Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบหัวใจและหลอดเลือด 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ หรือภาวะ/โรคหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep apnea หรือ Sleep - disordered breathing) ได้แก่ โรคที่เมื่อนอนหลับแล้วร่างกายจะเกิดความผิดปกติทาง การหายใจ หายใจได้เพียงตื้นๆหรือเกิดการหยุดหายใจเป็นพักๆตลอดทั้งคืน ก่อให้ร่างกาย/ อวัยวะต่างๆขาดออกซิเจนและเกิดการนอนไม่พอ จึงเกิดเป็นโรคหรือมีอาการผิดปกติต่างๆเกิด ขึ้นตามมาได้หลายโรค/อาการ

นอนหลับแล้วหยุดหายใจเป็นโรคพบได้บ่อยทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย แต่พบได้ในผู้ชาย สูงกว่าในผู้หญิง โดยทั่วไปเป็นโรคพบในผู้ใหญ่ แต่สามารถพบในเด็กได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ ซึ่ง ในสหรัฐอเมริกาในวัยกลางคนพบโรคนี้ในผู้ชายประมาณ 24% และในผู้หญิงประมาณ 9%

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจเกิดได้อย่างไร?

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ

แบ่งโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจตามสาเหตุได้เป็น 3 ชนิดได้แก่

  1. ชนิดเกิดจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจ (Obstructive sleep apnea หรือเรียกย่อว่า โอเอสเอ /OSA)
  2. ชนิดเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (Central sleep apnea หรือเรียกย่อว่า ซีเอสเอ/CSA)
  3. และชนิดผสมโดยเป็นชนิดเกิดร่วมกันทั้งจากมีการอุดกั้นทางเดินหายใจและจากความ ผิดปกติของสมองส่วนกลางเรียกว่า Complex sleep apnea หรือ Mixed sleep apnea
    • โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจชนิดเกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ (Obstructive sleep apnea) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดคือประมาณ 85% ของโรคนี้ โดยเกิดจากเมื่อนอนหลับจะมีการอุดกั้นทางเดินหายใจตอนบน (จมูก ช่องปากและ/หรือลำคอ) จากสาเหตุต่างๆส่ง ผลให้ทางเดินลมหายใจตอนบนตีบแคบ จึงส่งผลให้ร่างกายขาดอากาศ สมองก็ขาดอากาศด้วย จึงทำงานลดลง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหายใจลดหรือหยุดการทำงาน เกิดการหายใจได้เพียงตื้นๆ หรือเกิดการหยุดหายใจ แต่เมื่อหยุดหายใจแล้วจะเกิดภาวะคั่งของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ใน ร่างกาย ซึ่งภาวะนี้จะย้อนกลับไปกระตุ้นสมองให้กลับมาสั่งงานอีก ผู้ป่วยจึงสะดุ้งตื่นและกลับ มาหายใจอีก วนเวียนซ้ำๆเป็นพักๆไปตลอดทั้งคืน ก่อให้เกิดการนอนหลับไม่สนิท มีการไอกระ โชกตื่นเป็นระยะๆ ทั้งนี้ช่วงระยะเวลาในการหยุดหายใจอาจนานเป็นเพียงวินาทีหรือเป็นนาที รวมทั้งจำนวนครั้งที่เกิดการสะดุ้งตื่นจะถี่หรือห่างขึ้นกับความรุนแรงของสาเหตุ โดยทั่วไปพบได้ตั้งแต่ 5 ครั้งไปจนถึง 30 ครั้งหรือมากกว่าต่อชั่วโมง
    • โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจชนิดจากความผิดปกติของสมองส่วนกลาง (Central sleep apnea)เป็นชนิดพบได้น้อยมากประมาณ 0.4% โดยเกิดจากโรคของสมองส่วนกลาง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคเนื้องอก หรือโรคมะเร็งสมอง หรือจากผลข้างเคียงจากยาบางชนิดที่กดสมองส่วนกลางเช่น ยานอนหลับ สมองจึงไม่สามารถสั่งงานได้ตามปกติโดยเฉพาะช่วงนอนหลับ รวมทั้งในการสั่งการทำงานของกล้ามเนื้อช่วยการหายใจ ดังนั้นจึงเกิดภาวะผิดปกติในการหายใจ หายใจได้ตื้นๆหรือหยุดหายใจเป็นพักๆในช่วงนอนหลับ และเนื่องจากพบโรคจากสา เหตุนี้ได้น้อยมาก บทความนี้จึงจะไม่กล่าวถึงโรคจากสาเหตุนี้
    • โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจชนิดผสม (Complex sleep apnea) พบได้ประมาณ 15% ของโรค ซึ่งอาการและการรักษาจะเป็นไปตามสาเหตุของโรคเช่นเดียวกับทั้งในชนิดโรคเกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจและโรคเกิดจากสมองส่วนกลาง ซึ่งจะไม่กล่าวถึงในรายละเอียดในบท ความนี้เช่นกัน

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจมีสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงจากอะไร

สาเหตุและ/หรือปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจได้แก่

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจมีอาการอย่างไร?

อาการสำคัญของโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจคือ

  • นอนกรนเสมอและมักเป็นการกรนเสียงดัง (บางคนส่วนน้อยคนอาจไม่มีอาการนอน กรนได้)
  • นอนสะดุ้งตื่นบ่อยๆ แต่ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว แต่รู้ได้จากคนที่นอนด้วย
  • กลางวันง่วงนอนมากโดยหาสาเหตุไม่ได้ หลับโดยไม่รู้ตัวได้เสมอ

อนึ่ง อาการอื่นๆที่อาจพบได้ได้แก่ ปวดศีรษะในตอนเช้าจากตอนกลางคืนขาดอากาศหาย ใจ ปากแห้งมากเมื่อตื่นนอนจากอ้าปากหายใจเพื่อช่วยการหายใจ อาจมีปัสสาวะรดที่นอน อาจมีความจำสั้น ขาดสมาธิ สมาธิสั้น สับสนง่าย อารมณ์แปรปรวนง่าย หงุดหงิดง่าย และซึมเศร้าง่าย

แพทย์วินิจฉัยโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจได้จากประวัติอาการ การบอกเล่าของคนที่นอน ด้วย การตรวจร่างกาย และที่แน่นอนคือ การตรวจด้วยเครื่องตรวจเฉพาะการวินิจฉัยโรคนี้ ซึ่งคือการตรวจการทำงานของอวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการหายใจในช่วงนอนหลับเช่น การตรวจวัดลักษณะการหายใจ การทำงานของสมอง การเคลื่อนไหวของลูกตา การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ปริมาณอากาศในการหายใจเข้าออก และปริมาณออกซิเจนในเลือด นอกจากนี้อาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมขึ้นกับความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์เช่น การเอกซเรย์ดูโรคของไซนัสหรือของผนังกั้นโพรงจมูก

รักษาโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของโรค ใน โรคระดับที่ไม่รุนแรง การรักษาอาจเพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการนอนเช่น การลดน้ำหนัก การฝึกนอนตะแคงแทนการนอนหงาย และการนอนในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง (เอนตัว) เป็น ต้น หรือการผ่าตัดต่อมทอนซิล เมื่อโรคเกิดจากต่อมทอนซิลโต หรือผ่าตัดรักษาผนังกั้นจมูกคด เมื่อโรคเกิดจากผนังจมูกคด เป็นต้น

เมื่ออาการมีระดับความรุนแรงปานกลาง อาจจำเป็นต้องใช้เครื่องเฉพาะเพื่อช่วยเพิ่มความ ดันอากาศช่วงนอนหลับ เพื่อช่วยให้หายใจเอาอากาศเข้าได้ในปริมาณสูงขึ้น ซึ่งลักษณะเครื่องคล้ายกับการสวมหน้ากากป้องกันควันพิษ ซึ่งอาจเป็นที่ครอบจมูกและปากหรือสวมเข้าในโพรงจมูกโดยตรง

เมื่ออาการรุนแรงหรือใช้วิธีดังกล่าวแล้วไม่ได้ผล การรักษาอาจเป็นการผ่าตัดเพดานแข็งและเพดานอ่อน หรือผ่าตัดกระดูกกราม หรือการเจาะคอเพื่อใช้เครื่องช่วยหายใจ

อนึ่ง การจะเลือกวิธีรักษาอย่างไรขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะประเมินจากสาเหตุ ความรุนแรงของอาการ การล้มเหลวจากการใช้วิธีการรักษาต่างๆ และความร่วมมือของผู้ป่วยในการรักษาที่ผ่านมา

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจมีผลข้างเคียงอย่างไร? เป็นโรครุนแรงไหม?

โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจจัดเป็นโรครุนแรง ถ้าช่วงระยะเวลาที่หยุดหายใจนานอาจทำ ให้เสียชีวิต (ตาย) ได้ และการง่วงนอนมากจนนอนหลับไม่รู้ตัวในช่วงกลางวันเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ เมื่อกำลังขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรต่างๆ

นอกจากนั้น ยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) ที่เป็นโรคเรื้อรังได้หลายโรค เช่น โรคความดันโลหิตสูง (เป็นได้ทั้งปัจจัยเสี่ยงและผลข้างเคียง) โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์/อัมพาต) ทั้งนี้เกิดจากเมื่อร่างกายขาดออกซิ เจนร่างกายจะเกิดภาวะเครียด (Stress) ซึ่งจะกระตุ้นต่อมหมวกไตให้หลั่งฮอร์โมนกลุ่มที่เรียก ว่า ฮอร์โมนสนองต่อความเครียด (Stress hormones) เช่น คอร์ติโซล (Cortisol) และนอร์เอปิเนฟรีน (Norepinephrine) ซึ่งจะส่งผลให้เกิดหลอดเลือดบีบตัวเกิดความดันโลหิตสูง หัวใจอาจเกิดการเต้นผิดปกติ อาจกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติในการใช้น้ำตาล (เกิดโรคเบาหวาน) อาจกระตุ้นการทำงานของสมองผิดปกติ (เกิดอาการซึมเศร้า) และอาจส่งผลต่อรังไข่หรือ อัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศลดลง (ความรู้สึกทางเพศลดลง รวมทั้งมีประจำเดือนผิดปกติในผู้ หญิง)

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองคือ เมื่อมีอาการดังกล่าวโดยเฉพาะเมื่อง่วงนอนมากตอนกลางวัน ควรรีบพบแพทย์เสมอ โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่สังเกตเห็นการนอนหลับผิดปกติของผู้ป่วย ควรรีบแจ้งผู้ป่วยและช่วยแนะนำผู้ป่วยรีบพบแพทย์

หลังจากพบแพทย์แล้ว ควรปฏิบัติตามแพทย์แนะนำอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ รวมทั้งในการพบแพทย์ตามนัดและในการดูแลตนเอง โดยการควบคุมน้ำหนักและการปรับเปลี่ยนท่านอนดังกล่าวแล้ว รวมทั้งเมื่อยังควบคุมโรคไม่ได้ ยังนอนหลับกลางวันโดยไม่รู้ตัว จึงไม่ควรขับรถ และถ้าทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรควรปรับเปลี่ยนงาน

ป้องกันโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจอย่างไร?

การป้องกันโรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจคือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้วที่หลีก เลี่ยงได้ โดยเฉพาะในเรื่องการควบคุมน้ำหนักเพื่อป้องกันน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน

ที่สำคัญอีกประการ เมื่อทราบว่าเป็นโรคนี้แล้วควรต้องระมัดระวังป้องกันไม่ให้เกิดโรคเรื้อ รังต่างๆที่เป็นผลข้างเคียงแทรกซ้อนโดยการปฏิบัติตามแพทย์แนะนำ การควบคุมน้ำหนัก การออกกำลังกาย การลดอาหารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งคือ อาหารหวาน อาหารเค็ม และไขมัน

บรรณานุกรม

1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
2. Sleep apneahttp://en.wikipedia.org/wiki/Sleep_apnea [2015,Feb28].
3. Victor, L. (2004). Treatment of obstructive sleep apnea in primary care. Am Fam Physician. 69, 561-569.

Updated 2015, Feb 28


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน fonmod58 chalalai
Frame Bottom