Frame Top

เมื่อตับถูกกิน (ตอนที่ 4)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
23 พฤษภาคม 2016
เมื่อตับถูกกิน

ทั่วโลกมีคนตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งตับมากกว่า 700,000 รายในแต่ละปี และเสียชีวิตมากกว่า 600,000 รายในแต่ละปี โดย The American Cancer Society’s ได้มีการประมาณถึงการเกิดมะเร็งตับปฐมภูมิของชาวอเมริกัน ในปี พ.ศ.2559 ว่า

  • จะมีการตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 39,230 ราย (เป็นผู้ชาย 28,410 คน และเป็นผู้หญิง 10,820 คน)
  • จะมีประมาณ 27,170 ราย (เป็นผู้ชาย 18,280 คน และเป็นผู้หญิง 8,890 คน) ที่จะเสียชีวิตด้วยโรคนี้

โดยเชื่อว่าอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งตับในปี พ.ศ.2559 จะเกิดเป็น 3 เท่า ของปี พ.ศ.2523 และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

มะเร็งตับเกิดเมื่อมีการกลายพันธุ์ในดีเอ็นเอ ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ได้ เกิดเป็นเนื้องอก (Tumor)

สำหรับปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งตับ ได้แก่

ทั้งนี้ไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซีสามารถติดต่อกันได้ด้วยการใช้เข็มที่ติดเชื้อร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน การถ่ายเลือดที่มีเชื้อ

โดยไวรัสตับอักเสบบีมักจะแสดงอาการมากกว่า เช่น อาการป่วยคล้ายหวัด ตาและผิวเหลือง ในขณะที่ไวรัสตับอักเสบซีไม่ค่อยแสดงอาการ แต่มักจะเป็นเหตุให้ตับถูกทำลายหรือเป็นมะเร็งตับมากกว่า

ส่วนไวรัสตับอักเสบเอและไวรัสตับอักเสบอี ก็สามารถเป็นสาเหตุให้เกิดโรคตับอักเสบ (Hepatitis) แต่ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับ

แหล่งข้อมูล

  1. Liver Cancerhttp://www.cancer.org/cancer/livercancer/ [2016, May 22].
  2. Liver Cancer. http://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/liver-cancer/home/ovc-20198165 [2016, May 22].
Blog
เมื่อตับถูกกิน (ตอนที่ 3) โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Mikgi ppp0nd
Frame Bottom