Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ชัก  อัมพาต 

บทนำ

โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัมพาต พบส่วนใหญ่ในผู้สูงอายุ สาเหตุที่พบบ่อยเกิดจากการตีบแข็งของหลอดเลือด/โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ที่เป็นโรคพบบ่อยในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง

แต่โรคหลอดเลือดสมอง ก็พบในผู้ป่วยอายุน้อยได้เช่นกัน สาเหตุที่พบบ่อยในผู้ป่วยอายุน้อย คือ จากโรคลิ้นหัวใจรูมาติก, จากมีภาวะการเต้นของหัวใจผิดปกติ, และจากโรคโมยาโมยา (Moyamoya disease) ใครที่ได้ยินชื่อโมยาโมยานี้ ก็คงพอจะเดาได้ว่าต้องเป็นชื่อภาษาญี่ ปุ่น แต่ไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไร มีอาการผิดปกติอะไรบ้าง วินิจฉัยได้อย่างไร รักษาหายหรือไม่ ต้องติดตามบทความนี้ครับ

โรคโมยาโมยาคือโรคอะไร?

โรคโมยาโมยา

โรคโมยาโมยา คือโรคที่มีการอุดตันของหลอดเลือดสมองบริเวณ Circle of Willis (หลอดเลือดสมองที่อยู่ในส่วนใต้สมอง) คำว่าโมยาโมยานี้ เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า กลุ่มควันบุ หรี่ เพราะลักษณะของภาพรังสี (ภาพอวัยวะ/เนื้อเยื่อที่ตรวจพบทางรังสีวิทยา) ของหลอดเลือดสมอง มีลักษณะคล้ายควันบุหรี่ เนื่องจากมีการอุดตัน ก็เลยมีหลอดเลือดข้างเคียงมาช่วยเลี้ยงสมองที่เกิดการอุดตัน (Collateral circulation) ลักษณะของหลอดเลือดข้างเคียงที่มีจำนวนมากและขนาดเล็กๆ จึงดูลักษณะคล้ายกลุ่มควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศ

โรคโมยาโมยานี้พบน้อยมากในประเทศไทย แต่ไม่มีการศึกษาที่แน่ชัด คาดว่าจะพบ 1 รายในประชากรล้านคนก็ว่าได้

โรคโมยาโมยา พบบ่อยในประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 3 คนต่อประชากร 100,000 คน พบในหญิงมากกว่าในผู้ชาย พบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ช่วงอายุที่พบบ่อยคือ ในเด็กช่วงอายุ 5 ปี และ ในผู้ใหญ่ช่วงอายุ 40 ปี

โรคโมยาโมยาเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ผู้ป่วยโรคโมยาโมยา ในผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งเป็นโรคที่เกิดจากมีความผิดปกติทางพันธุกรรม คือมีความผิดปกติที่โครโมโซม 17

นอกจากนี้ ยังพบว่าโรคต่างๆบางโรคอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคโมยาโมยาได้ เช่น โรคกลุ่มอาการดาวน์, โรค Neurofibromatosis type I (โรคเนื้องอกทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง), ผู้ ป่วยที่เคยฉายรังสีรักษาบริเวณสมอง, โรคไทรอยด์เป็นพิษ, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด, โรคหลอดเลือดแดงไตตีบ (Renal artery stenosis), หรือโรคปานแดงบริเวณใบหน้า

โดยกลไกการเกิดโรคโมยาโมยา เนื่องมาจากมีการหนาตัวของกล้ามเนื้อเรียบในผนังหลอดเลือดสมอง ทำให้ค่อยๆมีการตีบของหลอดเลือด จึงมีหลอดเลือดขนาดเล็กๆข้างเคียงมาช่วยเลี้ยงสมองที่ขาดเลือดนี้มากขึ้น แต่ถ้าปริมาณเลือดเลี้ยงสมองยังไม่เพียงพอ ก็จะเกิดภาวะสมองขาดเลือด นอกจากนั้น หลอดเลือดข้างเคียงหรือหลอดเลือดที่ตีบ ก็อาจเกิดการโป่งพองของผนังหลอดเลือด ทำให้มีโอกาสเกิดการแตกของผนังหลอดเลือดที่โป่งพอง ส่งผลให้มีเลือดออกในสมองได้ ซึ่งกรณีสมองขาดเลือดมาเลี้ยง ก็ทำให้มีปัญหาความจำลดลง มีอาการชัก และมีการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติได้ เช่น การเคลื่อนไหวผิดปกติของแขนขา เป็นต้น

โรคโมยาโมยามีอาการอย่างไร?

ผู้ป่วยโรคโมยาโมยา จะมาพบแพทย์ด้วยอาการของโรคหลอดเลือดสมองทั้งชนิดสมองขาดเลือด และ/หรือชนิดเลือดออกในสมอง (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง โรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดและชนิดเลือดออก) และอาการอื่นๆที่พบได้แต่พบน้อยกว่า คือ อาการจากโรคสมองขาดเลือดมาเลี้ยงชั่วคราว (Transient ischemic attack: TIA), ชัก, ปวดศีรษะ, เคลื่อนไหวร่างกายผิดปกติ, และความจำลดลง

ผู้ป่วยควรพบแพทย์เมื่อใด?

ผู้ป่วยควรรีบพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล เมื่อมีอาการสงสัยโรคหลอดเลือดสมอง ชัก เคลื่อนไหวผิดปกติ และ/หรือ ปวดศีรษะรุนแรง

แพทย์ให้การวินิจฉัยโรคโมยาโมยาอย่างไร?

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการของโรคหลอดเลือดสมอง หลังจากสอบถามประวัติทางการแพทย์ต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจร่างกายทางระบบประสาท แพทย์ก็จะส่งตรวจภาพสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือเอมอาร์ไอ ซึ่งอาจพบว่ามีสมองขาดเลือด หรือมีเลือดออกในสมอง แพทย์ก็จะส่งตรวจภาพของหลอดเลือดสมองเพิ่มเติมด้วยการฉีดสี ซึ่งจะพบลักษณะจำเพาะ คือ หลอดเลือดที่ใต้สมองมีลักษณะคล้ายกลุ่มควันบุหรี่ลอยในอากาศ

โรคโมยาโมยารักษาอย่างไร?

การรักษาโรคโมยาโมยามี 3 วิธีหลัก คือ

โรคโมยาโมยามีภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อนที่พบในผู้ป่วยโรคโมยาโมยา คือ อาการอัมพาต ชัก ข้อยึดติด แผลกดทับ ภาวะติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ และภาวะซึมเศร้า

โรคโมยาโมยามีการพยากรณ์โรคอย่างไร?

การพยากรณ์โรคของโรคโมยาโมยา ได้แก่ ผู้ป่วยผู้ใหญ่มีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 10% และในเด็กประมาณ 5% ส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากภาวะเลือดออกในสมอง โดยเฉพาะการเกิดเลือดออกซ้ำๆ และจากภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดสมอง (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความ เรื่องโรคหลอดเลือดสมอง, เรื่องโรคอัมพาต, และเรื่อง โรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดและชนิดเลือดออก)

ผู้ป่วยควรดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์ก่อนนัดเมื่อใด ?

การดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคโมยาโมยา ประกอบด้วย

ป้องกันโรคโมยาโมยาอย่างไร?

ปัจจุบัน โรคโมยาโมยา ยังเป็นโรคที่ป้องกันไม่ได้



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom