Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมลูกหมาก  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ต่อมลูกหมากโต 

บทนำ

ยาไซโลโดซิน (Silodosin) เป็นยาในกลุ่มแอลฟา บล็อกเกอร์ (Alpha blocker) ทางคลินิกนำมาใช้รักษาอาการโรคต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hyperplasia) ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2006 (พ.ศ. 2549) ภายใต้ชื่อการค้าว่า Urief อีก 2 ปีต่อมาจึงเริ่มจัดจำหน่ายในประเทศแถบทวีปอเมริกา ตัวยามีการออกฤทธิ์กับตัวรับ (Receptor) ในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากที่มีชื่อว่า แอลฟา1เอ แอดริเนอร์จิก รีเซพเตอร์ (Alpha1A adrenergic receptor) ส่งผลให้บรรเทาอาการต่อมลูกหมากโตโดยไม่ก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเหมือนกับยาในกลุ่มแอลฟา บล็อกเกอร์ (Alpha blockers) ตัวอื่นๆ

ยาไซโลโดซินยังออกฤทธิ์ครอบคลุมไปถึงกระเพาะปัสสาวะทำให้กล้ามเนื้อภายในอวัยวะของระบบทางเดินปัสสาวะมีการคลายตัวและช่วยทำให้การขับถ่ายปัสสาวะเป็นไปได้ง่ายขึ้น

รูปแบบยาแผนปัจจุบันของยาไซโลโดซินจะเป็นยาชนิดรับประทาน ตัวยาไซโลโดซินสามารถดูดซึมจากระบบทางเดินอาหารและกระจายตัวเข้าสู่กระแสเลือดได้ประมาณ 32% ยานี้ในกระแสเลือดจะจับตัวกับพลาสมาโปรตีนได้ถึงประมาณ 97% ตับจะเป็นอวัยวะที่คอยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโมเลกุลของยานี้ ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 5 - 21 ชั่วโมงในการกำจัดยาไซโลโดซินออกจากกระแสเลือดโดยผ่านทิ้งไปกับปัสสาวะและอุจจาระ

ปัจจัยที่สนับสนุนหรือเป็นข้อห้ามใช้บางประการที่ควรทราบก่อนที่จะมีการใช้ไซโลโดซินเช่น

  • ผู้ป่วยต้องไม่มีประวัติแพ้ยาไซโลโดซินมาก่อน
  • ต้องเป็นผู้ที่มีภาวะตับ-ไตทำงานผิดปกติ และถือเป็นข้อห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยที่มีอาการป่วยด้วยโรคตับโรคไตในระดับรุนแรง
  • หากผู้ป่วยมีการรับประทานยาเหล่านี้เช่น Ketoconazole, Boceprevir/ยาต้านไวรัส, Clarithromycin, Cobicistat/ยารักษาโรคเอดส์, Cyclosporine, Itraconazole, Nafazodone/ยาต้านเศร้า, Posaconazole, Ritonavir, Telaprevir/ยาต้านไวรัส, Telithromycin ยากลุ่มดังกล่าวล้วนแล้วแต่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาไซโลโดซินรวมถึงส่งผลข้างเคียงต่างๆเพิ่มขึ้นติดตามมา ในทางคลินิกจึงได้กำหนดให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาเหล่านี้ร่วมกับยาไซโลโดซิน
  • ผู้ป่วยมีการใช้ยาแอลฟา บล็อกเกอร์ตัวอื่นๆอยู่อย่างเช่น Prazosin ซึ่งถือเป็นข้อห้ามใช้ร่วมกันด้วยอาจเกิดการเสริมฤทธิ์และทำให้ผู้ป่วยได้รับผลข้างเคียงของยาทั้งสองตัวในระดับรุนแรงติดตามมา
  • สตรีตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตรถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงของยาต่างๆต่อทารกในการใช้ยาทุกตัวรวมถึงยาไซโลโดซินด้วยเช่นกัน
  • กลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาการทำงานของตับ-ไตหรือผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดต้อกระจก หากมีความประสงค์จะใช้ยาไซโลโดซินจะต้องได้รับการคัดกรองและมีคำสั่งจากแพทย์เท่านั้น
  • ผู้ที่ได้รับยาไซโลโดซินโดยเฉพาะบุรุษเพศอาจพบปัญหามีอาการปวดขณะหลั่งน้ำอสุจิ หากพบอาการดังกล่าวควรรีบแจ้งหรือปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโดยเร็ว
  • ยาไซโลโดซินไม่เหมาะที่จะใช้กับเด็กด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกมาสนับสนุนความปลอดภัยในการใช้ยานี้กับกลุ่มผู้ป่วยเด็ก

กรณีผู้ป่วยได้รับยาไซโลโดซินเกินขนาดจะพบอาการความดันโลหิตต่ำ สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติ คือต้องรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์/โรงพยาบาลโดยเร็วทันที/ฉุกเฉินด้วยต้องบำบัดภาวะของความดันโลหิตรวมถึงการทำงานของหัวใจ ไต ซึ่งถือเป็นอวัยวะที่แพทย์ต้องควบคุมดูแลให้มีการทำงานกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว

ประเทศไทยโดยคณะกรรมการอาหารและยาได้จัดให้ยาไซโลโดซินอยู่ในหมวดของยาอันตราย การใช้ยานี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น

ผู้บริโภคสามารถพบเห็นการใช้ยาไซโลโดซินได้ตาสถานพยาบาลต่างๆรวมถึงมีการจำหน่ายตามร้านขายยาขนาดใหญ่ทั่วไป

ไซโลโดซินมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ไซโลโดซิน

ยาไซโลโดซินมีสรรพคุณ/ข้อบ่งใช้เช่น รักษาอาการต่อมลูกหมากโต และช่วยทำให้การถ่ายปัสสาวะขัดกลับมาเป็นเหมือนปกติ

ไซโลโดซินมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาไซโลโดซินคือ ตัวยาจะเข้าจับกับตัวรับที่อยู่ภายในเนื้อเยื่อของต่อมลูกหมากและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาททำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบของต่อมลูกหมาก รวมถึงบริเวณหูรูดของกระเพาะปัสสาวะ (Bladder neck) ทำให้การขับปัสสาวะคล่องตัวขึ้น จากกลไกที่กล่าวมาจึงทำให้เกิดฤทธิ์รักษาตามสรรพคุณ

ไซโลโดซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาไซโลโดซินมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเช่น

  • ยาแคปซูลชนิดรับประทานขนาด 4 และ 8 มิลลิกรัม/แคปซูล
  • ยาเม็ดชนิดรับประทานขนาด 4 มิลลิกรัม/เม็ด

ไซโลโดซินมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาไซโลโดซินมีขนาดรับประทานเช่น

  • ผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป: รับประทานยา 8 มิลลิกรัมวันละครั้งพร้อมอาหาร
  • เด็กและผู้อายุต่ำกว่า 18 ปี: ด้วยยังไม่มีข้อมูลทางคลินิกที่แน่ชัดมาสนับสนุนความปลอดภัย ในการใช้ยานี้กับผู้ป่วยกลุ่มนี้ การใช้ยานี้ในผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาเป็นกรณีๆไป

*****หมายเหต: ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดรวมยาไซโลโดซิน ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาไซโลโดซินสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดรับประทานเป็น 2 เท่า

อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิผลของการรักษาควรรับประทานยาไซโลโดซินตรงเวลา

ไซโลโดซินมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาไซโลโดซินสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ต่อระบบอวัยวะต่างๆของร่างกายดังนี้เช่น

มีข้อควรระวังการใช้ไซโลโดซินอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาไซโลโดซินเช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ยานี้กับสตรีตั้งครรภ์และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
  • ห้ามปรับขนาดรับประทานด้วยตนเอง
  • ห้ามใช้ยาที่มีสภาพเปลี่ยนไปจากเดิม
  • ห้ามรับประทานยานี้พร้อมกับสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
  • ระวังการใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคตับโรคไต
  • หลังการใช้ยานี้ถ้ามีอาการวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยวดยานพาหนะใดๆและ/หรือการทำงานกับเครื่องจักรด้วยจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • การใช้ยานี้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมาต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น
  • หากมีอาการแพ้ยานี้อย่างเช่น อึดอัดหายใจไม่ออก/หายใจลำบาก ใบหน้าบวม เกิดผื่นคันเต็มตัว ให้หยุดการใช้ยานี้ทันทีแล้วรีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลโดยเร็วทันที/ฉุกเฉิน
  • กรณีที่ใช้ยานี้แล้วอาการไม่ดีขึ้นควรรีบกลับมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนแพทย์นัดเพื่อแพทย์พิจารณาปรับแนวทางการรักษา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดและมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ
  • ห้ามเก็บยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาไซโลโดซินด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ไซโลโดซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาไซโลโดซินมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นเช่น

ควรเก็บรักษาไซโลโดซินอย่างไร?

ควรเก็บยาไซโลโดซินในช่วงอุณหภูมิ 15 - 30 องศาเซลเซียส (Celsius) ไม่เก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และไม่เก็บยาในห้องน้ำหรือในรถยนต์

ไซโลโดซินมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาไซโลโดซินที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้าบริษัทผู้ผลิต
Urief (ยูรีฟ) Eisai
Rapilif (แรพิลิฟ) IPCA
Silodal (ไซโลดัล) Ranbaxy
Silofast (ไซโลฟาส)Cipla

อนึ่งยาชื่อการค้าของยาไซโลโดซินที่จำหน่ายในประเทศตะวันตกเช่น Rapaflo, Silodyx, Urorec

บรรณานุกรม

  1. http://en.wikipedia.org/wiki/Alpha_blocker#Uses [2016,April2]
  2. http://www.rxlist.com/rapaflo-capsules-drug.html [2016,April2]
  3. http://www.drugs.com/cdi/silodosin.html [2016,April2]
  4. https://en.wikipedia.org/wiki/Silodosin [2016,April2]
  5. http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Urief/?type=BRIEF [2016,April2]
  6. http://www.actavis.ca/NR/rdonlyres/70828090-3E89-46C1-9229-359531B4BB33/0/Rapaflo_Product_Monograph_English.pdf [2016,April2]
  7. http://www.drugs.com/sfx/silodosin-side-effects.html [2016,April2]
  8. http://www.medindia.net/drug-price/silodosin.html [2016,April2]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom