Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

เส้นประสาท  ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

กล้ามเนื้ออ่อนแรง  ชา 

บทนำ

โรครากประสาทคอ (Cervical radiculopathy) หมายถึง พยาธิสภาพที่เกิดขึ้นกับรากประสาท จากการถูกกดเบียดหรือการอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการด้านที่มีพยาธิสภาพ เช่น ปวดตารากประสาท ชาแขน กล้ามเนื้ออ่อนแรง และ รีเฟล็กซ์ ลดลงหรือหายไป อาจมีการรับความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน (Paresthesia) จากการที่เลือดไปเลี้ยงรากประสาทลดลง

อาการปวดที่เกิดจากการระคายเคืองหรือความผิดปกติของรากประสาทส่วนคอ มีลักษณะปวดคอร้าวไปตาสะบัก ไหล่ ต้นแขน ปลายแขน และมือ ตามแนวผิวหนังที่เลี้ยงด้วยรากประสาทเส้นนั้นๆ

โรครากประสาทคอ พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง พบมากในช่วงอายุ 50-55 ปี พบมากที่รากประสาทระดับคอเส้นที่ 5, 6, 7 และ 8 ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการเพียงระดับเดียว แต่อาจมีส่วนน้อยบางรายที่มีอาการมากกว่า 1 ระดับ

โรครากประสาทคอเกิดได้อย่างไร?

โรครากประสาทคอ

โรครากประสาทคอ มีหลายสาเหตุ สาเหตุที่พบบ่อย คือ กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม เพราะการเปลี่ยนแปลงของกระดูกในภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม อาจส่งผลให้รากประสาทถูกกดเบียดจาก

ภาวะเหล่านี้ส่งผลให้ช่องทางออกของรากประสาทตีบแคบ เลือดไปเลี้ยงรากประสาทลด ลง และร่างกายหลั่งสารตัวกลางในกระบวนการอักเสบ อาการปวดรากประสาทจึงเกิดจากการถูกกดเบียดและการอักเสบ ซึ่งตำแหน่งที่รากประสาทถูกกดจะมีขนาดเล็กลง แต่ส่วนปลายจากตำแหน่งที่ถูกกดจะบวมขึ้น และเมื่อระยะเวลานานขึ้นจะเกิดพังผืดในรากประสาท

โรครากประสาทจากสาเหตุอื่นๆเกิดขึ้นตาพยาธิสภาพของโรค เช่น

การปวด รากประสาทถูกกดเบียด กระดูกสันหลังผิดรูป กระดูกสันหลังไม่มั่นคง และ/หรือคลำพบก้อน อาการทั้ง 5 ประการนี้ เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน ผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพเพียงเล็ก น้อยอาจมีเฉพาะอาการปวด เมื่อพยาธิสภาพของโรคลุกลามมากขึ้น จะเกิดการกดเบียดรากประ สาทหรือไขสันหลัง กระดูกสันหลังผิดรูป และกระดูกสันหลังไม่มั่นคงตามมา

อะไรคือปัจจัยเสี่ยงของโรครากประสาทคอ?

ปัจจัยที่อาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมมีหลายปัจจัย เช่น อายุ พันธุกรรม (พบยีน/จีนหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม) การขาดสารอาหาร และปัจ จัยสิ่งแวดล้อม เช่น สูบบุหรี่/สารนิโคตีน (Nicotine) ในบุหรี่ ลักษณะอาชึพ/การงาน โรคเบา หวาน ประสิทธิภาพการทำงานของเอนไซม์ (Matrix metalloproteinases, มีหน้าที่ช่วยซ่อม แซมเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ) และปัจจัยจากสารตัวกลางในกระบวนการอักเสบหลายๆชนิด

โรครากประสาทส่วนคอมีอาการอย่างไร?

โรครากประสาทคอที่มีสาเหตุจากกระดูกต้นคอเสื่อม ในระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการปวด ร้าวตามแนวรากประสาทด้านที่มีพยาธิสภาพ (ปวดต้นคอร้าวไปที่สะบัก ไหล่ ต้นแขน ปลายแขน มือและนิ้วมือ) เป็นอาการสำคัญ ผู้ที่สงสัยว่าตัวเองอาจมีอาการของโรครากประสาท อาจทดสอบได้ง่ายๆโดยเงยคอมองเพดานหรือก้มคอเต็มที่ประมาณ 30 วินาที สังเกตว่ามีอาการปวดคอร้าวไปที่สะบัก ไหล่ ต้นแขน ปลายแขน มือ และนิ้วมือหรือไม่ ถ้ามีอาการปวดร้าวดัง กล่าว อาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรครากประสาท

ทั้งนี้ ถ้าผู้ป่วยยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ อาการปวดคอร้าวลงแขนจะดีขึ้น ซึ่งเมื่อระยะเวลาผ่านไป อาการปวดร้าวจะค่อยๆทุเลาลง แต่จะเริ่มมีอาการ ชาแขน กล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง รี เฟล็กซ์ของกล้ามเนื้อแขนลดลงหรือหายไป

ตำแหน่งของอาการปวดร้าวของแขนตามแนวรากประสาท และอาการชา อาการกล้าม เนื้ออ่อนแรง การมีรีเฟล็กซ์กล้ามเนื้อลดลงหรือหายไป ขึ้นกับระดับของรากประสาทที่เกิดโรค (ตารางที่ 1)

ตารางที่ 1 อาการทางระบบประสาทในผู้ป่วยโรครากประสาทคอระดับต่างๆ

ระดับ รากประสาทที่ถูกกดเบียด บริเวณผิวหนังที่เกิด อาการชา กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง รีเฟล็กซ์ลดลงหรือหายไป
C2-C3 C3 เหนือกระดูกไหปลาร้า ใต้ท้ายทอย หลังใบหู กล้ามเนื้อคอ สะบัก ไหล่ กล้ามเนื้อหายใจ -
C3-C4 C4 ใต้กระดูกไหปลาร้า ด้านหลังคอและไหล่ กล้ามเนื้อคอ สะบัก ไหล่ กล้ามเนื้อหายใจ -
C4-C5 C5 ต้นแขนด้านนอก กล้ามเนื้อไหล่ กางแขน งอศอก กล้ามเนื้อBiceps
C5-C6 C6 ปลายแขนด้านนอก นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ งอศอก กระดกข้อมือขึ้น กล้ามเนื้อBrachioradialis
C6-C7 C7 นิ้วกลาง เหยียดศอก กระดกข้อมือลงเหยียดนิ้วมือ กล้ามเนื้อTriceps
C7-T1 C8 นิ้วนาง นิ้วก้อย งอนิ้วมือ -
T1-T2 T1 ต้นแขนด้านใน กางนิ้วมือ หุบนิ้วมือ -
 

มีวิธีดูแลตนเองเบื้องต้นอย่างไร?

การดูแลตนเองเบื้องต้น ควรทำเฉพาะกรณีมีเฉพาะอาการปวดร้าว และหรือมีความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน หรืออาการชาเพียงเล็กน้อย ประกอบด้วย การกินยาแก้ปวด ยาต้านอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตอรอยด์ (ยาในกลุ่ม เอนเสด์) หลีกเลี่ยงการก้มคอ- เงยคอ หรือหันคอ เต็มที่ การใส่ปลอกคออ่อนช่วยลดอาการปวดร้าวจากการจำกัดการเคลื่อนไหวคอ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก มีโอกาสทุเลาจากอาการปวดร้าวด้วยวิธีการดังกล่าวค่อนข้างสูง ในประ มาณ 4-8 สัปดาห์

เมื่อใดควรไปพบแพทย์?

ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการต่อไปนี้

แพทย์วินิจฉัยโรครากประสาทคออย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรครากประสาทคอจาก การซักประวัติอาการและประวัติทางการแพทย์ต่าง ๆ เช่น การเกิดอุบัติเหตุ การตรวจร่างกาย และอาจทำการสืบค้น (การตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่างๆ เช่น เอกซเรย์ และ/หรือ เอมอาร์ไอ ภาพกระดูกคอ) ในกรณีเมื่อการซักประวัติและตรวจร่างกายยังไม่สามารถให้การวินิจฉัยได้ หรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรงจนควรรักษาด้วยการผ่าตัด หรือการรัก ษาอื่นๆนอกเหนือจากยาหรือเวชศาสตร์ฟื้นฟู/กายภาพบำบัด

โรครากประสาทคอจากสาเหตุอื่นๆ ส่วนใหญ่ต้องทำการสืบค้นเพื่อวินิจฉัย วิธีการสืบค้นได้แก่ การตรวจทางรังสี (ภาพเอกซเรย์และหรือภาพเอมอาร์ไอกระดูกสันหลัง) การตรวจคลื่น ไฟฟ้ากล้ามเนื้อ และความเร็วการนำกระแสประสาท (Electromyography) การตรวจทางห้อง ปฏิบัติการและการตรวจทางพยาธิวิทยา ทั้งนี้ขึ้นกับพยาธิสภาพของโรคนั้นๆ

ภาพเอมอาร์ไอกระดูกคอ เป็นวิธีการตรวจที่ดีที่สุดในการตรวจหาระดับและพยาธิสภาพของรากประสาทหรือไขสันหลัง ข้อพึงระวังในการแปลผลคือ การตรวจภาพเอมอาร์มีความไวสูงในการตรวจพบความผิดปกติ แต่ความจำเพาะว่าเป็นโรคอะไรให้ผลไม่สูง ส่วนการตรวจคลื่น ไฟฟ้ากล้ามเนื้อ และความเร็วการนำกระแสประสาท จะช่วยวินิจฉัยแยกโรคระหว่างโรครากประ สาทและสาเหตุอื่นที่มีอาการคล้ายคลึงกัน

บางครั้ง อาจใช้การฉีดยาชายับยั้งรากประสาทเฉพาะเส้น (Selective nerve roots blocks คือการฉีดยาชาไปยังรากประสาทระดับที่คาดว่าเป็นสาเหตุของอาการปวด) ช่วยวินิจฉัย โดยข้อข้อบ่งชี้ที่จะใช้วิธีนี้ คือ กรณีผู้ป่วยมีอาการปวดเรื้อรังหรือมีรากประสาทถูกกดเบียดหลายระดับ เมื่อการตรวจร่างกายและการสืบค้นอื่นๆไม่สามารถระบุรากประสาทที่เป็นสาเหตุของอาการปวดได้ชัดเจน ซึ่งขณะเดียวกัน วิธีนี้ก็เป็นการรักษาพร้อมกันไปด้วยกับการวินิจฉัย

การวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆที่ต้องแยกจากโรครากประสาทคอ แสดงในตารางที่ 2

ตารางที่ 2 การวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ จากโรครากประสาทคอ

โรค การตรวจพบ
เอ็นข้อไหล่ฉีกขาด การตรวจพบที่คล้ายคลึงกันคือ ผู้ป่วยจะมีการอ่อนแรงของกล้าม เนื้อที่ทำหน้าที่กางไหล่ และหมุนไหล่ออกนอก การตรวจพบที่ต่างกันคือการฉีกขาดของเอ็นไหล่ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดขณะเคลื่อนไหวข้อไหล่ ไม่พบอาการชาหรือรีเฟล็กซ์ biceps jerk ลดลงหรือหายไป
ข่ายประสาทแขนอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดคอ ไหล่ และต้นแขน ตามด้วยการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เลี้ยงด้วย C5 และ C6
Thoracic outlet syndrome (กลุ่มอา การทีโอเอส) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดไหล่ และต้นแขน อาการปวดเพิ่มขึ้นเมื่อใช้แขน มีการรับความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ระดับ C8-T1
ติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดไปตารากประสาทที่เกิดพยาธิสภาพ หลัง จากนั้นจะเกิดผื่นตุ่มน้ำที่ผิวหนัง
การกดเบียดเส้นประ สาทบริเวณข้อศอก แขนและมือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวด ชา และ/หรืออ่อนแรงตามเส้นประสาทที่ถูกกดเบียด
โรคเส้นประสาทส่วนปลาย เช่น เบาหวาน ผู้ป่วยจะมีอาการปวด การรับความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน และชาไม่เป็นไปตามแนวเส้นประสาท
โรคติดเชื้อ เนื้องอก และมะเร็ง ผู้ป่วยจะมีอาการปวด ชา และหรืออ่อนแรงตามเส้นประสาทที่ถูกกดเบียดร่วมกับอาการของโรคต้นเหตุ
อาการปวดส่งต่อ อาการปวดจากโครงสร้างอื่น เช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมหรือข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อม
 

แพทย์รักษาโรครากประสาทคออย่างไร?

วิธีรักษาของแพทย์ ขึ้นกับระดับความรุนแรงของโรค (ปวดร้าวตารากประสาท ชา หรือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง) และระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการ

  • การรักษาโดยไม่ผ่าตัด ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะเฉียบพลัน (น้อยกว่า 12 สัปดาห์) และมีเฉพาะอาการปวด แพทย์จะรักษาด้วยวิธีให้ยาลดปวด/ยาแก้ปวด ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตอ รอยด์ ยากันชัก (ยากันชักบางชนิด ช่วยลดอาการปวดร้าวตารากประสาท) การใส่ปลอกคอ อ่อน ร่วมกับการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู เช่น อุลตราซาวด์ ดึงคอ การประคบร้อน-เย็น การนวด และการดัดกล้ามเนื้อ/กระดูกคอ และบางครั้งโดยการการฉีดยาสเตอรอยด์เข้าถุงหุ้มเส้น ประสาท ซึ่งมีประสิทธิผลในการรักษาอาการปวดร้าวตารากประสาทมากกว่าอาการปวดลักษณะอื่นๆ ทั้งนี้ แพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์
  • การผ่าตัด ข้อบ่งชี้ในการทำหัตถการ (การผ่าตัด) คือ ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรัก ษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดไม่น้อยกว่า 3 เดือน ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดได้แก่

อนึ่ง วิธีการรักษาที่มีประสิทธิผลแสดงในตารางที่ 3 ทั้งนี้ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม และอาจจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายในการวินิจฉัยและรักษาจึงค่อนข้างสูงหรือสูงมากขึ้นกับวิธีการรักษา

ตารางที่ 3 การรักษาโรครากประสาทคอที่มีประสิทธิผล

วิธีการรักษา ระยะเฉียบพลัน ระยะกึ่งเฉียบพลันและเรื้อรัง
ยา พาราเซตามอล

เอ็นเสด (NSAIDs)ยาคลายกล้ามเนื้อสารอนุพันธุ์ฝิ่นอย่างอ่อน
พาราเซตามอล


NSAIDsยาต้านซึมเศร้ายากันชัก
ไม่ใช้ยา ปลอกคอไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู
การทำหัตถการ - การฉีดสเตอรอยด์เข้าไปในช่องเหนือถุงหุ้มไขสันหลัง
การกระตุ้นปมประสาทรับความรู้สึกด้วยคลื่นวิทยุความถี่
การผ่าตัด - เชื่อมกระดูกสันหลังทางด้านหน้า



เปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม การเปิดช่องทางออกรากประสาทด้านหลัง การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยวิธีบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อนน้อย
 

ทั้งนี้ การผ่าตัดแพทย์อาจผ่าได้ 2 แบบ คือ

อนึ่ง การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม

ข้อบ่งชี้ ได้แก่

ข้อห้าม ได้แก่

ทั้งนี้ ผลการผ่าตัดเมื่อเปรียบเทียบกับการเชื่อมกระดูกสันหลังพบว่า การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม มีพิสัยการเคลื่อนไหวคอมากกว่าเล็กน้อย ระดับความปวดและสมรรถนะร่างกายไม่แตกต่างกัน การเชื่อมกระดูกสันหลังมีอัตราการผ่าตัดซ้ำมากกว่า ความชุกของการเกิดหินปูนมาเกาะในเนื้อเยื่อบริเวณผ่าตัด (Heterotropic ossification ทำให้เกิดอา การปวดและติดขัดเมื่อเคลื่อนไหวในบริเวณที่ผ่าตัด) หลังการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังสูง 44% เมื่อติดตามผู้ป่วย 1-2 ปีตามลำดับ อัตราการเกิดปัญหาหมอนรองกระดูกสันหลังระดับข้างเคียงเสื่อม ไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ค่าใช้จ่ายสูงมากไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังด้วยวิธีบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อน/เนื้อเยื่อเกี่ยวพันน้อย มีหลายวิธีได้แก่

เปรียบเทียบผลการผ่าตัดระหว่างการเปิดแผลตามปกติกับวิธีบาดเจ็บเนื้อเยื่ออ่อนน้อย พบว่าระดับความปวด สมรรถนะร่างกาย และการฟื้นตัวของรากประสาทไม่แตกต่างกัน

ป้องกันไม่ให้เกิดอาการโรครากประสาทคอได้อย่างไร?

ไม่พบหลักฐานว่าการรักษาชนิดใดที่มีประสิทธิผลในการป้องกันอาการปวดคอที่ไม่มีสา เหตุเฉพาะเจาะจงหรือป้องกันการเกิดซ้ำ อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ การคงพิสัยการเคลื่อนไหวคอ และการบริหารกล้ามเนื้อคอและสะบัก รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยร่วมกับหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง (งดเหล้า บุหรี่ สารเสพติด) กินอาหารถูกสุขลักษณะ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ อาจมีประโยชน์ในการลดจำนวนและความรุนแรงของอาการปวดลงได้

ป้องกันโรครากประสาทคออย่างไร?

การป้องกันโรครากประสาทคอเต็มร้อยเป็นไปไม่ได้ เพราะมีสาเหตุหลายประการดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อสาเหตุ แต่สิ่งที่พอจะป้องกันได้คือ การหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่คอ เช่น การเคลื่อนไหวคอรุนแรง (เช่น หันคอรุนแรง) การเล่นกีฬาที่รุนแรง (ด้วยการเรียนรู้วิธีเล่นที่ถูก ต้อง) และอุบัติเหตุต่างๆ เช่น จากการขับรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ คือ รู้จักการบริหารคอด้วยวิธีที่ถูกต้อง (ปรึกษาแพทย์ และ/หรือ นักกายภาพบำบัด)

สรุป

โรครากประสาทคอเกิดจากสาเหตุหลายประการ สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือหมอนรองกระ ดูกสันหลังปลิ้น และกระดูกสันหลังเสื่อม ในระยะแรกผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวตามแนวรากประ สาท (ปวดต้นคอร้าวไปที่สะบัก ไหล่ ต้นแขน ปลายแขน มือ และนิ้วมือ) เป็นอาการสำคัญในระ ยะนี้ ผู้ป่วยสามารถรักษาด้วยตัวเองได้ด้วยการกินยาลดปวด ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตอ รอยด์ และยากันชัก และใส่ปลอกคออ่อน ถ้ามีอาการครั้งแรก โอกาสหายโดยไม่ต้องผ่าตัดสูงถึง 80-90% ซึ่งผู้ป่วยควรพบแพทย์เสมอ เมื่ออาการปวดไม่ทุเลาหรือรุนแรงขึ้น มีอาการชา และ/หรือ อ่อนแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

บรรณานุกรม

  1. กิตติ จิระรัตนโพธิ์ชัย, เสมอเดือน คามวัลย์, ชัช สุมนานนท์. โรคกระดูกสันหลังเสื่อม: หลักฐานเชิงประจักษ์. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2554.
  2. Cervical radiculopathy http://emedicine.medscape.com/article/94118-followup#a2648 [2013,July4].
  3. Chen J, Wang X, Bai W, Shen X, Yuan W. Prevalence of heterotopic ossification after cervical total disc arthroplasty: a meta-analysis. Eur Spine J 2012a; 21(4): 674-80.
  4. Dasenbrock HH, Juraschek SP, Schultz LR, Witham TF, Sciubba DM, Wolinsky JP, et al.. The efficacy of minimally invasive discectomy compared with open discectomy: ameta-analysis of prospective randomized controlled trials. J Neurosurg Spine 2012; 16(5):452-62.
  5. Dean CL, Rhee JM. Nonoperative management of cervical disc and degenerative disorders. In: Herkowit HN, Garfin SR, Eismont FJ, Bell GR, Balderston RA. (eds). The Spine. 6th ed. Vol I. Philadelphia: Elsevier; 2011. p. 720-7.
  6. Hadjipavlou AG, Tzermiadianos MN, Bogduk N, Zindrick MR. The pathophysiology of disc degeneration: a critical review. J Bone Joint Surg Br 2008; 90(10): 1261-70.
  7. Harrod CC, Hilibrand AS, Fischer DJ, Skelly AC. Adjacent segment pathology following cervical motion-sparing procedures or devices compared with fusion surgery: a systematic review. Spine 2012; 37(22 Suppl): S96-112.
  8. Hurwitz EL, Carragee EJ, van der Velde G, Carroll LJ, Nordin M, Guzman J, et al. Treatment of neck pain: noninvasive interventions: results of the Bone and Joint Decade 2000-2010 Task Force on Neck Pain and Its Associated Disorders. Spine 2008; 33(Suppl 4): S123-52.
  9. Yu L, Song Y, Yang X, Lv C. Systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials: comparison of total disk replacement with anterior cervical decompression and fusion. Orthopedics 2011; 34(10): e651-8.


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom