Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผื่นแดงบนใบหน้า 

บทนำ

โรคโรซาเซีย (Rosacea) ในอดีตคนไทยเรียกว่า “โรคสิวหน้าแดง” แต่เนื่องจากปัจจุบันพบ ว่า โรซาเซีย เป็นการอักเสบของผิวหนังคนละประเภทกับสิว จึงเรียกโรคนี้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า โรคโรซาเซีย

ปัจจุบัน ไม่มีการศึกษาอัตราการเกิดของโรคนี้ไว้ชัดเจนนัก แต่พบว่า พบเกิดได้สูงกว่าในประชากรที่มีผิวขาวโดยเฉพาะในแถบยุโรป พบได้บ่อยในช่วงอายุ 30 - 50 ปี และพบได้บ่อยในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย

โรซาเซียเกิดได้อย่างไร? มีอะไรเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิด?

โรซาเซีย

สาเหตุการเกิดของโรคโรซาเซีย ยังไม่ทราบชัดเจน โดยเชื่อว่าเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดภายใต้ผิวหนัง เนื่องจากผู้ป่วยจะมีอาการหน้าแดงหรือขึ้นตุ่มที่สัมพันธ์กับปัจจัยกระตุ้น ที่สำคัญ เช่น อากาศร้อนจัด อากาศเย็นจัด แสงแดด การรักษาโรคที่ใบหน้าด้วยยาทาชนิดยาสเตีย รอยด์ อาหารและเครื่องดื่มที่ร้อน อาหารและเครื่องดื่มรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อารมณ์และความเครียด

รวมถึงโรคนี้ อาจมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับ ตัวไร ชื่อ Demodex บนใบหน้า (ไร ตัวเล็กๆมอง เห็นได้ทางกล้องจุลทรรศน์ พบได้ในรูขุมขนบนใบหน้าคนทั่วไป แต่หากมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าปกติอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนังแดงอักเสบขึ้น) นอกจากนั้น อาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมได้ แต่ทั้ง 2 กรณี ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาโรซาเซีย ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตา

โรซาเซียมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคโรซาเซียมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดย่อยของโรค (โรคนี้แบ่งย่อยได้เป็นหลายรูปแบบ/หลายชนิด ตามลักษณะอาการที่เกิดกับผิวหนัง) แต่ที่เป็นอาการหลัก คือ “อาการหน้าแดง” ซึ่งจะพบเกิดในบริเวณตอนกลางของใบหน้าคือ บริเวณจมูก และ แก้มทั้ง2ข้าง โดยผิว หนังจะเป็นตุ่มแดงอักเสบเป็นหนอง และมีเส้นเลือดขยายตัวให้มองเห็นได้ อาการหน้าแดงจะเกิดชั่วคราวจากเส้นเลือดที่ใบหน้าขยายตัวเมื่อได้รับปัจจัยกระตุ้น

นอกจากนั้น ผิวหนังผู้ป่วยมักมีลักษณะระคายเคืองได้ง่าย ลอก ในรายที่เป็นมากผิวหนังจะหนาขึ้นและขรุขระโดยเฉพาะบริเวณจมูก และถ้าเกิดที่ผิวหนังบริเวณตาด้วย จะมีอาการ เคืองตา แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์ หากมีอาการผิดปกติของผิวหนังที่สงสัยว่าเป็นอาการของโรซาเซีย (อาการดังกล่าวในหัวข้อ อาการ) เพื่อการวินิจฉัย รับคำแนะนำและรับการรักษาที่ถูกต้อง

แพทย์วินิจฉัยโรคโรซาเซียได้อย่างไร?

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคโรซาเซียได้จาก ประวัติอาการและการตรวจร่างกายดูลักษณะของรอยโรค โดยไม่ต้องมีการตรวจสืบค้นอื่นเพิ่มเติม แต่บางครั้ง อาจมีการการตัดชิ้นเนื้อจากรอยโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งจะทำเฉพาะกรณีที่อาการ/รอยโรคผู้ป่วยไม่ชัดเจน จำเป็น ต้องวินิจฉัยแยกโรคจากโรคอื่น เช่น จากโรคเซบเดิร์ม

รักษาโรคโรซาเซียอย่างไร?

การรักษาโรคโรซาเซีย แบ่งเป็น การปฏิบัติตน/การดูแลตนเอง, การใช้ยา, และ การใช้เลเซอร์(Laser)

ก. การปฏิบัติตน (การดูแลตนเอง): คือ การเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหน้าแดงจากมีเส้นเลือดขยาย เช่น

  • อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันทั้งอากาศร้อนและอากาศเย็น
  • ทาครีมกันแดดชนิดที่มีน้ำเป็นฐาน (Base) เป็นประจำและสม่ำเสมอเพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้นจากแสงแดด
  • เลี่ยงอาหารร้อน เครื่องดื่มร้อน อาหารและเครื่องดื่มรสจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เลี่ยงความเครียด
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย เพื่อลดการระคายเคืองของผิวหนังโดยเฉพาะผิวหน้า

ข. การรักษาด้วยยา:

  • ยาทา: เช่น Metronidazole, Clindamycin, Erythromycin ,หรือ Azelaic acid เช้า - เย็น หรือตามแพทย์ผู้รักษาแนะนำ
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ Sodium sulfacetamide หรือ Sulfur
  • ยารับประทาน: เช่น Tetracycline , Doxycycline , Isotretinoin ซึ่งควรเป็นการแนะ นำจากแพทย์เท่านั้น

ค. การรักษาด้วยเลเซอร์: เพื่อลดรอยแดงและเส้นเลือด ตัวเลือกที่สามารถใช้ในการรักษาคือเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวคลื่นสำหรับจับกับสาร Hemoglobin ในเส้นเลือด เช่น Pulse dye laser, Intensive pulse light, KTP laser โดยอาจทำการรักษาทุกเดือนในช่วงแรก เป็นเวลา 4 - 6 ครั้ง ทั้งนี้ จำนวนครั้งในการรักษา ผลการรักษา และผลข้างเคียงจากการรักษา ขึ้นกับแผลที่เกิดกับเลเซอร์แต่ละชนิด เช่น แผลติดช้า แผลติดเชื้อ และ/หรือผิวหนังบริเวณรักษามีสีที่ผิดปกติ (เช่น แดง หรือ เข้มขึ้น)

โรซาเซียก่อผลข้างเคียงอย่างไร?

โรซาเซีย ส่งผลกระทบด้านความสวยงาม เนื่องจากทำให้ผิวหน้าแดงอักเสบเรื้อรัง และในรายที่เป็นมาก จะทำให้ผิวหน้าหนาและขรุขระ จมูกเสียรูปทรง ในรายที่มีอาการที่ตา จะมีอาการระ คายเคืองตา และกระจกตาอักเสบได้

โรซาเซียมีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของโรซาเซีย คือ เป็นโรคเรื้อรัง หลังการรักษา อาการจะสงบ ทรงตัว ซึ่งมักมีร่องรอยของรอยโรคเหลืออยู่บ้าง แต่ก็สามารถกลับมามีอาการกำเริบได้อีกเป็นระยะๆ

ผลการรักษาโรคโรซาเซีย ขึ้นกับ ความรุนแรงของโรคเมื่อเริ่มเป็น, การเลี่ยงสิ่งกระตุ้น/ปัจ จัยกระตุ้น (ดังกล่าวในหัวหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้น) และความสม่ำเสมอในการทายา ใช้ยา และการทำเลเซอร์รักษา โดยทั่วไปใช้เวลาในการรักษา 2 - 3 เดือนโดยประมาณ จึงเริ่มเห็นผลจากการรักษา

นอกจากนั้น การปฏิบัติตนหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ควรปฏิบัติไปโดยตลอดเพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ ซึ่งการกลับเป็นซ้ำแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ไม่สามารถพยากรณ์การกลับเป็นซ้ำที่ชัดเจนได้

ดูแลตนเองอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคโรซาเซีย คือ

  • ใช้ยาต่างๆตามคำแนะนำของแพทย์ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่ขาดยา
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ/ปัจจัยกระตุ้น
  • ปฏิบัติตนตามที่ได้กล่าวแล้วในหัวข้อ การรักษา
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์กับผิวหน้าที่อ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่ายเพื่อลดการระคายเคือง
  • พบแพทย์/ไปโรงพยาบาลตามนัดเสมอ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ก่อนนัด?

หลังการรักษา หรือ การทำเลเซอร์ หากอาการมีแนวโน้มเป็นมากขึ้น หรือมีอาการ ระคายเคือง แสบ คัน บวมแดง จากการใช้ยา หรือเมื่อกังวลในอาการ ควรมาพบแพทย์/มาโรงพยาบาลก่อนนัดเสมอ

ป้องกันโรคโรซาเซียได้อย่างไร?

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่ชัดเจนของโรคโรซาเซีย แต่เชื่อว่าแสงแดดคือหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นการเกิดโรค การป้องกันผิวหนัง/ผิวหน้าจากแสงแดด จึงน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งในการป้องกันและลดอาการของโรค รวมทั้งป้องกันผลเสียอื่นๆจากแสงแดด เช่น ฝ้า กระแดด/กระผู้สูง อายุ

นอกจากนั้น การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆดังกล่าวแล้วในหัวข้อ สาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้น จะช่วยลดโอกาสเกิดเป็นซ้ำและลดความรุนแรงของโรคลงได้

บรรณานุกรม

1. ปรียา กุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:facial dermatitis .พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555


4. Leslie Baumann,MD.Cosmetic Dermatology,second edition.2009.McGrawHill.
5. Agnieszka Kupiec Banasikowska, MD. Rosacea. http://emedicine.medscape.com/article/1071429-overview [2014,June 14]. 2. Lowell A. Goldsmith,Stephen I. Katz,Barbara A. Gilchrest,Amy S. Paller,David J. Leffell,Klaus Wolff. Fitzpatrick’s dermatology in general medicine. eight edition . McGraw-Hill.2012 3. David j. Goldberg,Alexander L.Berlin.Acne and Rosacea Epidermiology diagnosis and treatment . 2012. Manson



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน sirikul giftzyyyyy Noname55 souliphone
Frame Bottom