Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบมะเร็งวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

เยื่อเมือก (Mucosa หรือ Mucous membrane) คือเนื้อเยื่อที่บุภายในอวัยวะต่างๆทั่วร่างกาย เช่น ช่องปาก อวัยวะในระบบทางเดินอาหาร และอวัยวะเพศ เป็นต้น มีหน้าที่หลัก คือ ดูดซึมสารต่างๆ และสร้างสารสารคัดหลั่ง เพื่อช่วยการทำงานของอวัยวะนั้นๆ

เยื่อเมือกประกอบด้วยเซลล์หลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ เซลล์สร้างเม็ดสี ที่เรียกว่า Mela nocyte เช่นเดียวกับในผิวหนัง แต่มีจำนวนเซลล์ชนิดนี้น้อยกว่าในผิวหนังมาก ซึ่งเซลล์ชนิดนี้สามารถเจริญผิดปกติจนกลายเป็นโรคมะเร็งได้ เรียกโรคมะเร็งที่เกิดกับเซลล์ Melanocyte ของทุกอวัยวะ รวมทั้งของผิวหนังว่า “โรคมะเร็งเมลาโนมา (Melanoma)” หรือ “โรคมะเร็งมาลิกแนนท์ เมลาโนมา (Malignant melanoma)”

อนึ่ง เซลล์ Melanocyte นอกจากพบในผิวหนัง และในเยื่อเมือกแล้ว ยังพบได้ในลูกตาอีกด้วย ดังนั้นโรคมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ Melanocyte จึงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ที่มีธรรมชาติของโรคแตกต่างกัน คือ

ซึ่งแต่ละโรคจะแยกเขียนเป็นแต่ละบทความ โดยบทความนี้ จะกล่าวถึงเฉพาะ “โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา” เท่านั้น

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา มีธรรมชาติของโรคที่มีความรุนแรงสูง/การพยากรณ์โรคไม่ดี และรุนแรงกว่าโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา และโรคมะเร็งลูกตาเมลาโนมามาก

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา เป็นโรคของผู้ใหญ่ (พบในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวได้เพียงประมาณ 0.6% ของมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาทั้งหมด) พบในผู้หญิงได้สูงกว่าในผู้ชาย อายุที่พบสูงสุด คือ ประมาณ 65 ปี เป็นมะเร็งที่พบได้น้อย ประปราย และเป็นชนิดพบได้น้อยที่สุดในกลุ่มมะเร็งเมลาโนมาทุกชนิด เพียงประมาณ 0.8-2% ของมะเร็งเมลาโนมาทั้งหมด ทั้งนี้ มีราย งานจากสหรัฐอเมริกา พบโรคนี้ในผู้หญิง 2.8 รายต่อประชากรสตรี 1 ล้านคน และในผู้ชาย 1.5 รายต่อประชากรชาย 1 ล้านคน ส่วนในประเทศไทย ยังไม่มีรายงานถึงสถิติการเกิดโรคนี้

อวัยวะที่พบโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาได้บ่อย คือ อวัยวะในระบบศีรษะและลำคอ (ประมาณ 50 -60% ของมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาทั้งหมด) เช่น ในโพรงจมูก, ไซนัส, โพรงหลังจมูก, ช่องปาก (เช่น เพดาน เหงือก กระพุ้งแก้ม) รองลงมา คือ ส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ (ลำไส้ตรง และทวารหนัก) พบได้ประมาณ 24%, อวัยวะสืบพันธุ์สตรี พบได้ประมาณ 18%, และอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะพบได้ประมาณ 3%, นอกนั้น อวัยวะอื่นๆมักมีเพียงเป็นราย งานผู้ป่วย เช่น อวัยวะเพศชาย/องคชาต, หลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร เป็นต้น

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมามีสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงจากอะไร?

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา แต่พบว่า โรคนี้พบได้บ่อยในชาวญี่ปุ่น โดยพบมะเร็งชนิดนี้ได้ถึงประมาณ 20-30% ของโรคมะเร็งเมลาโนมาทั้งหมดของชาวญี่ปุ่น

นอกจากนั้น พบว่า ประมาณ 50-60% ของผู้ป่วยมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา มีความผิด ปกติของจีน/ยีน (Gene) บางชนิดที่ควบคุมการเกิดโรคมะเร็ง (BRAF Oncogene)

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมามีอาการอย่างไร?

เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดกับเยื่อเมือกอวัยวะภายใน ดังนั้นเมื่อเริ่มแรกเกิดเป็นก้อนเนื้อมะ เร็ง มะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา จึงมักไม่แสดงอาการ จะมีอาการต่อเมื่อก้อนเนื้อโตขึ้น ซึ่งเมื่อก้อนเนื้อโตขึ้นก็จะขัดขวางการทำงานของอวัยวะที่เกิดโรค ดังนั้น อาการจึงแตกต่างกันไป และไม่ใช่อาการเฉพาะ (ก้อนเนื้อทุกชนิดจะให้อาการเหมือนกัน) ขึ้นกับว่า เกิดโรคกับอวัยวะใด เช่น

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาได้จาก ประวัติอาการ การตรวจร่างกาย อาจต้องส่องกล้อง ทั้งนี้ขึ้นกับอวัยวะที่เกิดโรค แต่ที่ให้ผลแน่นอน คือ การตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อ/รอยโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ซึ่งเมื่อทราบว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะตรวจสืบค้นเพิ่มเติม เพื่อประเมินระยะของโรค เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ เอมอาร์ไอ ภาพอวัยวะที่เกิดโรคเพื่อดูการลุกลามของโรค เอกซเรย์ปอดดูโรคแพร่กระจายสู่ปอด และอัลตราซาวด์ตับดูโรคแพร่กระจายสู่ตับ เป็นต้น

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมามีกี่ระยะ?

ดังกล่าวแล้วว่า โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาเป็นโรครุนแรงมีการลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ อวัยวะข้างเคียงได้สูง และแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิตได้รวดเร็วตั้งแต่เกิดโรค ดังนั้นระยะโรคจึงต่างจากมะเร็งชนิดอื่น

ก. มะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาที่เกิดในอวัยวะระบบศีรษะและลำคอ เป็นโรคที่รุนแรงมาก ดังนั้น ระยะโรคจึงมีเพียง 2 ระยะเท่านั้น คือ ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 โดยระยะโรคจะเริ่ม ต้นที่ ระยะที่ 3 เสมอ ไม่มีระยะที่ 1, 2 ไม่ว่าขนาดของก้อนเนื้อจะเท่าใดก็ตาม ทั้งนี้

ระยะที่ 3 คือโรคลุกลามอยู่เฉพาะในเนื้อเยื่อชั้นเยื่อเมือก

ระยะที่ 4 แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่ม ที่โรคยังไม่แพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต แต่ลุก ลามเข้าเนื้อเยื่อ อวัยวะข้างเคียง และ/หรือ ต่อมน้ำเหลือง และ ระยะที่ 4 กลุ่มที่โรคแพร่กระ จายเข้ากระแสโลหิตแล้ว ซึ่งเมื่อแพร่กระจาย มักแพร่ไปสู่ ปอด กระดูก สมอง และตับ

ข. มะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาของอวัยวะอื่นๆที่เหลือทั้งหมด แบ่งเป็น 3 ระยะตามการลุกลามของโรค ไม่ได้แบ่งเป็น ตัวเลข 1,2,3 คือ

รักษาโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา เช่นเดียวกับการรักษาโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมา คือ วิธีรักษาที่สำคัญ คือ การผ่าตัด และหลังผ่าตัดแพทย์จะพิจารณาการรักษาต่อ เนื่องด้วย รังสีรักษา และ/หรือยาเคมีบำบัด โดยประเมินจากระยะโรค, การผ่าตัดก้อนมะเร็งออกได้หมดหรือไม่, อายุ, และสุขภาพของผู้ป่วย

ส่วนยารักษาตรงเป้า ยังอยู่ในการศึกษา นอกจากนั้น ยายังมีราคาแพงมากๆๆ เกินกว่าผู้ ป่วยทุกคนจะเข้าถึงยาได้

มีผลข้างเคียงจากการรักษาอย่างไรบ้าง?

ผลข้างเคียง หรือ ผลแทรกซ้อนจากการรักษาโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา ขึ้นอยู่กับวิธีรักษา โดยผลข้างเคียงจะสูงขึ้นเมื่อใช้หลายๆวิธีรักษาร่วมกัน นอกจากนั้น ยังสูงขึ้น เมื่อผู้ป่วยมีโรคเรื้อรังประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และ/หรือ โรคไขมันในเลือดสูง, เมื่อสูบบุหรี่ และ/หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, และในผู้สูงอายุ

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมารุนแรงไหม?

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา เป็นโรครุนแรง/มีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี มักเกิดโรคย้อน กลับเป็นซ้ำสูงหลังการรักษา และมักมีการแพร่กระจายของโรคเข้ากระแสโลหิตอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากเป็นโรคพบได้น้อย ผลการรักษาจึงมักรายงานเป็นภาพรวม ไม่ได้แยกเป็นแต่ละระ ยะโรค โดยความรุนแรงของโรคจะสูงขึ้น เมื่อผ่าตัดไม่ได้, มีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง, และ /หรือมีโรคแพร่กระจายเข้าสู่กระแสโลหิตแล้ว

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาที่เกิดกับเนื้อเยื่อ/อวัยวะในระบบศีรษะลำคอ มีอัตรารอดที่ 5 ปี ประมาณ 0-30%

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาที่เกิดในอวัยวะเพศสตรี ที่สามารถผ่าตัดโรคออกได้หมด และโรคยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง หรือแพร่กระจาย มีอัตรารอดที่ 5 ปี ประมาณ 50% ถ้ามีโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง อัตรารอดที่ 5 ปี ประมาณ 25% และเมื่อมีโรคแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต อัตรารอดที่ 5 ปี คือ 0%

โรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาที่เกิดในลำไส้ตรงและทวารหนัก ที่ผ่าตัดโรคออกได้หมด และโรคยังไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และ/หรือแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิต อัตรารอดที่ 5 ปี ประมาณ 20% ส่วนเมื่อโรคลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และ/หรือแพร่กระจายเข้ากระแสโลหิตแล้ว อัตรารอดที่ 5 ปี คือ 0%

มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดๆที่สามารถตรวจคัดกรองให้พบโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาได้ตั้ง แต่ยังไม่มีอาการ ดังนั้นเมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุแต่เนิ่นๆ

ป้องกันโรคมะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมาอย่างไร?

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุ และยังไม่พบว่า มีอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถป้องกันโรคนี้ได้ การดูแลตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้ จึงเป็นการรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆ เพื่อการวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการแต่เนิ่นๆ

ดูแลตนเอง ดูแลผู้ป่วยมะเร็งอย่างไร?

การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิด ที่รวมถึง มะเร็งเยื่อเมือกเมลาโนมา อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความในเว็บ haamor.com เรื่อง การดูแลตนเองเมื่อป่วยเป็นโรคมะเร็งและการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ เรื่อง การดูแลตนเอง การดูแลผู้ป่วยเคมีบำบัด

บรรณานุกรม

  1. Edge, S. et al. (2010). AJCC: Cancer staging handbook. New York: Springer.
  2. Halperin, E., Perez, C., and Brady, L. (2008). Principles and practice of radiation oncology.Z (5th edition). Philadelphia: Wolters Kluwer/ Lippincott Williams & Wilkins.
  3. Krengli, M. et al. (2008). What is the role of radiotherapy in the treatment of mucosal melanoma of head and neck. Critical Reviews in Oncology/Hematology. 65, 121-128.
  4. Mc Laughlin, C. et al. (2005). Incidence of noncutaneous melanoma in the U.S. Cancer. 103, 1000-1007.
  5. Pfister, D. et al. (2012). Mucosal melanoma of the head and neck. J Natl Compr Canc Netw.10, 320-338.
  6. Seetharamu,N. et al. (2010). Mucosal melanoma: a case-based review of literature. The Oncologist. 15, 772-781.
  7. Wagner, M. et al. (2008). Mucosal melanoma of the head and neck. Am J Clin Oncol. 31, 43-48.


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Ppvbb
Frame Bottom