Frame Top
User

คุยกับหมอสมศักดิ์ เทียมเก่า ตอน: ระบบสุขภาพไทยดีจริงระดับโลก

โดย รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
26 ธันวาคม 2017
talksomsak-7


การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริง ๆ เพราะการเจ็บป่วยแต่ละครั้งทุกข์ทั้งกาย ทุกข์ทั้งใจ เสียทั้งเวลา เสียทั้งทรัพย์ และถ้ารุนแรงความเสียหายก็จะทวีคูณมากขึ้น ในอดีตนั้นเวลาจะไปโรงพยาบาลหาหมอแต่ละครั้ง จะต้องดูว่าเรามีเงินพอที่จะเสียค่ารักษาพยาบาลหรือไม่ แต่ในปัจจุบันคนไทยมากกว่าร้อยละ 97 มีหลักประกันสุขภาพ หมายความว่าเมื่อเราเจ็บป่วยก็จะมีผู้ออกค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลให้เรา สิ่งนี้เราต้องทำความเข้าใจ เพื่อประโยชน์ของเราโดยเฉพาะ อย่ารอให้เจ็บป่วยแล้วจึงมาหาความรู้ ก็อาจทำให้เกิดความเสียหายไปแล้วก็ได้

ปัจจุบันคนไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพอยู่ 3 ระบบใหญ่ๆ ร่วมกับระบบประกันสุขภาพของเอกชน หรือองค์กรต่างๆ 3 ระบบใหญ่ที่ว่า คือ 1. หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือที่เรียกสั้นๆ ว่าบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค 2. ข้าราชการหรือที่เรียกว่าจ่ายตรง 3. ประกันสังคม

1. หลักประสุขภาพถ้วนหน้า คืออะไร ใครได้สิทธิ์การรักษานี้ สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรคนั้น คือหลักประกันที่ทำให้คนไทยที่ไม่มีพ่อแม่ หรือตนเองเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่ได้มีงานทำในโรงงานอุตสาหกรรมหรือร้านค้าที่จดทะเบียน ซึ่งก็คือคนไทยส่วนใหญ่ เกือบร้อยละ 75 เป็นสิทธิ์นี้ เพื่อที่ประเทศจะเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล เวลาเกิดอาการเจ็บป่วยใดๆ ถ้าเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ก็จะไม่เสียค่ารักษาพยาบาล แต่ก็ต้องมีกติกา เช่น ถ้าเจ็บป่วยฉุกเฉินก็รักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ ถ้าไม่ฉุกเฉินต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลที่ตนเองขึ้นทะเบียนไว้ ก็มักจะเป็นโรงพยาบาลใกล้บ้าน และถ้าโรงพยาบาลใกล้บ้านรักษาไม่ได้เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ก็จะทำการส่งตัวมายังโรงพยาบาลอื่นๆ ตามระบบสุขภาพ การรักษาใดๆ ที่จำเป็นต่อการรักษา และอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ก็รักษาได้ฟรี แต่ถ้าอยู่นอกเหนือก็ต้องพิจารณาเป็นแต่ละกรณี

2. สิทธิ์ข้าราชการ คือ ผู้ที่ทำงานราชการ เป็นข้าราชการ หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สิทธิ์นี้จะเป็นของตนเอง คู่สามี ภรรยา พ่อ แม่และลูกที่อายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ การใช้สิทธิ์ที่เรียกว่าจ่ายตรง ก็คือ การที่ผู้มีสิทธิ์นั้นไปขึ้นทะเบียนยังสถานบริการนั้นๆ ไว้ ถ้าเข้ารับการรักษาก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่ารักษาพยาบาล ทางสถานพยาบาลจะทำการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเอง กรณีที่บุตรเป็นผู้พิการ ไร้ซึ่งความสามารถทางผู้ปกครองก็สามารถยื่นความจำนงค์ต่อศาลเพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์รักษาพยาบาลข้าราชการต่อไปได้ ถึงแม้อายุจะมากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม ด้านสิทธิ์การรักษาครอบคลุมสิ่งที่มีความจำเป็นเหมือนกับทุกสิทธิ์ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ และแพทย์มีหนังสือรับรองเพราะไม่มียาในบัญชียาหลักรักษา หรือไม่ตอบสนอง หรือแพ้ยา ก็สามารถใช้สิทธิ์การรักษาที่ไม่ต้องชำระเงินเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้

3. สิทธิ์ประกันสังคม สิทธิ์นี้ก็จะเป็นสิทธิ์เฉพาะผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการต่างๆ ตามระเบียบของกระทรวงแรงงาน ที่จะต้องให้ลูกจ้างและนายจ้างมีการส่งเงินสะสมเพื่อการดูแลสุขภาพแรงงาน ในสิทธิ์นี้ก็จะดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลครอบคลุมคล้ายกับทุกสิทธิ์การรักษา แต่จะมีเพิ่มเกี่ยวกับสุขภาพที่เกิดจากการทำงานโดยเฉพาะ เช่น ค่าชดเชยเมื่อมีการบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยที่มีสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากการทำงานนั้น ก็จะได้ค่าชดเชยนี้ หรือถ้าตกงาน ก็ได้ค่าชดเชยส่วนนี้บ้าง

จริงๆ แล้วทั้ง 3 สิทธิ์นี้ก็มีที่มาที่ไปแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การคุ้มครองคนไทยทุกคนให้มีความมั่นคงด้านสุขภาพ ไม่มีการสิ้นเนื้อประดาตัวจากการเจ็บป่วย ในอดีตผมได้เห็นเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย เช่น การเป็นหนี้เป็นสิน การขายวัวขายควาย มาเพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ผมอยากให้ความเชื่อมั่น และให้ความมั่นใจว่าระบบหลักประกันสุขภาพไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ เชื่อผมเถอะครับ

Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom