Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ตับ  ระบบทางเดินอาหาร 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไข้  ปวดท้องใต้ชายโครงขวา  มีไข้ 

บทนำ

โรคฝีตับ (Liver abscess) คือโรคที่เกิดจากตับติดเชื้อและเกิดมีฝี/หนองขึ้นในตับ โดยอาจเกิดขึ้นเพียงฝีเดียว/ตำแหน่งเดียว หรือหลายฝีก็ได้ โดยอาจเกิดร่วมกับที่อวัยวะอื่นๆเกิดมีฝีร่วมด้วย หรือเกิดมีฝีเฉพาะในตับก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค

โรคฝีตับเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก พบได้เรื่อยๆ พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูง อายุ โดยพบในผู้ใหญ่สูงกว่าในเด็ก เมื่อพบในเด็ก มักพบในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ ทั้งนี้ในสหรัฐอเมริกา มีรายงานพบโรคฝีตับที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาลต่างๆของสหรัฐอเมริกาได้ประมาณ 8-16 รายต่อผู้ป่วย 1 แสนคน

โรคฝีตับมีสาเหตุจากอะไร?

โรคฝีตับ

โรคฝีตับมีสาเหตุจากตับติดเชื้อ ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย เชื้อบิดชนิดที่เป็น สัตว์เซลล์เดียว(โปรโทซัว/Protozoa) หรือ เชื้อรา

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดฝีตับ?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคฝีตับ ได้แก่ มีการอักเสบรุนแรงของอวัยวะในช่องท้อง มีการอักเสบติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินน้ำดี มีภาวะภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ อุบัติเหตุต่อตับโดย ตรง (เช่น ถูกยิง ถูกแทง) และบางครั้งไม่พบมีปัจจัยเสี่ยง

โรคฝีตับมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคฝีตับทุกสาเหตุคล้ายคลึงกัน อาการที่พบบ่อยที่สุด คือ ปวดท้องในตำ แหน่งของตับ (ช่องท้องตอนบนด้านขวา) และมีไข้ และอาการอื่นๆที่อาจพบได้ เช่น

แพทย์วินิจฉัยโรคฝีตับอย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคฝีตับได้จาก ประวัติอาการ ประวัติโรคประจำตัวต่างๆทั้งในอดีตและในปัจจุบัน ประวัติการเดินทาง ท่องเที่ยว และถิ่นที่อยู่อาศัย การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดูการทำงานของตับ การตรวจภาพตับด้วย อัลตราซาวด์และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ นอกจาก นี้อาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ขึ้นกับอาการผู้ป่วยและดุลพินิจของแพทย์ เช่น การเจาะดูดหนองจากฝีตับเพื่อการตรวจย้อมเชื้อ และ/หรือการตัดชิ้นเนื้อจากตับเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา เป็นต้น

รักษาโรคฝีตับอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคฝีตับ คือ การให้ยาฆ่าเชื้อตามแต่ละชนิดของเชื้อโรค ซึ่งอาจเป็นยากิน หรือยาให้ทางหลอดเลือดดำ ขึ้นกับความรุนแรงของอาการ เช่น ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบค ทีเรีย(เช่นยา Meropenem, Imipenem); ยาฆ่าเชื้อโรคบิดมีตัว (เช่น Metronidazole); และยาฆ่าเชื้อรา (เช่น Amphotericin B, Fluconazole) และการเจาะ ดูดหนอง เพื่อการระบายหนองออกจากตับ ซึ่งบางครั้งอาจต้องระบายหนองด้วยการผ่าตัดเมื่อไม่สามารถเจาะ/ดูดหนองออกได้

นอกจากนั้น คือ การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด การให้อาหารและสารน้ำทางหลอดเลือดดำ เมื่อกินได้น้อย เป็นต้น

โรคฝีตับรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงไหม?

โรคฝีตับจัดเป็นโรครุนแรง แต่สามารถรักษาให้หายได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ สุขภาพร่าง กายของผู้ป่วย อายุ และการรักษาตั้งแต่แรกมีอาการ อย่างไรก็ตามมีโอกาสเสียชีวิตได้ ถ้าโรครุนแรง เช่น มีฝีตับเกิดขึ้นหลายฝี ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ เกิดการติดเชื้อในกระแสโล หิตร่วมด้วย (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) และเมื่อเกิดเชื้อดื้อยา

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคฝีตับ? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเอง การพบแพทย์ เมื่อมีอาการดังได้กล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ คือ การรีบพบแพทย์ ต่อจากนั้นปฏิบัติตามแพทย์ พยาบาลที่ให้การรักษาแนะนำ

ป้องกันโรคฝีตับอย่างไร?

การป้องกันโรคฝีตับ คือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังกล่าวแล้วในหัวข้อปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ และที่สำคัญ คือ

บรรณานุกรม

  1. Lipsett, P. et al. (1997). Fungal hepatic abscesses. J Gastrointest Surg. 1, 78-84
  2. http://en.wikipedia.org/wiki/Amoebiasis [2017,Nov18]
  3. http://en.wikipedia.org/wiki/Entamoeba_histolytica [2017,Nov18]
  4. http://en.wikipedia.org/wiki/Liver_abscess [2017,Nov18]
  5. http://emedicine.medscape.com/article/188802-overview#showall [2017,Nov18]
  6. http://emedicine.medscape.com/article/193182-overview#showall [2017,Nov18]
Updated 2017,Nov18


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน chotiwan Fangzz
Frame Bottom