Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ระบบหัวใจและหลอดเลือด  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ความดันโลหิตสูง 

บทนำ

ยาแคปโตพริล (Captopril) จัดอยู่ในกลุ่ม Angiotensin-converting enzyme/ACE inhi bitor (กลุ่มยาลดความดันโลหิตโดยการต้านการทำงานของเอนไซม์ ACE ที่ทำให้หลอดเลือดตีบหดตัว) วงการแพทย์นำมาใช้บำบัดรักษาอาการโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจล้มเหลว ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1975 (พ.ศ.2518) โดยบริษัทยาสควิบบ์ (Squibb)

จากการศึกษาด้านเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic: การศึกษาถึงความเป็นไปของยาเมื่อเข้าสู่ร่างกาย) เกี่ยวกับยาแคปโตพริลพบว่า เมื่อยาผ่านเข้าสู่กระแสเลือดจะจับตัวกับพลาสมาโปรตีน ประมาณ 25 - 30% และถูกส่งไปเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีโดยตับ ร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 2 - 3 ชั่วโมงเพื่อกำจัดยาออกจากกระแสเลือด 50% โดยผ่านมากับน้ำปัสสาวะ

ยาแคปโตพริลถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และระบุเป็นยาทางเลือกในการรักษาความดันโลหิตสูงแบบฉุกเฉิน (Hypertension emergencies) เมื่อสถานพยาบาลไม่มียาฉีดหรือไม่สามารถใช้ยาฉีดในการรักษาได้

ยาแคปโตพริลจัดอยู่ในหมวดยาอันตราย ห้ามใช้กับหญิงตั้งครรภ์ อีกทั้งมีข้อห้ามใช้ ข้อควรระวังหลายประการ การใช้ยาจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

ยาแคปโตพริลมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

แคปโตพริล

ยาแคปโตพริลมีสรรพคุณดังนี้

ยาแคปโตพริลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาแคปโตพริลมีกลไกการออกฤทธ์ โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งไม่ให้ร่างกายเปลี่ยนสาร Angiotensin I ไปเป็น Angiotensin II (Angiotensin: สารที่ทำให้หลอดเลือดตีบหดตัว) ทำให้การหลั่งฮอร์โมนแอลโดสเตอโรน (Aldosterone: ฮอร์โมนออกฤทธ์ที่ไต เพื่อควบคุมปริมาณเกลือแร่โซเดียมและโพแทสเซียม เพื่อช่วยคงความดันโลหิตให้ปกติ) ลดลง และกระตุ้นให้ปริมาณการคั่งของเกลือโซเดียมและน้ำในร่างกายลดลงติดตามมา จึงทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง พร้อมกับส่งผลดีต่อภาวะหัวใจล้มเหลวอีกทางหนึ่ง

ยาแคปโตพริลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาแคปโตพริลจัดจำหน่ายในรูปแบบยาเม็ดขนาดความแรง 12.5 และ 25 มิลลิกรัม/เม็ด

ยาแคปโตพริลมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาแคปโตพริลมีขนาดรับประทานดังนี้

ก. สำหรับความดันโลหิตสูง:

  • ผู้ใหญ่: เริ่มต้นรับประทานที่ 12.5 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น หรือ 6.25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น (โดยใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ) จากนั้นปรับขนาดรับประทานภายใน 2 - 4 สัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นกับการตอบสนองของยากับผู้ป่วย และสามารถคงขนาดรับประทานเป็น 25 - 50 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกินครั้งละ 50 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
  • เด็กทารก: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 10 - 50 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แล้วตรวจสอบความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อประเมินการตอบสนองของร่างกายกับยาแคปโตพริล หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 10 - 50 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง หากจำเป็นสามารถเพิ่มขนาดรับประทานสูงสุดเป็น 2 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน
  • เด็กอายุ 1 เดือน - 12 ปี: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจวัดความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 100 - 300 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ2 - 3ครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 6 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน
  • เด็กอายุ 12 - 18 ปี: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจวัดความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 12.5 - 25 มิลลิกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง โดยแบ่งรับประทาน ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 150 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน

ข. สำหรับภาวะหัวใจล้มเหลว:

  • ผู้ใหญ่: เริ่มต้นรับประทานที่ 6.25 - 12.5 มิลลิกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง ขนาดรับประทานต่อมาคือ 25 มิลลิกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 50 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
  • เด็กทารก: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 10 - 50 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แล้วตรวจสอบความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อประเมินการตอบสนองของร่างกายกับยาแคปโตพริล หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 10 - 50 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง หากจำเป็นสามารถเพิ่มขนาดรับประทานสูงสุดเป็น 2 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน
  • เด็กอายุ 1 เดือน - 12 ปี: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจวัดความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 100 - 300 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุด 6 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน
  • เด็กอายุ 12 - 18 ปี: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจวัดความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 12.5 - 25 มิลลิกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง โดยแบ่งรับประทาน ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 150 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน

ค. สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Post myocardial infarction):

ง. สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไตถูกทำลายโดยโรคเบาหวาน (Diabetic nephropathy)

  • ผู้ใหญ่: ที่มีภาวะโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 500 มิลลิกรัม/24 ชั่วโมง พบในผู้ป่วยเบาหวานชนิด I และมีภาวะเบาหวานขึ้นตา (Retinopathy) รับประทาน 25 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง อาจต้องใช้ร่วมกับยาลดความดันโลหิตตัวอื่น เพื่อให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ
  • เด็กทารก: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 10 - 50 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แล้วตรวจสอบความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อประเมินการตอบสนองของร่างกายกับยาแคปโตพริล หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 10 - 50 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง หากจำเป็นสามารถเพิ่มขนาดรับประทานสูงสุดเป็น 2 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน
  • เด็กอายุ 1 เดือน - 12 ปี: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจวัดความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 100 - 300 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง ขนาดรับประทานสูงสุด 6 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน
  • เด็กอายุ 12 - 18 ปี: ทดสอบเริ่มต้นที่ขนาดรับประทาน 100 ไมโครกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจวัดความดันโลหิตภายใน 1 - 2 ชั่วโมง หากได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ สามารถใช้ขนาดการรักษาที่ 12.5 - 25 มิลลิกรัม วันละ 2 - 3 ครั้ง โดยแบ่งรับประทาน ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 150 มิลลิกรัม/วัน โดยแบ่งรับประทาน

***** หมายเหตุ

การรับประทานยาแคปโตพริลควรรับประทานก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงหรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง การปรับขนาดการรับประทานต้องเป็นไปตามคำสั่งแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น ห้ามมิให้ผู้ป่วยปรับขนาดการรับประทานเอง

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาแคปโตพริล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาแคปโตพริลสามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ยาแคปโตพริลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาแคปโตพริลสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น มีความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว เจ็บหน้าอก ใจสั่น ผื่นคัน ระดับแคลเซียมในกระแสเลือดสูง (อาการ เช่น ซึม วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน) มีโปรตีนขับออกมากับปัสสาวะ(ปัสสาวะเป็นฟอง) ไอ และปวดศีรษะ

  • มีข้อควรระวังการใช้ยาแคปโตพริลอย่างไร?
  • มีข้อควรระวังการใช้ยาแคปโตพริลดังนี้

    ***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาแคปโตพริลด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

    ยาแคปโตพริลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

    ยาแคปโตพริลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่น ดังนี้

    ควรเก็บรักษายาแคปโตพริลอย่างไร?

    ควรเก็บยาแคปโตพริลที่อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส (Celsius) เก็บยาให้พ้นแสง แดดและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

    ยาแคปโตพริลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

    ยาแคปโตพริลที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบรืษัทผู้ผลิต เช่น

    ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
    Capril (แคพริล) Boryung Pharma
    Epsitron (เอพซิทรอน) Remedica
    Gemzil (เจมซิล) Pharmasant Lab
    Tensiomin (เทนซิโอมิน) Egis

    บรรณานุกรม

    1. http://en.wikipedia.org/wiki/Captopril [2014,Aug9]
    2. http://www.mims.com/USA/drug/info/captopril/?type=full&mtype=generic#Dosage [2014,Aug9]
    3. http://www.mims.com/Thailand/drug/search/?q=captopril [2014,Aug9]
    4. http://www.drugs.com/drug-interactions/captopril.html [2014,Aug9]
    5. http://www.drugs.com/cdi/captopril.html [2014,Aug9]



    สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน Sertthaphong Daw283 eurokungza hackerza1231 nmaliwan2537
    Frame Bottom