Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ข้อ  ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ปวดข้อ 

บทนำ

โรคข้อ (Joint disease) คือ โรค หรือ ภาวะผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นกับข้อกระดูกต่างๆของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ คือ ปวด/เจ็บข้อ โดยเฉพาะเมื่อมีการเคลื่อนไหวใช้ข้อนั้น ๆ ส่งผลให้ใช้ข้อนั้นๆทำงานไม่ได้ และ/หรือ มีข้อ บวม แดง ร้อน และ/หรือ มีข้อยึดติด เคลื่อน ไหวไม่ได้ ทั้งนี้โรคข้อเกิดได้กับทุกๆข้อของร่างกาย

ข้อ หรือ ข้อต่อ (Joint) จัดเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดหนึ่ง เป็นส่วนรอยต่อที่อยู่ระหว่างกระดูก 2 ชิ้น มีหน้าที่ช่วยการเคลื่อนไหวต่างๆของกล้ามเนื้อและของกระดูกในการทำงานต่างๆ เช่น การลุก นั่ง เดิน ยืน หยิบ จับ สิ่งของ และเขียนหนังสือ เป็นต้น ซึ่งนอกจากการทำงานเพื่อการเคลื่อนไหวแล้ว ข้อยังช่วยในการรับน้ำหนักต่างๆอีกด้วย เช่น น้ำหนักตัว หรือในการยกสิ่ง ของต่างๆ

ทั่วร่างกายมีข้อต่างๆมากมายเป็นร้อยข้อ เช่น ข้อขากรรไกร ข้อกระดูกสันหลัง ข้อไหล่ ข้อแขน/ข้อศอก ข้อมือ ข้อนิ้ว ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า

โรคต่างๆของข้อต่างๆ มีสาเหตุส่วนใหญ่เหมือนๆกัน ซึ่งเมื่อเกิดโรคอย่างเฉียบพลัน และรักษาได้หายภายในระยะเวลาเป็นสัปดาห์ มักเรียกว่า “โรคข้อเฉียบพลัน (Acute joint disease )” แต่ถ้าอาการค่อยๆเกิด แต่เรื้อรังนานเป็นเดือนหรือหลายๆเดือน โดยอาจมีอาการเฉียบพลันแทรกซ้อนได้เป็นระยะๆ เรียกโรคข้อในลักษณะนี้ว่า “โรคข้อเรื้อรัง (Chronic joint disease)”

โรคข้อ อาจเกิดขึ้นเพียงข้อใดข้อหนึ่งเพียงข้อเดียว หรือเกิดหลายๆข้อพร้อมกันได้ ทั้งนี้ขึ้นกับสาเหตุ

โรคข้อ มักเกิดร่วมกับโรคของกระดูก ของกล้ามเนื้อ และของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทั้งนี้เพราะ เนื้อเยื่อ ของข้อ ของกระดูก และของกล้ามเนื้อ ล้วนจัดเป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเช่นเดียวกัน

โรคข้อ พบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยยิ่งอายุเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งพบโรคข้อสูงขึ้น โดยเฉพาะ โรคข้อเสื่อม

โรคข้อ พบในผู้หญิงได้สูงกว่าในผู้ชาย ทั้งนี้เพราะผู้หญิงมีวัยหมดประจำเดือน ซึ่งฮอร์ โมนเพศจะมีส่วนสัมพันธ์กับการเจริญเติบโต และการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ดังนั้นเมื่อหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเพศจะลดระดับลงอย่างมากมาย จึงส่งผลให้เกิดการเสื่อมของเนื้อ เยื่อเกี่ยวพันได้ ซึ่งรวมทั้งของ ข้อ ของกระดูก ของกล้ามเนื้อ และของเอ็น

โรคข้อมีสาเหตุจากอะไร?

โรคข้อ

สาเหตุของโรคข้อ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อย คือ

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อ?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อ ได้แก่

โรคข้อมีอาการอย่างไร?

อาการของโรคข้อในทุกสาเหตุจะเหมือนกัน โดยที่พบบ่อย คือ

แพทย์วินิจฉัยโรคข้อได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคข้อได้จาก ประวัติอาการ ประวัติการเจ็บป่วยต่างๆ ประวัติอุบัติเหตุ อา ชีพ การกีฬา การตรวจร่างกาย และการตรวจข้อที่มีอาการผิดปกติ และอาจมีการตรวจสืบค้นเพิ่มเติม เช่น การเอกซเรย์ หรือการตรวจเอมอาร์ไอภาพข้อ หรือบางครั้งอาจมีการดูดน้ำจากข้อเพื่อการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ในการวินิจฉัยโรคเกาต์ โรคเกาต์เทียม การย้อมเชื้อ หรือการเพาะเชื้อ หรืออาจมีการตัดชิ้นเนื้อจากเนื้อเยื่อของข้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ทั้งนี้ขึ้น กับความผิดปกติที่แพทย์ตรวจพบและดุลพินิจของแพทย์

รักษาโรคข้ออย่างไร?

การรักษาโรคข้อ คือ การรักษาสาเหตุ ร่วมกับการรักษาประคับประคองตามอาการ และการทำกายภาพบำบัด/กายภาพฟื้นฟูข้อ

ก. การรักษาสาเหตุ จะแตกต่างกันตามสาเหตุของการเกิดโรคข้อนั้นๆ เช่น

ข. การรักษาประคับประคองตามอาการ เช่น การกินยาแก้ปวด การพักใช้ข้อ การพันผ้ายืดเพื่อช่วยพยุงข้อ เป็นต้น

ค. การทำกายภาพบำบัด/กายภาพฟื้นฟูข้อ ตามคำแนะนำของแพทย์ พยาบาล และ/หรือของนักกายภาพบำบัดตลอดไป ทั้งในขณะอยู่โรงพยาบาล (เมื่อมีการรักษาในโรงพยา บาล) และเมื่ออยู่บ้าน

โรคข้อมีการพยากรณ์โรคอย่างไร? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

โดยทั่วไป การพยากรณ์โรคของโรคข้อ คือ เป็นโรคที่ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่จะส่งผลข้าง เคียงถึงคุณภาพชีวิตในการใช้ชีวิตประจำวัน และในการทำงาน จากการใช้ข้อไม่ได้ตามปกติ และจากอาการปวดข้อเรื้อรัง

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ เมื่อมีความผิดปกติต่างๆดังกล่าวแล้วในหัวข้อ อาการ ถ้าอา การไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือถ้าอาการเลวลงภายใน 24 ชั่วโมง ต้องรีบพบแพทย์ หรือไปโรง พยาบาลฉุกเฉินโดยเฉพาะเมื่อเป็นอาการเกิดจากอุบัติเหตุ และมีการบาดเจ็บของข้อจนข้อผิดรูป

เมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรคข้อ การดูแลตนเองและการพบแพทย์ คือ

****** อนึ่ง หลักการปฐมพยาบาลข้อที่บาดเจ็บ มีดังนี้

เมื่อมีอุบัติเหตุข้อบาดเจ็บ การปฐมพยาบาล ใช้หลักการเช่นเดียวกับ การปฐมพยาบาล กล้ามเนื้อ และกระดูกที่บาดเจ็บ โดยเมื่อเกิดการบาดเจ็บของข้อ ควรหาผู้ช่วยเหลือเสมอ และภายหลังการปฐมพยาบาล ถ้าเป็นการบาดเจ็บรุนแรง เช่น ปวด/เจ็บข้อมาก, ข้อส่วนที่บาดเจ็บผิดรูป บวมมาก, หรือมีเลือดออกจากแผลมาก ควรรีบไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน แต่ถ้าอาการไม่มาก อาจรอดูอาการได้ประมาณ 1-2 วัน ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรืออาการเลวลง ควรรีบไปโรงพยา บาล

***** หมายเหตุ โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน เบอร์เดียวทั่วประเทศไทย คือ “โทรฯ 1669” สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข (สพฉ.) ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ หลักในการปฐมพยาบาล เรียกย่อว่า “PRICE” แพทย์บางท่านแนะนำเพียง “RICE” ซึ่งก็เช่นเดียวกับ PRICE เพียงแต่ตัด “P” ออกโดยให้รวมอยู่ใน “R และ C”

  • P คือ Protect การรีบป้องกันไม่ให้การบาดเจ็บลุกลามมากขึ้น โดยการไม่เคลื่อนไหวส่วนที่บาดเจ็บ อาจโดยการดามด้วยวัสดุที่แข็งแรง (เช่น ไม้ กระดาษหนังสือพิมพ์หนาๆ) การพันด้วยผ้ายืด (Elastic bandage) หรือการคล้อง (เช่น คล้องแขน) ทั้งนี้จะใช้วิธีการใดขึ้นกับตำแหน่งที่บาดเจ็บ
  • R คือ Rest การไม่ใช้งานข้อที่บาดเจ็บ เช่น ไม่ใช้ข้อแขนด้านนั้น ไม่ลงน้ำหนักข้อเท้าด้านนั้น เป็นต้น อย่างน้อยภายใน 24 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ
  • I คือ ICE การประคบบริเวณที่บาดเจ็บด้วยน้ำแข็ง/ความเย็น เพื่อลดอาการปวด/เจ็บ ลดบวม ลดการเลือดออก และลดการอักเสบ (ชนิดไม่ติดเชื้อ) ของเนื้อเยื่อข้อจากการบาดเจ็บ แต่อย่าใช้ความเย็นจัด เพราะหลอดเลือดจะหดตัว เนื้อเยื่อจะขาดเลือดได้ และแต่ละครั้งของการประคบไม่ควรนานเกิน 15-20 นาทีเพื่อป้องกันเนื้อเยื่อขาดเลือดเช่นกัน อาจประคบบ่อยทุก 1-2 ชั่วโมงในวันแรกของการบาดเจ็บ และควรประคบต่อเนื่องอีก 1-2 วัน แต่ลดความถี่ในการประคบลงได้ตามความเหมาะสมกับอาการ เช่น ทุก 3-4 ชั่วโมง หรือตามแพทย์แนะนำ (เมื่อได้พบแพทย์แล้ว)
  • C คือ Compress พันส่วนที่บาดเจ็บด้วยผ้ายืด เพื่อช่วยไม่ให้มีการเคลื่อนที่ ช่วยลดอา การบวม และช่วยลดการมีเลือดออก ทั้งนี้ต้องพันไม่ให้แน่น ต้องพันพอให้มีเลือดไหลเวียนในส่วนนั้นได้สะดวก การพันแน่นจะส่งผลให้เนื้อเยื่อขาดเลือดและเกิดอาการบวม ทั้งนี้ควรพันผ้ายืดไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง หรือตามแพทย์แนะนำ (เมื่อได้พบแพทย์แล้ว)
  • E คือ Elevate คือ พยายามยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงอย่างน้อยในช่วง 24 ชั่วโมงแรกของการบาดเจ็บ (ถ้าสามารถทำได้) เช่น แขน ขา เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ลดแรงดึงดูดของโลก จะช่วยลดอาการบวมได้

มีการตรวจคัดกรองโรคข้อไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรอง (ตรวจให้พบโรคตั้งแต่ยังไม่มีอาการ) ในโรคข้อ ทั้งนี้รวมถึงโรคมะเร็งด้วย ดังนั้นการดูแลตนเองที่ดีที่สุด คือ เมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆดังได้กล่าวแล้วในหัวข้ออาการ ควรพบแพทย์ภายใน 2-3 วันถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง หรือรีบพบแพทย์ใน 24 ชั่วโมง เมื่ออาการเลวลง หรือไปโรงพยาบาลฉุกเฉินตั้งแต่แรกเมื่อมีอาการรุนแรง เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรงทันที เป็นต้น อีกประการ คือ การดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคข้อ (จะกล่าวถึงในหัวข้อ การป้องกัน)

ป้องกันโรคข้อได้อย่างไร?

การป้องกันโรคข้อให้เต็มร้อยเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจาก อายุ พันธุกรรม และโรคมะเร็ง แต่โรคที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆโดยเฉพาะการบาดเจ็บของข้อ อาจป้องกันได้โดย

  • ในการทำงานที่ต้องใช้การออกแรงหรือกีฬาต่างๆ ควรต้องรู้จักการใช้งานข้ออย่างถูกวิธี
  • รู้จักวิธีที่ถูกต้อง ในการยกของหนัก ยืน นั่ง เดิน ก้ม
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบทุกวัน เพื่อความแข็งแรงของเซลล์ต่างๆ รวม ทั้งของเนื้อเยื่อข้อ เพราะเช่นเดียวกับเซลล์ทุกชนิดของร่างกาย เซลล์เนื้อเยื่อข้อ ต้องการอาหารที่มีประโยชน์ในการทำงาน การเจริญเติบโต และการซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย สึกหรอ
  • ออกกำลังบริหารข้ออย่างถูกวิธี สม่ำเสมอตามควรกับสุขภาพ เพื่อป้องกันข้อยึดติด
  • ป้องกัน ควบคุม รักษาโรคต่างๆที่เป็นปัจจัยเสี่ยง (ดังกล่าวแล้วในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยง) ให้เกิดโรคข้อ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้มีสุขภาพ แข็งแรง ลดโอ กาสติดเชื้อต่างๆ ซึ่งรวมทั้งการติดเชื้อของข้อ

บรรณานุกรม

  1. First aid for soft tissue injury http://www.patient.co.uk/doctor/First-Aid-for-Soft-Tissue-Injuries.htm [2014,March4].
  2. Healthy joint matter http://www.niams.nih.gov/Health_Info/Kids/healthy_joints.asp [2014,March4].
  3. Joint http://en.wikipedia.org/wiki/Joint [2014,March4].
  4. Musculoskeletal Conditions in Australia: A Snapshot, 2001 http://www.abs.gov.au/AUSSTATS/abs@.nsf/0/9E7B7AFA9DF69E20CA2571F60017A972?OpenDocument [2014,March4].
  5. Papa,J. Muscle and joint injury first aid http://www.nhwc.ca/files/12.MUSCLE%20AND%20JOINT%20INJURY%20FIRST%20AID.pdf [2014,March4].
  6. Taking care of your joints http://www.arthritiscare.org.uk/LivingwithArthritis/Self-management/Takingcareofjoints/ [2014,March4].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 4 คน aahealthy tiptop00 Shoppie pjulalak
Frame Bottom