Frame Top

“เบลล์ พัลซี” ปากที่เบี้ยวครึ่งซีก (ตอนที่ 1)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
19 มิถุนายน 2012

อาการปากเบี้ยวที่เกิดจาดโรค "เบลล์ พัลซี" (Bell’s palsy) หรือใบหน้าอัตพาตครึ่งซีก ได้กลายเป็นโรคยอดฮิตของเหล่าดารานักแสดงไปแล้ว สำหรับล่าสุดนักแสดงสาว "จ๊ะ” จิตตาภา ได้ป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน โดยนักแสดงสาวกล่าวว่า ตื่นนอนขึ้นมาแล้วปวดหัวบริเวณตรงท้ายทอยมาก แต่คิดว่าเป็นไมเกรน จึงกินยาแล้วนอนพัก

พอตื่นมาอีกทีรู้สึกว่า แก้มตึงมาก วิ่งไปดูกระจกแล้วช็อก เพราะพยายามยิ้ม แต่แก้มด้านซ้ายตึงจนปากไม่ขยับและและโหนกแก้มหายไป แพทย์ได้แจ้งกับนักแสดงสาวว่า โรคดังกล่าวเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มาตามอากาศและน้ำ จนเยื่อหุ้มในสมองอักเสบเฉียบพลัน ทำให้ปลายประสาทในสมองเส้นที่ 7 อักเสบ ซึ่งโรคนี้สามารถเป็นได้กับทุกคน

เบลล์ พัลซี (Bell’s palsy) เป็นอาการอัมพาตหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อใบหน้าอันเนื่องมาจากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ผิดปกติ มีหลายสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการอัมพาตที่ใบหน้า เช่น มีเนื้องอกในสมอง (Brain tumor) โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และ โรคลายม์ (Lyme Disease) อย่างไรก็ดีถ้าเป็นอาการที่ไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ก็มักจะเรียกกันว่า โรคปากเบี้ยวเบลล์ พัลซี

โรคนี้ตั้งชื่อตามนักกายวิภาคศาสตร์ชาวสก็อตต์ ชื่อ "ชาร์ลส์ เบลล์"อัมพาต" สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเบลล์ พัลซี นั้นไม่ชัดเจน อาการที่บ่งบอกคือการเป็นอัมพาตบางส่วนหรือทั้งหมดในชั่วเวลาข้ามคืน ประมาณร้อยละ 1 อาจเป็นอัมพาตที่หน้าทั้ง 2 ซีก (Charles Bell) ซึ่งเป็นผู้บรรยายอาการของผู้ป่วยโรคนี้ ส่วนคำว่า "พัลซี" แปลว่า "

เบลล์ พัลซี ทำให้เกิดอาการไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าได้ อัมพาตทำให้เซลล์ประสาทสั่งการได้น้อยลง เส้นประสาทที่ใบหน้าควบคุมการทำงานหลายอย่าง เช่น การกระพริบและปิดตา การยิ้ม การทำหน้าบึ้ง การหลั่งน้ำตา การหลั่งน้ำลาย การยักคิ้ว นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงเส้นประสาทของกล้ามเนื้อในกระดูกรูปโกลน (Stapes) ในหูชั้นกลาง และตัวรับรู้รสจบริเวณด้านหน้า 2 ใน 3 ส่วนของลิ้น

มีความเชื่อกันว่า เชื้อไวรัสบางชนิดที่เรื้อรังหรือยังคงแฝงอยู่โดยไม่ปรากฏอาการ เช่น เชื้อไวรัสวาริเซลา ซอสเตอร์ (VZV = Varicella-zoster virus) และ เชื้อไวรัสเอ็บสไตน์ บาร์ (EBV = Epstein-Barr viruses) ซึ่งอยู่ในตระกูลเฮอร์ปีส์หรือเริม (Herpes family) เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเบลล์ พัลซีอย่างเฉียบพลัน โดยปัจจัยที่ไปกระตุ้นเชื้อไวรัสเหล่านี้ให้กำเริบ อาจเกิดจากการบาดเจ็บเป็นแผล ปัจจัยสิ่งแวดล้อม หรือความผิดปกติของอารมณ์

นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการอักเสบของเส้นประสาทที่ใบหน้า และ/หรือความดันที่กดทับเส้นประสาทที่อยู่ในกะโหลกไปขวางการส่งสัญญาณทางประสาท (Transmission of neural signals) หรือทำลายเส้นประสาท ผู้ป่วยที่มีอาการปากเบี้ยวอาจจะไม่ได้เกิดจากการเป็นเบลล์ พัลซีอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุมาจากการมีเนื้องอก (Tumor) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โรคเบาหวาน (Diabetes mellitus) ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ (Head trauma) โรคติดเชื้ออักเสบของเส้นประสาทสมองอย่างโรคซาร์คอยด์ (Sarcoidosis) หรือโรคบรูเซลโลซิส (Brucellosis) เป็นต้น

บางงานวิจัยระบุว่าเชื้อไวรัสเริม (HSV-1 = Herpes simplex virus type 1) ที่ทำให้เกิดโรคบริเวณใบหน้านั้น ส่วนใหญ่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเบลล์ พัลซี ในขณะที่งานวิจัยอื่นระบุว่า จากจำนวนผู้ที่เป็นเบลล์ พัลซี 176 ราย มีเพียง 31 รายหรือคิดเป็นร้อยละ 18 ที่เกิดจากเชื้อ HSV-1 อีก 45 รายหรือคิดเป็นร้อยละ 26 เกิดจากเชื้อ Herpes zoster (Zoster sine herpete) ดังนั้นสมมติฐานที่ว่าเบลล์ พัลซี ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสเริมนั้นอาจต้องรอการวิจัยเพิ่มเติมต่อไป

แหล่งข้อมูล:

  1. 'จ๊ะ' ปากเบี้ยวเหตุป่วยเครียดกลัวกระทบละคร http://www.komchadluek.net/detail/20120530/131459/จ๊ะปากเบี้ยวเหตุป่วยเครียดกลัวกระทบละคร.html [2012, June 18].
  2. Bell's palsy. http://en.wikipedia.org/wiki/Bell’s_palsy [2012, June 18].
Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน chananchida.koopakorn Job-ss
Frame Bottom