Frame Top

เด็กแอลดี ลูกผีหรือลูกคน (ตอนที่ 4)

โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
26 กรกฎาคม 2012

การวินิจฉัยว่าเด็กเป็นโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning disabilities) (โรคแอลดี) หรือไม่นั้นอาจทำได้ยาก เนื่องจากไม่มีอาการชัดเจนที่เหมือนกันในเด็กทุกคน นอกจากนี้เด็กหลายคนก็พยายามปกปิดปัญหา เราอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นได้ชัดเจนนัก นอกจากคำบ่นของเด็กเกี่ยวกับการบ้านหรือการที่เด็กบางคนไม่อยากไปโรงเรียน

อย่างไรก็ดีอาการต่อไปนี้อาจเป็นสัญญาณบอกถึงการเป็นโรคแอลดีได้

  • ขาดความกระตือรือร้นในการอ่านหรือเขียน
  • มีปัญหาในการจดจำ
  • การทำงานที่ช้า
  • มีปัญหาในการปฏิบัติตามคำสั่ง
  • มีปัญหาในการให้ความสนใจกับงาน
  • มีความเข้าใจยากในความคิดที่เป็นนามธรรม (Abstract ideas)
  • ขาดความตั้งใจในรายละเอียดหรือมีความสนใจในรายละเอียดมากเกินไป
  • ขาดทักษะในการเข้าสังคม
  • ทำข้าวของกระจัดกระจาย (Disruptiveness)

หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษากุมารแพทย์ (Pediatrician) หรือคุณครู อาจต้องมีการพบผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก่อนที่จะวินิจฉัยได้ว่าเด็กเป็นโรคแอลดีหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้รวมถึงนักจิตวิทยาคลีนิก (Clinical psychologist) นักจิตวิทยาโรงเรียน (School psychologist) นักจิตวิทยาด้านการพัฒนาจิต (Developmental psychologist) นักบำบัดด้านอาชีพ (Occupational therapist) หรือ นักบำบัดทางด้านการพูดและภาษา (Speech and language therapist) [รวมทั้งจิตแพทย์ด้วย]

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของเด็ก ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะทำการทดสอบและประเมินผลหลายอย่างก่อนสรุปได้ถึงปัญหาที่แท้จริง ดังนั้น เราจึงควรให้ความสำคัญต่อสัญญานเริ่มแรกของการเป็นโรคแอลดี ขั้นตอนการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแอลดีเป็นอะไรที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างความอึดอัดคับข้องใจให้พ่อแม่มากทีเดียว

สัญญาณดังกล่าวของพัฒนาการของเด็ก ได้แก่ การเดินได้ช้า การพูดได้ช้า หรือการมีปัญหาในการ “เข้าสังคม” (Socialization) ซึ่งบ่งบอกให้ทราบถึงการเป็นโรคแอลดีในเด็กวัยหัดเดินหรือเด็กก่อนเข้าโรงเรียน และเมื่อทราบแน่ชัดว่าเด็กเป็นโรคแอลดีแล้ว พ่อแม่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงช่วยเหลือลูกได้เร็วยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันต้องมีการให้การศึกษาพิเศษที่โรงเรียน ซึ่งเป็นปกติของการรักษาเด็กที่เป็นโรคแอลดี

ในสหรัฐอเมริกาเด็กที่เป็นโรคนี้จะได้รับการศึกษาฟรีในโรงเรียนรัฐบาล หลังจากที่มีการประเมินผลว่าเด็กมีปัญหา นักการศึกษาพิเศษ (Special educator) จะสร้างแผนการเรียนการสอนเฉพาะบุคคล (IEP: Individualized education program : IDP) ให้เด็กว่า เด็กจำเป็นต้องได้รับการดูแลพิเศษอย่างไรที่โรงเรียน

นักการศึกษาพิเศษจะช่วยเด็กให้สร้างจุดเด่น (Strengths) เพื่อชดเชยจุดด้อยของเด็ก (Weaknesses) ความบกพร่องทางการเรียนรู้ไม่ใช่สิ่งที่ขัดขวางต่อการประสบความสำเร็จ ด้วยเครื่องมือที่ถูกต้อง ผู้เป็นโรคนี้จะสามารถเอาชนะต่ออุปสรรคนี้ได้

แหล่งข้อมูล:

  1. Learning Disabilities - Topic Overview. http://children.webmd.com/tc/learning-disabilities-topic-overview [2012, July 25].
  2. Learning Disabilities in Children. http://www.helpguide.org/mental/learning_disabilities.htm [2012, July 25].
Blog

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน admin1 Wannamon bigbookkung
Frame Bottom