Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ช่องปาก  คอ  ผิวหนัง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

เจ็บคอ 

บทนำ

ยาเซธิลไพริดิเนียม (Cetylpyridinium) เป็นสารประกอบประเภทเกลือชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดแกรมบวกที่ตัวยาออกฤทธิ์กว้าง (Broad spectrum) คือครอบคลุมแบคทีเรียได้หลายชนิดรวมถึงหยุดการกระจายตัวของเชื้อราจำพวกยีสต์ (Yeast)

ทางอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยาได้นำยาเซธิลไพริดิเนียมไปผสมเป็นสารละลายประ เภทน้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน ยาประเภทยาลูกอม ยาทาผิว สเปรย์สำหรับพ่นคอ-จมูก

เฉพาะตัวผลิตภัณฑ์ยานี้ที่เป็นน้ำยาบ้วนปากมักจะทำให้เกิดคราบสีน้ำตาลบริเวณซอกฟันและผิวของฟัน แต่ก็สามารถกำจัดออกได้ด้วยการขัดถูบริเวณฟันหรือพบทันตแพทย์เพื่อทำการขัดฟัน

จะพบว่ายาเซธิลไพริดิเนียมถูกนำไปทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพของปากและคอเสียส่วนมาก ผู้บริโภคสามารถขอคำแนะนำก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์จากแพทย์หรือเภสัชกรหรือตรวจ สอบรายละเอียดการใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทจากฉลากยาหรือเอกสารกำกับยาที่แนบมาด้วย กัน

เซธิลไพริดิเนียมมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เซธิลไพริดิเนียม

ยาเซธิลไพริดิเนียมมีสรรพคุณดังนี้เช่น

เซธิลไพริดิเนียมมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

ยาเซธิลไพริดิเนียมจะออกฤทธิ์โดยตัวยาจะเข้าจับกับผนังเซลล์ของเชื้อโรค และรบกวนสม ดุลการซึมผ่านของสารเคมีต่างๆต่อผนังเซลล์ ส่งผลให้เชื้อโรคหยุดการแบ่งเซลล์และตายลงในที่สุด

เซธิลไพริดิเนียมมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเซธิลไพริดิเนียมมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้เช่น

  • ยาลูกอมขนาด 1.4 มิลลิกรัม/เม็ด
  • ยาลูกอมที่ผสมร่วมกับยาอื่นเช่น Cetylpyridinium Cl 1.33 มิลลิกรัม + Benzyl alcohol 6 มิลลิกรัม/เม็ด, และ Benzydamine HCl 1.5 มิลลิกรัม + Cetylpyridinium Cl 1.33 มิลลิกรัม + Pholcodine 5.5 มิลลิกรัม/เม็ด
  • น้ำยาบ้วนปากขนาดความเข้มข้น 0.025 - 0.05%
  • สเปรย์พ่นปากขนาดความเข้มข้น 0.05%
  • ยาเจลที่ผสมร่วมกับยาอื่นเช่น Benzydamine HCl 1% + Cetylpyridinium Cl 0.1%

เซธิลไพริดิเนียมมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาเซธิลไพริดิเนียมมีขนาดการบริหารยา/การใช้ยาดังนี้เช่น

ก. ยาลูกอม:

ข. น้ำยาบ้วนปาก:

  • ผู้ใหญ่และเด็กที่มีอายุมากกว่า 6 ปี: อมน้ำยาบ้วนปากขนาดความเข้มข้น 0.025% ครั้งละประมาณ 15 มิลลิลิตรวันละ 2 - 3 ครั้ง ไม่จำเป็นต้องเจือจางกับน้ำก่อนการอมบ้วน

*อนึ่ง: ไม่แนะนำให้ใช้ยาอมหรือยาบ้วนปากในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะข้อจำกัดที่เด็กอมยาหรือบ้วนยาไม่เป็น จึงมีโอกาสที่จะกลืนยาจนก่อให้เกิดอันตรายได้

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนเสมอ

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาลูกอมหรือยาบ้วนปากหรือยาเซธิลไพริดิเนียม ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมใช้ผลิตภัณฑ์ (อม/บ้วนปาก/สเปรย์) ควรทำอย่างไร?

หากลืมใช้ผลิตภัณฑ์ยาเซธิลไพริดิเนียมสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ฯเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการใช้ผลิตภัณฑ์ฯในครั้งถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ฯเป็น 2 เท่า

เซธิลไพริดิเนียมมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ของยาเซธิลไพริดิเนียมมีดังนี้เช่น

  • ยาลูกอม/ยาเจลป้ายปาก: อาจพบอาการลมพิษขึ้น แสบร้อนภายในปาก
  • น้ำยาบ้วนปาก/สเปรย์พ่นปาก: อาจก่อให้เกิดคราบสีน้ำตาลบนเคลือบฟันหรือแผลในปาก
  • ยาทาผิว: อาจพบอาการระคายเคืองบริเวณที่ทายา

*อนึ่ง: การกลืนหรือได้รับปริมาณยาเซธิลไพริดิเนียมเข้าสู่ร่างกายเป็นปริมาณมาก อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย ซึ่งการรักษาคือให้รักษาตามอาการ

มีข้อควรระวังการใช้เซธิลไพริดิเนียมอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเซธิลไพริดิเนียมดังนี้เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์/แพ้ยาเซธิลไพริดิเนียม
  • ห้ามกลืนผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากโดยเด็ดขาด
  • หยุดการใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากเมื่ออาการแผลในปากไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน หรือเกิดอาการบวม หรือมีผื่นคัน หรือมีไข้ เกิดขึ้นหลังการใช้
  • หยุดการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทยาลูกอมกรณีที่ใช้ 3 วันไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น
  • ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของยาเซธิลไพริดิเนียมกับเด็ก สตรีตั้งครรภ์ และสตรีที่อยู่ในภาวะให้นมบุตร
  • ห้ามใช้ยา/ผลิตภัณฑ์หมดอายุ
  • ห้ามแบ่งยา/ผลิตภัณฑ์ให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามเก็บยา/ผลิตภัณฑ์หมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมผลิตภัณฑ์/ยาเซธิลไพริดิเนียมด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิดและสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติพื้น ฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

เซธิลไพริดิเนียมมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

เนื่องจากยาเซธิลไพริดิเนียมเป็นผลิตภัณฑ์/ยาใช้ภายนอกร่างกาย จึงไม่ค่อยพบเห็นปฏิกิริยาระหว่างยานี้กับยาชนิดรับประทานใดๆ

ควรเก็บรักษาเซธิลไพริดิเนียมอย่างไร?

เก็บผลิตภัณฑ์ของยาเซธิลไพริดิเนียมภายใต้อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (Celsius) ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น ไม่เก็บผลิตภัณฑ์/ยาในห้องน้ำ ยกเว้นผลิตภัณฑ์/ยาประเภทน้ำยาบ้วนปาก เก็บผลิตภัณฑ์/ยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่เก็บผลิตภัณฑ์/ยาในรถยนต์

เซธิลไพริดิเนียมมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเซธิลไพริดิเนียมที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Cepacol (เซพาคอล) sanofi-aventis
Difflam Lozen (ดิฟเฟรม โลเซง) iNova
Difflam Mouth gel (ดิฟเฟรม เม้าท์ เจล) iNova
Orasept (ออราเซพ) Silom Medical

บรรณานุกรม

  1. http://en.wikipedia.org/wiki/Cetylpyridinium_chloride[2015,May23]
  2. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/11505791 [2015,May23]
  3. https://www.mims.com/Thailand/drug/info/Orasept/[2015,May23]
  4. https://www.mims.com/Thailand/drug/info/Cepacol/?type=brief[2015,May23]
  5. http://aac.asm.org/content/49/2/843.long [2015,May23]
  6. http://www.druginfosys.com/Drug.aspx?drugCode=1769&drugName=Cetylpyridinium%20Chloride&type=1 [2015,May23]
  7. http://mouthwash-oral-hygiene.blogspot.com/2015/04/cetylpyridinium-chloride-mouthwash.html [2015,May23]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน sirikul
Frame Bottom