Frame Top

โรคเมลิออยด์ โรคฮิตของชาวนาไทย (ตอนที่ 5)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
15 มิถุนายน 2013

นพ. ดิเรก ลิ้มมธุรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาสุขวิทยาเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล แจ้งว่า วิธีการรักษาโรคเมลิออยด์ (Melioidosis) นั้น หากสงสัยว่าจะติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียทันที ระหว่างรอผลเลือดจากห้องปฏิบัติการ (Laboratory)

ถ้าผลเลือดออกมาว่าเป็นเชื้อเมลิออยด์ แล้วคนไข้ยังมีชีวิตอยู่ต้องให้ยาฆ่าเชื้อจนครบ 14 วันเป็นอย่างน้อย พออาการดีขึ้นแล้วก็ต้องให้ยารับประทานต่อเนื่องอีก 5 เดือน เพื่อฆ่าเชื้อในร่างกายออกให้หมด ถ้าฆ่าเชื้อไม่หมด คนไข้อาจเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำและทำให้เสียชีวิตได้ เชื้อตัวนี้ทนเหมือนวัณโรค แต่ร้ายแรงกว่า

การรักษาโรคเมลิออยด์แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือระยะที่ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ (Intravenous high intensity phase) และระยะการรักษาต่อเนื่องด้วยการกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ (Eradication phase)

การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ ควรให้อย่างน้อย 10 - 14 วัน และไม่ควรหยุดให้จนกว่าอุณหภูมิร่างกายผู้ป่วยจะลดกลับมาเป็นปกติอย่างน้อย 48 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยมักไม่จำเป็นต้องได้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน

ยาที่ใช้ในปัจจุบันเพื่อรักษาโรคเมลิออยด์เฉียบพลัน คือยาปฏิชีวนะเซฟตาซิดิม (Ceftazidime) นอกจากนี้ก็มี ยาเมอโรเพเนม (Meropenem) ยาไอมิเพเนม (Imipenem) และยาเซโฟพีราโซน-ซัลแบคแทม (Cefoperazone-sulbactam) แม้ว่าจะมีการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ถูกต้อง แต่ไข้ก็มักจะอยู่นานนับสัปดาห์หรือเดือน โดยโรคนี้มีไข้เฉลี่ยอยู่ที่ 10 วัน

หลังจากการรักษาในระยะเฉียบพลัน แนะนำให้รักษาต่อเนื่องหรือฆ่าเชื้อด้วยยาโค-ไตรม็อกซาโซล (Co-trimoxazole) ร่วมกับยาดอกซีไซคลีน (Doxycycline) เป็นเวลา 12 - 20 สัปดาห์ เพื่อลดอัตราการกลับเป็นซ้ำ

อย่างไรก็ดี หลักฐานการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่าโค-ไตรม็อกซาโซลและดอกซีไซคลีนออกฤทธิ์ต้านกัน และโค-ไตรม็อกซาโซลตัวเดียวน่าจะให้ผลดีกว่า ทั้งนี้ ในออสเตรเลียมีการใช้ยาโค-ไตรม็อกซาโซลชนิดเดียวในการรักษาเพื่อฆ่าเชื้อ โดยมีอัตราการกลับเป็นซ้ำต่ำกว่าที่พบในประเทศไทย

การรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อระบายหนองออกมักใช้กับการรักษาฝีในต่อมลูกหมากและข้ออักเสบติดเชื้อ อาจใช้ในการรักษาฝีในต่อมน้ำลายพาโรติด แต่ไม่แนะนำให้ใช้ในการรักษาฝีในตับหรือม้าม (Hepatosplenic abscesses)

กรณีที่มีการติดเชื้อเมลิออยด์ในกระแสเลือดที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ อาจพิจารณารักษาด้วยการตัดม้าม (Splenectomy) อย่างไรก็ดี มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่สนับสนุนการรักษาด้วยวิธีนี้

กรณีที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม (โดยหลักแล้วคือเซฟตาซิดิมหรือเมอโรเพเนม) การติดเชื้อเมลิออยด์ในกระแสเลือดจะมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากกว่าร้อยละ 90 แต่หากได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม อัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 10 อย่างไรก็ดี หากผู้ป่วยมีภาวะแบคทีเรียในกระแสเลือดหรือภาวะติดเชื้อรุนแรง จะมีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 80

แหล่งข้อมูล:

  1. โรคเมลิออยด์ - คุณหมอขอบอก - http://www.dailynews.co.th/article/1490/172361 [2013, June 14].
  2. Melioidosis. - http://en.wikipedia.org/wiki/Melioidosis [2013, June 14].
Blog
โรคเมลิออยด์ โรคฮิตของชาวนาไทย (ตอนที่ 4) โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom