Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง  ระบบโรคติดเชื้อ 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไข้  ผื่น 

บทนำ

ไฟลามทุ่ง (Erysipelas) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังในชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยมีความรุนแรงของอาการหลายระดับ ตั้งแต่เป็นไม่มาก รักษาเพียงยาปฏิชีวนะ รับประทานก็หาย ไปจนถึง อาการที่เป็น ลุกลามจนมีไข้สูง ถึงมีการติดเชื้อในกระแสโลหิต(ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) ได้

อะไรเป็นสาเหตุและกลไกการเกิดโรคไฟลามทุ่ง?

ไฟลามทุ่ง

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคไฟลามทุ่ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งที่พบบ่อยคือ จากแบคทีเรียชนิด สเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) โดยเชื้ออาจเข้าสู่ผิวหนังทางรอยแยกแตกของผิวหนัง ที่เกิดจากมีการบาดเจ็บ/แผล ที่บางครั้งเราอาจไม่ได้สังเกตเห็น, รอยแยกของผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อรา, รอยแมลงกัด, แผลผ่าตัด, บริเวณที่บวมเรื้อรัง (เช่น มือ เท้า แขน ขา ที่บวม), บริเวณที่มีเนื้อตายอยู่เดิม (เช่น แผลที่เท้าจากโรคเบาหวาน) ฯลฯ ซึ่งเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังชั้นหนังแท้ ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อลุกลามขึ้น แต่มีบางครั้งรอยแตกของผิวหนังเหล่านี้ได้หายไปแล้ว เมื่อเกิดไฟลามทุ่งขึ้น

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคไฟลามทุ่ง?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคไฟลามทุ่ง ได้แก่

โรคไฟลามทุ่งมีอาการอย่างไร?

อาการที่พบได้ในโรคไฟลามทุ่ง ได้แก่ ผิวหนังที่เกิดโรค มีลักษณะเป็นผื่นใหญ่ แดงสด บวม เจ็บ คลำดูที่ผื่นจะร้อน ขอบผื่นยกนูนจากผิวหนังปกติชัดเจน และอาจพบเป็นตุ่มพอง (Blister) ร่วมด้วย โดยผื่นที่เกิด มักลุกลามอย่างรวดเร็ว และผิวหนังที่แดงอักเสบบวม จะตึงมีลักษณะคล้ายเปลือกส้มหรือหนังหมู (Peau d' orange)

นอกจากนั้น อาการที่มักพบเกิดร่วมด้วย คือ อาการไข้ที่มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และในรายรุนแรง มักเป็นไข้สูง หนาวสั่น

ทั้งนี้ประมาณ 90% ของผู้ป่วยไฟลามทุ่ง พบการติดเชื้อที่บริเวณ ขา เท้า, ส่วนประมาณ 2.5-10% มีการติดเชื้อที่บริเวณใบหน้า หรือ ที่ผิวหนังส่วนอื่นๆ

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

หากมี ผื่นขึ้น ปวด บวมแดง ร้อน ขอบเขตชัด และ/หรือร่วมกับมีไข้ ชวนให้สงสัยว่าเป็นโรคไฟลามทุ่งโดยเฉพาะบริเวณขาและเท้าที่พบได้บ่อย ควรมาพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เพื่อทำการวินิจฉัยและได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ เนื่องจากการติดเชื้อสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ และ/หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ โดยเฉพาะที่มีภาวะขา แขน บวมเรื้อรังอยู่ก่อนแล้ว

แพทย์วินิจฉัยโรคไฟลามทุ่งได้อย่างไร?

กรณีอาการไม่รุนแรง แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคไฟลามทุ่งได้จาก ประวัติอาการ ประวัติทางการแพทย์ต่างๆ การตรวจร่างกาย และการตรวจลักษณะผื่น ในกรณีที่ิอาการรุนแรง อาจต้องทำการเพาะเชื้อแบคทีเรียจากแผลและเลือด เพื่อระบุชนิดของเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนั้น คือ การตรวจเลือดซีบีซี (CBC) พบภาวะ เม็ดเลือดขาวสูง (Leukocytosis ) ซึ่งช่วยบอกว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย

แพทย์รักษาโรคไฟลามทุ่งอย่างไร?

การรักษาโรคไฟลามทุ่ง คือการให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และการรักษาประคับ ประคองตามอาการ

ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง สามารถรักษาโดยรับประทานยาปฏิชีวนะ และรักษาแบบผู้ ป่วยนอกได้

ส่วนในผู้ป่วยที่อาการรุนแรง มีอาการไข้ร่วมด้วย อาจต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล และให้การรักษาโดยการฉีดยาปฏิชีวนะ

ทั้งนี้ระยะเวลาในการให้ยาปฏิชีวนะโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์

ส่วนการรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ยาแก้ปวด ยาลดไข้ และ/หรือให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ กรณีดื่มน้ำได้น้อย และ/หรือ กินอาหารได้น้อย

โรคไฟลามทุ่งก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้จากโรคไฟลามทุ่ง คือ

โรคไฟลามทุ่งมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

โดยทั่วไป โรคไฟลามทุ่งมีการพยากรณ์โรคที่ดี แผล/ผื่นมักหายภายในระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ หลังได้รับยาปฏิชีวนะ ซึ่งผื่นจะค่อยๆยุบลง โดยผิวหนังส่วนที่เคยติดโรคจะลอกเป็นขุย และไม่มีแผลเป็นเกิดตามมา

อย่างไรก็ตาม ในรายที่มีโรคประจำตัวที่มีอาการบวมร่วมด้วย เช่น ขาบวมเรื้อรัง พบการกลับเป็นซ้ำตำแหน่งเดิมได้ประมาณ 20%

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคไฟลามทุ่ง ได้แก่

เมื่อไหร่ต้องพบแพทย์ก่อนนัด?

กรณีที่ผู้ป่วยโรคไฟลามทุ่ง ไม่ได้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือที่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว (กรณีรักษาตัวในโรงพยาบาล) ให้สังเกตอาการไข้ และขนาดของผื่น หากหลังรับการรักษา ผื่นยังลามขึ้น หรือยังคงมีไข้ ควรมาพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัด เพื่อประเมินอาการและแนวทางการรักษาใหม่

ป้องกันโรคไฟลามทุ่งอย่างไร?

การป้องกันโรคไฟลามทุ่ง คือ การสังเกตและระวังการเกิดแผล อันเป็นทางเข้าสู่ผิวหนังของเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ เด็ก, ผู้สูงอายุ, ผู้มีโรคประจำตัว (โดยเฉพาะที่ทำให้เกิดหลอดเลือดหรือทางเดินน้ำเหลืองอุดตัน ที่มักมีอาการขาหรือแขนบวม) เพราะอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่นำไปสู่โรคไฟลามทุ่งได้ง่าย ซึ่งถ้าพบมีแผล ต้องรีบรักษาความสะอาด และ/หรือพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลถ้าแผลไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันหลังการดูแลตนเอง

บรรณานุกรม

  1. Lowell A Goldsmith , Stephen I Katz , Barbara A Gilchrest,Amy S.Paller ,David J. Leffell,Klaus Wolff,Amy S. Paller, David J.Leffell ; Fitzpatrick's dermatology in general medicine ; eighth edition ; Mc Grawhill medical
  2. Erysepelas : medscape ; http://emedicine.medscape.com/article/1052445-overview [2014,Feb6].
  3. ปรียา กุลละวณิชย์, ประวิตร พิศาลบุตร บรรณาธิการ. ตำราโรคผิวหนังในเวชปฏิบัติปัจจุบัน Dermatology 2020 พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ โฮลิสติก พับลิชชิ่ง. 2555


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom