Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ไต  ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ก้อนในท้องน้อย 

บทนำ

วิมส์ทูเมอร์ (Wilms’ tumor) หรือ โรคมะเร็งไตในเด็ก หรือ โรคมะเร็งวิมส์ หรือ โรคเนื้องอกวิมส์ คือ โรคมะเร็งชนิดหนึ่งของไตที่มักพบเกิดในเด็กเล็ก ซึ่งตั้งชื่อตามศัลยแพทย์และพยาธิแพทย์ชาวเยอรมันที่รายงานลักษณะทางพยาธิวิทยาของโรคนี้ในปี ค.ศ. 1899 (พ.ศ. 2442) โดยโรคนี้มีอีกชื่อว่า Nephroblastoma ซึ่ง Nephro มาจากภาษากรีก คือ Nephros แปลว่าไต และเพื่อให้สะดวกต่อการเขียน ในบทความนี้ จึงขอเรียกมะเร็งชนิดนี้ว่า “โรคมะเร็งวิมส์ หรือ มะเร็งวิมส์”

โรคมะเร็งวิมส์เกือบทั้งหมดพบเกิดในเด็กเล็ก พบในเด็กโต และในผู้ใหญ่ได้บ้างแต่น้อยมาก โดยเด็กช่วงอายุที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ช่วงอายุ 3-4 ปี ทั้งนี้ 75% ของผู้ป่วย อายุจะต่ำกว่า 5 ปี โดยพบในเด็กหญิงมากกว่าเด็กชายเล็กน้อย

โรคมะเร็งวิมส์พบได้บ่อยในเด็กผิวดำ รองลงมา คือ เด็กผิวขาว และเด็กเอเชีย ตามลำ ดับ โดยพบโรคใน

  • เด็กผิวดำประมาณ 10 รายต่อเด็กผิวดำ 1 ล้านคน
  • เด็กผิวขาวประมาณ 6-9 รายต่อเด็กผิวขาว 1 ล้านคน
  • และเด็กเอเชีย ประมาณ 3-4 รายต่อเด็กเอเชีย 1 ล้านคน

ในประเทศไทยรายงานในปี พ.ศ. 2546 จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข พบโรคนี้ในเด็กทั้งหมด 3 รายต่อประชากรไทย 1 ล้านคน

โรคมะเร็งวิมส์ส่วนใหญ่จะเกิดกับไตเพียงข้างเดียว ข้างซ้าย และข้างขวาพบเกิดได้ใกล้ เคียงกัน แต่พบทั้ง 2 ไตพร้อมกันได้ประมาณ 5-10%

โรคมะเร็งวิมส์เกิดจากอะไร? มีปัจจัยเสี่ยงไหม?

โรคมะเร็งไตในเด็ก

สาเหตุที่ชัดเจนของการเกิดโรคมะเร็งวิมส์ ยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่า อาจเกี่ยวข้องกับพันธุ กรรมที่ถ่ายทอดได้ เพราะพบโรคได้สูงขึ้นเมื่อมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ หรืออาจจากพันธุ กรรมที่ผิดปกติเฉพาะผู้ป่วยเอง เพราะประมาณ 10% ของเด็กป่วย จะพบร่วมกับความพิการแต่กำเนิดอื่นๆ เช่น

โรคมะเร็งวิมส์มีอาการอย่างไร?

อาการของโรคมะเร็งวิมส์ที่พบได้บ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งวิมส์ได้อย่างไร?

ในโรคมะเร็งวิมส์ ทั่วไปจะไม่มีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เพราะการตัดชิ้นเนื้อ อาจส่งผลให้โรคแพร่กระจายเข้าสู่ช่องท้องได้ ดังนั้นการวินิจฉัยโรค จึงได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย การตรวจปัสสาวะ การตรวจวัดความดันโลหิต และการตรวจภาพไตด้วย อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเอมอาร์ไอ ซึ่งเมื่อพบมีก้อนเนื้อลักษณะเข้าได้กับโรคมะเร็งวิมส์ แพทย์จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัดไต ต่อจากนั้นจึงตรวจชิ้นเนื้อ ทางพยาธิวิทยา เพื่อการวินิจฉัยโรคที่แน่นอน และเพื่อการจัดระยะของโรคมะเร็งวิมส์

โรคมะเร็งวิมส์มีกี่ระยะ?

โรคมะเร็งวิมส์มีการแบ่งระยะโรคแตกต่างจากโรคมะเร็งชนิดอื่น โดยที่นิยมจะแบ่งระยะโรคตามคำแนะนำของ The National Wilms’ Tumor Study Group (NWTSG) แห่งสหรัฐ อเมริกา และ Children’s Oncology Group แห่งสหรัฐอเมริกาเช่นกัน ซึ่งจะแบ่งระยะโรคมะเร็งวิมส์เป็น 5 ระยะ ได้แก่

ระยะ 1 (พบโรคได้ประมาณ 43%) คือ โรคยังลุกลามอยู่เฉพาะในไต และแพทย์สามารถผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งออกได้ทั้งหมด โดยไม่พบเซลล์มะเร็งบริเวณขอบของก้อนเนื้อที่ตัดออกมา และโรคยังไม่ลุกลามเข้าเยื่อหุ้มไต ก้อนมะเร็งไม่มีการแตกขณะผ่าตัด และโรคยังไม่ลุกลามเข้าหลอดเลือดดำของไต

ระยะ 2 (พบโรคได้ประมาณ 20%) คือ แพทย์สามารถผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งออกได้ทั้ง หมด และขอบของชิ้นเนื้อที่ตัดออกมาตรวจ ไม่พบมีเซลล์มะเร็ง แต่พบมีเซลล์มะเร็งลุกลามเข้าเยื่อหุ้มไต และ/หรือเข้าหลอดเลือดดำไตแล้ว

ระยะ 3 (พบโรคได้ประมาณ 21%) คือ แพทย์ผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งออกได้ไม่หมด และ/หรือก้อนมะเร็งแตกขณะผ่าตัด และ/หรือมีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และ/หรือเข้าเยื่อบุช่องท้อง และ/หรือพบเซลล์มะเร็งที่ขอบของชิ้นเนื้อที่ตัดออกมา และ/หรือได้เคยมีการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อในไตก่อนผ่าตัด และ/หรือ ไม่สามารถผ่าตัดก้อนเนื้อทั้งก้อนออกได้เป็นชิ้น/ก้อนเดียวกัน ต้องตัดออกเป็นหลายๆชิ้น/หลายๆก้อน

ระยะ 4 (พบโรคได้ประมาณ 11%) คือ โรคแพร่กระจายทางกระแสโลหิต ไปยังอวัยวะอื่นๆที่อยู่ไกลออกไป ที่พบบ่อยที่สุด คือ เข้าสู่ปอด นอกจากนั้น อาจแพร่เข้าสู่ ตับ กระดูก และสมองได้ หรือ แพร่กระจายสู่ต่อมน้ำเหลืองนอกช่องท้อง เช่น ต่อมน้ำเหลืองในช่องอก หรือ ที่เหนือไหปลาร้า เป็นต้น

ระยะ 5 (พบโรคได้ประมาณ 5%) คือ พบโรคมะเร็งเกิดทั้ง 2 ไต พร้อมกัน

โรคมะเร็งวิมส์รุนแรงไหม?

ความรุนแรงของโรค ความรุนแรงของโรคมะเร็งวิมส์ขึ้นกับหลายปัจจัย ที่สำคัญได้แก่

ผลการรักษา จากการศึกษาพบว่า ภายหลังการรักษา ผู้ป่วยมีโอกาสอยู่รอดได้อย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป ดังนี้

  • ระยะที่ 1 ประมาณ 80-98%
  • ระยะที่ 2 ประมาณ 80-90%
  • ระยะที่ 3 ประมาณ 50-80% และ
  • ระยะที่ 4-5 ประมาณ 40-70%

รักษาโรคมะเร็งวิมส์อย่างไร?

วิธีรักษาโรคมะเร็งวิมส์ขึ้นกับ ปัจจัยเสี่ยงต่อความรุนแรงของโรคดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ ความรุนแรงของโรค ซึ่งที่สำคัญ ได้แก่ ระยะโรค และชนิดของเซลล์มะเร็ง

โรคในระยะที่ 1 และ 2 การรักษา คือ การผ่าตัดไต และ/หรือยาเคมีบำบัด และ/หรือ รังสีรักษา ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยต่อความรุนแรงของโรค

โรคระยะที่ 3 4 และ 5 การรักษา คือ การผ่าตัดไต (จะผ่าตัดเท่าที่จะผ่าก้อนเนื้อออกได้ เพราะเมื่อโรคลุกลามมาก หรือเกิดกับไตทั้ง 2 ข้าง การผ่าตัดไตทั้งไต หรือ ทั้ง 2 ไต อาจเป็น ไปไม่ได้) ร่วมกับ ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา

นอกจากนั้น คือ การรักษาประคับประคองตามอาการของเด็ก เช่น การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำเมื่อเด็กไม่ยอมกินอาหาร เป็นต้น

มีผลข้างเคียงจากการรักษาโรคมะเร็งวิมส์อย่างไร?

ผลข้างเคียงจากการรักษาจะขึ้นกับแต่ละวิธีรักษา คือ

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งวิมส์ไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้มีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งวิมส์ เฉพาะในเด็กที่มีความพิการแต่กำเนิดของระบบทางเดินปัสสาวะ และ/หรือ มีอวัยวะต่างๆโตข้างเดียว (เช่น เท้าข้างหนึ่งโต อีกข้างปกติ) ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องตั้งแต่แรกเกิด เพื่อตรวจหาก้อนเนื้อในไต ต่อจากนั้นตรวจอัลตราซาวด์ซ้ำทุกๆ 3 เดือน ไปจนกว่า อายุ 8 ปี ซึ่งเป็นอายุที่พบอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งวิมส์ต่ำมากๆ

ป้องกันโรคมะเร็งวิมส์อย่างไร?

เมื่อดูจากสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง โรคมะเร็งวิมส์เป็นโรคที่ยังป้องกันไม่ได้ ดังนั้นถ้าผู้ปกครองสงสัยเด็กมีก้อนเนื้อในช่องท้อง ควรต้องรีบนำเด็กพบแพทย์ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยและการรัก ษาตั้งแต่ในระยะแรกๆของโรค ซึ่งจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า และวิธีรักษายุ่งยากซับซ้อนน้อยกว่า

ดูแลผู้ป่วยมะเร็งวิมส์อย่างไร?

เนื่องจากผู้ป่วยโรคมะเร็งวิมส์ จะอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่ยังเป็นเด็กเล็ก การดูแลจึงต้องอาศัยบิดามารดา ญาติพี่น้อง ซึ่งต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาลที่ให้การรักษาเด็ก และต้องนำเด็กพบแพทย์ตรงตามนัดเสมอ

ผู้ดูแลเด็ก ควรต้องมีสมุดจดบันทึกอาการเด็ก และข้อสงสัย เพื่อการสอบถามแพทย์ พยาบาลได้ครบถ้วน ถูกต้อง รวมทั้งควรจดบันทึกคำแนะนำของแพทย์ พยาบาลด้วย เพื่อการดู แลเด็กได้ถูกต้องเช่นกัน

ผู้ดูแลเด็กต้องเพิ่มการสังเกตอาการต่างๆของเด็ก เพราะเด็กเล็กเกินกว่าจะบอกเล่าได้ ซึ่งเมื่อพบเด็กมีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือมีอาการต่างๆเลวลง ควรต้องรีบนำเด็กพบแพทย์ก่อนนัดเสมอ

บรรณานุกรม

  1. Haffty, B., and Wilson, L. (2009). Handbook of radiation oncology: basic principles and clinical protocols. Boston: Jones and Bartlett Publishers
  2. Halperin,E. et al. (2005).Pediatric radiation oncology. London: Lippincott Williams&Wilkins.
  3. Perez,C., Brady, L., Halperin, E., and Schmidt-Ullrich, R. (2004). Principles and practice of radiation oncology. (4th edition). New York: Lippincott Williams & Wilkins
  4. Paulino, A. et al. Wilms tumor http://emedicine.medscape.com/article/989398-overview#showall [2014,April7].
  5. Sriplung, H. et al. (2003). Cancer in Thailand. Volume.III, 1995-1997. Thai National Cancer Institute.
  6. Survival rate of Wilms tumor http://www.cancer.org/cancer/wilmstumor/detailedguide/wilms-tumor-survival-rates [2014,April7].
  7. Wilms’ tumor http://en.wikipedia.org/wiki/Wilms'_tumor [2014,April7].
  8. Wilms tumor http://www.cancer.gov/cancertopics/pdq/treatment/wilms/HealthProfessional/page1 [2014,April7].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 10 คน popeppo nightmelons padungchob19 Nongbeer eurokungza tawankub285 a1v4d PPaapp Panupol mdnatt
Frame Bottom