Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กล้ามเนื้ออ่อนแรง  ปวดศีรษะ  มีไข้ 

บทนำ

ผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ซึม สับสน และ/หรืออาจร่วมกับชัก เมื่อไปโรงพยาบาลแพทย์จะให้การตรวจรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อพิสูจน์ว่ามีสาเหตุจากสมองอักเสบจากการติดเชื้อหรือไม่ และผมเชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินมาว่า ควรพาลูกๆมาฉีดวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ (Infectious encephali tis) วันนี้เรามารู้จักไข้สมองอักเสบให้ดีขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีของคนใกล้ตัวเรา

ไข้สมองอักเสบคืออะไร?

ไข้สมองอักเสบ

ไข้สมองอักเสบคือ ภาวะอักเสบของเนื้อสมองที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วย จะมีอาการไข้ ปวดศีรษะรุนแรง ซึม สับสน อาจชัก หรือมีปัญหาด้านความคิดความจำผิดปกติ บางรายอาจซึมจนหมดสติ โคม่า และเสียชีวิต (ตาย) ได้

ไข้สมองอักเสบมีอาการผิดปกติอะไรบ้าง?

ไข้สมองอักเสบมีอาการผิดปกติทั้งจากระบบประสาทและระบบอื่นๆของร่างกายที่เป็นอาการ ทั่วๆไปได้แก่

ทั้งนี้ อาการต่างๆดังกล่าวอาจพบได้ทั้งแบบที่เป็นขึ้นมาอย่างรวดเร็วเฉียบพลันภายใน 1 - 2 วันหรือเป็นอย่างช้าๆเป็นสัปดาห์หรือหลายสัปดาห์ก็ได้

สาเหตุของไข้สมองอักเสบเกิดจากอะไร?

สาเหตุของไข้สมองอักเสบมีได้หลายสาเหตุดังนี้เช่น

  1. สมองติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยคือ Japanese B encephalitis, Herpes simplex encephalitis และไวรัสชนิดอื่นๆ รวมทั้งเชื้อพิษสุนัขบ้า
  2. สมองติดเชื้อแบคทีเรีย
  3. ภาวะสมองอักเสบภายหลังการติดเชื้อทางร่างกาย (Post-infectious encephalitis) ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันต้านทานโรคที่ผิดปกติ

ใครมีโอกาสเป็นไข้สมองอักเสบบ่อยกว่าคนอื่นๆ?

ไข้สมองอักเสบเป็นโรคพบได้ในทุกอายุและทุกเพศ เป็นโรคที่พบได้เรื่อยๆไม่ถึงกับบ่อยมากนัก ทั้งนี้ผู้ที่มีโอกาส/ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดไข้สมองอักเสบได้แก่

  1. กลุ่มอายุ: พบได้สูงกว่าในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
  2. เพศ: พบได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายไม่แตกต่างกันถ้าเกิดจากการติดเชื้อ แต่ถ้าเกิดจากโรคทางภูมิ คุ้มกันต้านทานผิดปกติพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
  3. โรคประจำตัว: พบได้สูงกรณีผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อเอชไอวี หรือโรคที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันฯ เช่น โรคเอสแอลอี (SLE)
  4. ฤดูกาล/ช่วงเวลาต่างๆ: พบว่าแต่ละสาเหตุจะมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาเช่น เกิดจากสมองติดเชื้อไวรัสอาจพบโรคในช่วงฤดูหนาว ฤดูฝน เป็นต้น
  5. พื้นที่: เช่น พบโรคได้สูงขึ้นในเขตที่มีการระบาดของโรค
  6. อาชีพ: เช่น เลี้ยงหมูก็มีโอกาสเกิดการติดเชื้อไวรัสชนิด Japanese B encephalitis (ย่อว่า JE) เป็นต้น

ควรพบแพทย์เมื่อใด?

ผู้ที่มีอาการผิดปกติดังกล่าวในหัวข้อ อาการ ควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลทันที/ฉุกเฉิน เช่น ไข้ ร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง ซึม สับสน แขนขาอ่อนแรงหรือชัก แต่ถ้ามีอาการเพียงแค่ไข้ ปวดเมื่อย ปวดศีรษะเพียงเล็กน้อย ก็ควรต้องสังเกตอาการให้ดี ถ้าเป็นเพียงแค่การทานยาลดไข้แก้ปวดแล้วดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ แต่ถ้าอาการนั้นไม่ตอบสนองต่อการทานยาคือมีอาการที่รุนแรงขึ้นหรือไม่หายก็ควรรีบพบแพทย์อย่างรวดเร็ว และที่อยากเน้นคือให้รีบพบแพทย์ที่โรงพยาบาล ไม่แนะนำให้พบแพทย์ที่คลินิก

แพทย์วินิจฉัยโรคไข้สมองอักเสบได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคไข้สมองอักเสบได้จาก ข้อมูลจากผู้ป่วยและญาติว่ามีอาการผิดปกติข้างต้น (ดังกล่าวในหัวข้อ อาการ) หรือไม่ การตรวจร่างกายอาจพบแขน-ขาอ่อนแรง สับสน ซึม หรือการเคลื่อนไหวผิดปกติ มีไข้ มีคอแข็งตึง (Stiffness of neck)

เมื่อแพทย์ให้การวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นไข้สมองอักเสบ ก็จะส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองหรือแม่เหล็กไฟฟ้า/เอมอาร์ไอสมองเพื่อดูว่ามีความผิดปกติอื่นๆที่เป็นสาเหตุอธิบายอาการผิดปกติข้างต้นได้หรือไม่ ถ้าไม่มีข้อห้ามในการเจาะหลังเพื่อตรวจน้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง (CSF: cerebrospinal fluid) ก็จะเจาะหลัง จากนั้นแพทย์จะส่งตรวจ CSF เพื่อดูว่ามีความผิดปกติเข้าได้กับไข้สมองอักเสบหรือไม่ และตรวจเชื้อว่าสาเหตุของไข้สมองอักเสบเกิดจากเชื้ออะไรหรือจากภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ

แพทย์จำเป็นต้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอมอาร์ไอสมองหรือไม่?

การวินิจฉัยไข้สมองอักเสบจำเป็นต้องส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองและ/หรือเอมอาร์ไอสมองทุกราย ยกเว้นกรณีที่แพทย์สามารถให้การวินิจฉัยสาเหตุของความผิดปกติข้างต้นได้โดย ไม่ได้เกิดจากไข้สมองอักเสบแล้วเช่น ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด/ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (Sepsis หรือ Septic encephalopathy) ก็สามารถให้การรักษาได้โดยไม่ต้องส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองหรือเอมอาร์ไอสมอง

การรักษาไข้สมองอักเสบทำอย่างไร?

การรักษาไข้สมองอักเสบขึ้นกับสาเหตุเป็นหลัก ถ้ามียาที่รักษาเฉพาะก็ให้ยาเช่น ไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส Herpes simplex encephalitis หรือเชื้อแบคทีเรีย กรณีที่เป็นจากภูมิคุ้มกันฯผิดปกติก็ให้การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันหรือยาไอวีไอจี/ยาภูมิคุ้มกันฯ (intravenous immunoglo bulin: IVIG)

ทั้งนี้จะร่วมกับการรักษาประคับประคองตามอาการเช่น ยากันชัก ยาลดไข้ และการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆเช่น ปอดติดเชื้อ โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ แผลกดทับ (เช่น การใช้กายภาพบำบัด การช่วยให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหว เข้าห้องน้ำได้เองไม่ต้องใช้สายสวนปัสสาวะ) เป็นต้น

นอกจากนี้ผู้ป่วยมักมีปัญหาแทรกซ้อนในระยะยาวจากภาวะไข้สมองอักเสบคือ ปัญหาด้านพฤติกรรม ความจำ การเคลื่อนไหว อาการชักที่รักษายาก ซึ่งจำเป็นต้องให้การฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างต่อเนื่องและให้การรักษาด้วยยาและสหสาขาวิชาชีพ (เช่น กายภาพบำบัด) อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จะอยู่ในการแนะนำดูแลจากแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด

ไข้สมองอักเสบรักษาหายหรือไม่ ผลการรักษาดีหรือไม่?

การรักษาไข้สมองอักเสบได้ผลดีหรือไม่หรือการพยากรณ์โรคจะขึ้นกับสาเหตุ ความรุนแรงของอาการ และสภาพร่างกายของผู้ป่วยที่เริ่มมารักษา รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแค่ไหน อย่างไรก็ตาภาวะไข้สมองอักเสบนั้นเป็นภาวะที่ตอบสนองต่อการรักษาดีในผู้ป่วยที่มารับการรักษา รวดเร็วและได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น

ผลแทรกซ้อนระยะสั้นและระยะยาวคืออะไรบ้าง?

ผลแทรกซ้อน/ผลข้างเคียงระยะสั้น (อาการมักหายได้ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน) และระยะยาว (อาการมักคงอยู่ตลอดไป) ของโรคไข้สมองอักเสบได้แก่

ก. กรณีที่ผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาดีและอาการเริ่มต้นไม่มาก มารับการรักษาตั้งแต่ต้น จะมีภาวะแทรกซ้อน/ผลแทรกซ้อน/ผลข้างเคียงไม่มาก โดยอาจเกิดในระยะสั้นๆหรือในระยะยาวตลอดไปก็ได้เช่น อาจมีเพียงความจำที่บกพร่องเพียงเล็กน้อย

ข. กรณีตอบสนองต่อการรักษาไม่ดีหรือมารักษาล่าช้า ผู้ป่วยจะมีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง ตลอดไปเช่น ภาวะชักที่รักษายาก แขนขาอ่อนแรง พฤติกรรมผิดปกติ บุคลิกภาพผิดปกติ

ค. กรณีที่อาการรุนแรงที่ผู้ป่วยนอนติดเตียงก็จะมีภาวะแทรกซ้อนมากมายเช่น แผลกดทับ ปอดติดเชื้อ/ปอดอักเสบเป็นๆหายๆ ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะเป็นๆหายๆ ข้อยึดติด กล้ามเนื้อเกร็งเป็นตะคริวเสมอ เป็นต้น

ทั้งนี้ กรณีข้อ ข และ ค ผู้ป่วยอาจกลายเป็นผู้พิการไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ต้องมีผู้ช่วยดูแลตลอดไป

การรักษาทางกายภาพบำบัดจำเป็นหรือไม่?

การรักษาโรคไข้สมองอักเสบ นอกจากการรักษาในภาวะเฉียบพลันในช่วงแรกของการนอนรักษาในโรงพยาบาลที่เป็นการรักษาทางยาร่วมกับการรักษาประคับประคองตามอาการ/การรักษาทางอายุรกรรมทั่วไปแล้ว การทำกายภาพบำบัดในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อติด จำเป็น ต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นข้างต้น ในหัวข้อ ผลแทรกซ้อน

การดูแลที่บ้านต้องทำอย่างไร?

ในผู้ป่วยโรคไข้สมองอักเสบ เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว การดูแลตนเองต่อที่บ้านในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง ผู้ดูแลผู้ป่วยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะการดูแลระยะยาวนั้นมีวัตถุประสงค์หลักคือ การฟื้นฟูสภาพร่างกายผู้ป่วยให้กลับมาช่วยตนเองได้ตามควร และการป้องกันไม่ให้มีภาวะแทรกซ้อน (ดังกล่าวในหัวข้อ ผลแทรกซ้อน) ดังนั้นผู้ดูแลต้องมีประ สบการณ์การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้ดูแลจะต้องได้รับการสอนและติดต่อกับทีมสหสาขาวิชาชีพ (แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด อาสาสมัคร เป็นต้น) ตลอด ไป

เมื่อใดควรพบแพทย์ก่อนนัด?

ผู้ป่วยโรคไข้สมองอักเสบควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ และควรพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลก่อนนัดเมื่อ

ไข้สมองอักเสบป้องกันได้หรือไม่?

ไข้สมองอักเสบสามารถป้องกันได้ในบางกรณีเช่น



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน nanzaaa
Frame Bottom