตรวจเลือดได้โดยใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม ไม่ต้องเสียค่าตรวจ และตรวจได้ปีละ 2 ครั้ง