Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ทั้งตัว 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดข้อ  ผื่น 

ทั่วไป

โรคลูปัส หรือ โรคเอสแอลอี หรือ โรคพุ่มพวง (Lupus หรือ SLE หรือ Systemic lupus erythematosus) คือ โรคภูมิแพ้ตนเอง หรือ โรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune disease) ชนิดหนึ่ง เกิดจากการที่ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันต้านทาน หรืออิมมูน (Immune) ผิดปกติ โดยต้านเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆได้กับทุกเนื้อเยื่อ/อวัยวะ เป็นผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง (ชนิดไม่ใช่จากการติดเชื้อ) ของเนื้อเยื่อ/อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งที่ก่อให้เกิดอาการได้บ่อย คือ การอักเสบของ ผิวหนัง ข้อ กล้ามเนื้อ ปอด หัวใจ ไต ระบบเลือด/โลหิต/ไขกระดูก และระบบประสาท ทั้งนี้ โรคลูปัส/เอสแอลอี จัดเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่ง

คำว่า ลูปัส มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน แปลว่า หมาป่า ซึ่งสันนิษฐานว่า มาจากการที่ผื่นที่ใบหน้าที่เกิดจากโรคนี้อยู่ในตำแหน่งคล้ายลักษณะขนบนใบหน้าของหมาป่า หรือคล้ายถูกหมาป่ากัด หรือข่วน หรือจากการที่ผู้หญิงฝรั่งเศสใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าเมื่อมีผื่นเกิดขึ้น หน้ากากนี้เรียกว่า “Loup” หรือ “Wolf/หมาป่า”

โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรคพบได้เรื่อยๆไม่ถึงกับบ่อย ทั้งนี้สถิติการเกิดแตกต่างกันในแต่ละเชื้อชาติและในแต่ละประเทศ ทั่วไปประมาณ 20-150 คนต่อประชากร 100,000 คน โดยพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้น้อยในเด็กโดยเฉพาะเมื่ออายุต่ำกว่า 8 ปี เป็นโรคพบได้ทั้งในผู้หญิง และในผู้ชาย แต่พบในผู้หญิงสูงกว่าในผู้ชาย 7-10 เท่า โดยมักพบในผู้หญิงอายุช่วง 20-30 ปี พบในผู้หญิงเชื้อชาติผิวดำได้บ่อยที่สุด รองลงไปตามลำดับ คือ ผู้หญิงเอเชีย และผู้หญิงผิวขาว

โรคลูปัส/เอสแอลอีเกิดจากอะไร ? มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานผิด ปกติ แต่จากการศึกษาเชื่อว่า น่ามาจากการผิดปกติจากพันธุกรรม โดยน่าเกิดจากความผิดปกติของจีน/ยีน (Gene) หลายๆจีน ซึ่งมีทั้งชนิดถ่ายทอด/ได้ และชนิดไม่ถ่ายทอด

นอกจากนั้น ยังมีตัวเสริม/ปัจจัยเสี่ยง เช่น

โรคลูปัส/เอสแอลอี มีอาการอย่างไร?

อาการของโรคลูปัส/เอสแอลอี เหมือนกันทั้งในเด็ก และในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคมีอาการได้หลากหลายจากการอักเสบชนิดไม่ติดเชื้อของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของหลายๆเนื้อเยื่อ/อวัยวะทั่วร่างกาย แต่ละอาการเป็นอาการเรื้อรัง เป็นๆหายๆ และแต่ละคนมีอาการต่างกัน ไม่เหมือนกัน แบ่งอาการต่างๆออกเป็นกลุ่มอาการได้ หลายกลุ่มอาการ ได้แก่

กลุ่มอาการทั่วไปไข้โดยหาสาเหตุไม่ได้ ปวดศีรษะเรื้อรัง เบื่ออาหาร ผอมลง เช่น เหนื่อยล้า มี

กลุ่มอาการทางผิวหนังผิวหนังขึ้นผื่นแดง หาสาเหตุไม่ได้ มักขึ้นในบริเวณส่วนตรงกลางและโหนกแก้มสองข้างของใบหน้าลักษณะคล้ายผีเสื้อ จึงเรียกว่า ผื่นรูปผีเสื้อ (Butterfly rash) และผมร่วง อาจร่วงเป็นหย่อม หรือร่วงทั้งศีรษะ

กลุ่มอาการทางข้อ/กล้ามเนื้อปวดข้อ กล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการบวม/แดงร่วมด้วย เกิดได้กับทุกข้อ แต่มักเกิดกับข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า

กลุ่มอาการทางปอด/หัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก ไอ ปอด/เยื่อหุ้มปอดอักเสบ มีน้ำในปอด เหนื่อย เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดปกติ

กลุ่มอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร

กลุ่มอาการทางไตความดันโลหิตสูง และมีสารไข่ขาว (Albumin) ในปัสสาวะ เป็นอาการจากการอักเสบของไต เช่น บวมน้ำ (ขาบวม)

กลุ่มอาการทางโรคระบบโลหิตวิทยาภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงต่ำ มีเม็ดเลือดขาวต่ำจึงติดเชื้อได้ง่าย มีเกล็ดเลือดต่ำจึงมีเลือดออกได้ง่าย และมีการอักเสบของหลอดเลือด อาจเห็นเป็นจุดแดงๆเล็กๆทั่วตัว คล้ายจากโรคไข้เลือดออก (โรคเลือด) มี

กลุ่มอาการทางระบบประสาทโรคจิต เช่น อาการชักโดยไม่ทราบสาเหตุ แขน/ขาอ่อนแรง ไม่มีสมาธิ บางคนอาการคล้ายคน

แพทย์วินิจฉัยโรคลูปัส/เอสแอลอีได้อย่างไร?

โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรควินิจฉัยได้ยาก ผู้ป่วยบางคนอาจต้องใช้ระยะเวลานาน เป็นหลายเดือน หรือเป็นปี จึงจะวินิจฉัยโรคได้ อย่างไรก็ตาม แพทย์วินิจฉัยโรคได้จาก ประวัติอาการและประวัติทางการแพทย์ต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดูการทำงานของไขกระดูก ดูสารภูมิต้านทาน/แอนติบอดี (Antibody) ดูการทำงานของตับ และไต ตรวจปัสสาวะดูปริมาณไข่ขาวและดูการทำงานของไต และการตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนัง และ/หรือไตเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งการวินิจฉัยโรคที่แน่นอนจะได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย และผลตรวจต่างๆร่วมกัน และอาจรวมไปถึงการตรวจทางพยาธิวิทยา โดยใช้เกณฑ์การวินิจฉัยโรคที่แนะนำโดยองค์กรทางการแพทย์ต่างๆ เช่น จากราชวิทยาลัยรูมาติก แห่งสหรัฐอเมริกา (The American College of Rheumatology) เป็นต้น

รักษาโรคลูปัส/เอสแอลอีได้อย่างไร?

ปัจจุบันยังไม่มียา หรือวิธีการรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ แต่เป็นการรักษาให้โรคสงบเป็นพักๆ และการรักษาประคับประคองตามอาการ วิธีการรักษาต่างๆ เช่น

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น/ปัจจัยเสี่ยงให้เกิดอาการ ดังกล่าวแล้ว
  • ให้ยากดภูมิคุ้มกันต้านทานของร่างกาย เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาเคมีบำบัดบางชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง
  • ให้ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่จากการติดเชื้อ
  • ยาแก้ปวดต่างๆ เมื่อมีอาการปวด
  • การรักษาควบคุมโรคต่างๆที่เป็นผลข้างเคียง เช่น โรคไตเรื้อรัง หรือ ยาควบคุมอาการชัก
  • ที่กำลังอยู่ในการศึกษา คือ การปลูกถ่ายไต และการศึกษาหาต้นเหตุของโรค โดยเฉพาะในเรื่องของพันธุกรรมต่างๆ เพื่อให้การรักษาได้ถูกต้อง และอย่างเฉพาะเจาะจง และหาทางในการป้องกันการเกิดโรค

โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรครุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรคเรื้อรัง แต่ในปัจจุบัน ความรู้ต่างๆทางการแพทย์ในโรคนี้ดีขึ้นมาก โรคจึงสามารถควบคุมรักษาได้ ไม่รุนแรงเหมือนในอดีต ส่วนใหญ่จะควบคุมโรคได้นานเป็น สิบๆปีขึ้นไป หรือได้ตลอดชีวิต แต่ต้องขึ้นกับความร่วมมือของผู้ป่วยในการใช้ชีวิต เพื่อหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น/ปัจจัยเสี่ยงให้อาการกำเริบด้วย

อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่มีอาการทางโรคไต และโรคหัวใจ มีความรุนแรงโรคสูงกว่าในกลุ่มอาการอื่น

ผลข้างเคียงจากโรคลูปัส/เอสแอลอี ที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อไม่รักษาควบคุมโรคให้ได้ดี คือผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อต่างๆในทุกอวัยวะ เพราะดังกล่าวแล้วว่า เป็นโรคที่ก่ออาการได้กับทุกเนื้อเยื่อ/อวัยวะ ซึ่งที่สำคัญ คือ โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะซีด ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ การเกิดน้ำในโพรงเยื่อหุ้มหัวใจ และ/หรือในโพรงเยื่อหุ้มปอด และเมื่อตั้งครรภ์อาจเป็นสาเหตุให้แท้งบุตรได้

เป็นโรคลูปัส/เอสแอลอีแล้วตั้งครรภ์ได้ไหม? ให้นมบุตรได้ไหม?

ดังกล่าวแล้วว่าโรคลูปัส/เอสแอลอีเป็นโรคมักเกิดในวัย 20-30 ปี ซึ่งเป็นวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งในผู้ชาย ไม่มีการตั้งครรภ์ ดังนั้นในผู้ชายจึงไม่มีปัญหาในการมีบุตรถ้าสามารถควบคุมโรคได้และมีสุขภาพแข็งแรงพอ แต่ในผู้หญิงซึ่งต้องมีการตั้งครรภ์ และการตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากทั้งในด้านภูมิคุ้มกันต้านทานโรคและในด้านฮอร์โมนต่างๆ ดังนั้นการตั้งครรภ์จึงอาจก่อปัญหาในผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ได้

การตั้งครรภ์ อาจก่อปัญหาได้ใน 2 ลักษณะคือ การตั้งครรภ์มีผลต่อตัวโรคลูปัส/เอสแอลอีเอง และโรคลูปัส/เอสแอลอีจะก่อปัญหาต่อการตั้งครรภ์และต่อทารก

โรคลูปัส/เอสแอลอี ป้องกันได้ไหม? ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคลูปัส/เอสแอลอีได้เต็มร้อย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัย และการรักษาแต่เนิ่นๆ

ซึ่งเมื่อพบแพทย์แล้ว การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำให้ถูกต้อง เคร่งครัด เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง การดูแลตน เองตามแพทย์/พยาบาลแนะนำจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังกล่าวแล้วที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น ในการใช้ยาต่างๆ ควรปรึกษา แพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกร และอ่านเอกสารกำกับยาให้เข้าใจก่อนเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดโดยตรง โดยการใช้ร่ม หมวก หรือใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เป็นต้น ส่วนการใช้ครีมกันแดด ยังให้ผลไม่ชัดเจน และอาจก่ออาการแพ้ยาได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) ลดโอกาสติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และเพื่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
  • ปัจจุบันยังไม่พบมีอาหารที่ป้องกัน หรือกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ อย่างไรก็ตามแพทย์ทุกท่านแนะ นำการกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนทุกวันในปริมาณที่เหมาะสมที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน จำกัดอาหารแป้ง น้ำตาล ไขมัน อาหารเค็ม โดยเพิ่ม ผัก และผลไม้ให้มากๆ
  • ระมัดระวังในการบริโภควิตามินและเกลือแร่เสริมอาหาร อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนการใช้เสมอ หรืออย่างน้อยปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยานั้นๆ
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบก่อนนัด เมื่ออาการต่างๆเลวลง หรือ มีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือ เมื่อมีความกังวลในอาการ

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. Pediatric systemic lupus erythematosus http://emedicine.medscape.com/article/1008066-overview#showall [2012, Jan 12 ].
  3. Systemic lupus erythematosus. http://en.wikipedia.org/riki/systemic_lupus_erythematosus. [2012, Jan 12].
  4. Systemic lupus erythematosus http://emedicine.medscape.com/article/332244-overview#showall [2012, Jan 12].
  5. Schur, P., and Bermas, B. Systemic lupus erythematosus and pregnancy http://www.uptodate.com/contents/patient-information-systemic-lupus-erythematosus-and-pregnancy [2012, Jan 10].
  6. Handa, R., Kumar, U., and Wali, J. (2006). Systemic lupus erythematosus and pregnancy http://www.japi.org/june2006/systemic19.pdf [2012, Jan10].
  7. Tsokos, G. (2011). Systemic lupus erythematosus. N Engl J Med. 365, 2110-2121.

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน milky.lycan.5
Frame Bottom