Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ช่องปาก  ผิวหนัง  เภสัชกรรม 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แผลติดเชื้อ 

บทนำ

ยาเจนเชียนไวโอเลต (Gentian violet) หรือคริสตัลไวโอเลต (Crystal violet) เป็นสารเริ่มต้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมการย้อมสีและห้องทดลอง ใช้เพื่อแบ่งประเภทของแบคทีเรียซึ่งมีศัพท์เรียกเฉพาะว่า การย้อมแกรม (Gram’s method)

เจนเชียนไวโอเลตถูกสังเคราะห์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1828 (พ.ศ. 2371) ต่อมาจักษุแพทย์ชาวเยอรมัน Jakob Stilling ค้นพบว่า เจนเชียนไวโอเลตมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ (Yeast, เชื้อราประเภทหนึ่งที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร) และมีรูปแบบยาแผนปัจจุบันเป็นยาน้ำประเภทสารละลายสีม่วง ใช้ทารักษาการติดเชื้อทางผิวหนัง

องค์การอนามัยโลกได้บรรจุยาน้ำเจนเชียนไวโอเลตลงในรายการยาจำเป็นขั้นพื้นฐานของระดับชุมชน คณะกรรมการอาหารและยาของไทยก็ได้บรรจุยานี้ลงในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยระบุการใช้เป็นยาหยอดหูและยาทาภายนอก

ผู้บริโภคสามารถพบเห็นการใช้ยาตาสถานพยาบาลต่างๆ และซื้อหายาน้ำเจนเชียนไวโอเลตได้จากร้านขายยาทั่วไป

เจนเชียนไวโอเลตมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

เจนเชียนไวโอเลต

ยาเจนเชียนไวโอเลตมีสรรพคุณใช้รักษาการติดเชื้อเช่น แบคทีเรีย เชื้อราในช่องปากและ ตาผิวหนังของร่างกาย

เจนเชียนไวโอเลตมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของยาเจนเชียนไวโอเลตคือ ตัวยาจะซึมเข้าผนังเซลล์ของเชื้อโรคและก่อ ให้เกิดภาวะเป็นพิษกับสารพันธุกรรม (DNA) ส่งผลให้เชื้อโรคหยุดการแบ่งเซลล์และตายลงในที่สุด

เจนเชียนไวโอเลตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาเจนเชียนไวโอเลตมีรูปแบบการจัดจำหน่ายดังนี้คือ

  • ยาน้ำชนิดป้ายปากและทาผิวภายนอก ขนาดความเข้มข้น 0.5 และ 1 กรัม/สารละลาย 100 มิลลิลิตร

เจนเชียนไวโอเลตมีขนาดการบริหารยาอย่างไร?

ยาเจนเชียนไวโอเลตมีขนาดการบริหารยา/การใช้ยาดังนี้เช่น

  • ผู้ใหญ่และเด็ก: ใช้ไม้พันสำลีที่สะอาดแต้มด้วยยาเจนเชียนไวโอเลตแล้วป้ายยาในบริเวณที่มีการติดเชื้อในปากหรือตาผิวหนัง วันละ 2 - 3 ครั้งเป็นเวลา 3 วัน หากป้ายยาในปากไม่ควรดื่มน้ำ รับประทานอาหาร หรือยาอื่นตามลงไปทันที เพราะยาที่ป้ายไว้จะถูกลดปริมาณลงไป

*****หมายเหตุ:

  • ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้นไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนเสมอ
  • ]

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาเจนเชียนไวโอเลต ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรดังนี้

หากลืมทายาควรทำอย่างไร?

หากลืมทายาเจนเชียนไวโอเลตสามารถทายาเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการทายาในเวลาถัดไปให้ทายาตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการทายาเป็น 2 เท่า

เจนเชียนไวโอเลตมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาเจนเชียนไวโอเลตสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง) ต่างๆดังนี้เช่น ในผู้ป่วยบางรายยานี้อาจก่อให้เกิดอาการบวมแดงตรงรอยที่ทาหรือระคายเคืองในบริเวณที่ทายา ในกรณีที่แพ้ยา อาจพบอาการหน้าบวม ปากบวม มีผื่นคันขึ้น และหายใจไม่ออก/หายใจลำบาก หากพบอาการดังกล่าวต้องหยุดการใช้ยา แล้วรีบนำตัวผู้ป่วยส่งแพทย์/ส่งโรงพยาบาลโดยทันที

มีข้อควรระวังการใช้เจนเชียนไวโอเลตอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาเจนเชียนไวโอเลตดังนี้เช่น

  • ห้ามใช้กับผู้ที่แพ้ยานี้
  • ห้ามใช้ในบริเวณที่มีบาดแผล
  • ห้ามใช้ยานี้กับเด็กแรกเกิด เด็กทารกที่ยังไม่หย่านมของมารดาด้วยอาจก่อให้เกิดแผลในบริเวณที่ใช้ยา
  • หลีกเลี่ยงการป้ายยานี้ในบริเวณหัวนมมารดาที่ยังเลี้ยงบุตรด้วยน้ำนมตนเอง เพราะจะทำให้หัวนมแห้งและแตกได้
  • การใช้ยากับหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่เลี้ยงบุตรด้วยน้ำนมตนเอง ยังไม่พบรายงานว่าก่อโทษต่อทารก แต่เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลก่อนใช้ยานี้
  • เมื่อใช้ยา 2 - 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรต้องกลับไปพบแพทย์เพื่อประเมินปรับการรักษาใหม่
  • การป้ายยาในปากให้ใช้ปริมาณยาที่เหมาะสม ป้ายตรงบริเวณที่มีการติดเชื้อเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยามากเกินความจำเป็นด้วยผู้ป่วยบางรายอาจกลืนยาและมีอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร - ลำไส้ตามมา
  • ระวังมิให้ยากระเด็นเข้าตา
  • ระวังยาเลอะเสื้อผ้า
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาในรูหูกับผู้ป่วยที่มีเยื่อแก้วหูทะลุ
  • หยุดการใช้ยาทันที หากพบอาการบวม แดง ร้อนในบริเวณที่ทายา
  • ห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นใช้
  • ห้ามใช้ยาหมดอายุ

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาเจนเชียนไวโอเลตด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้งควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

เจนเชียนไวโอเลตมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

เนื่องจากยาเจนเชียนไวโอเลตเป็นยาใช้ภายนอก จึงไม่ค่อยพบเห็นปฏิกิริยาระหว่างยากับยาชนิดรับประทานใดๆ

ควรเก็บรักษาเจนเชียนไวโอเลตอย่างไร?

ควรเก็บยาเจนเชียนไวโอเลตในที่ที่มีอุณหภูมิเย็น ห้ามเก็บยาในช่องแช่แข็งของตู้เย็น ไม่เก็บยาในห้องน้ำ เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น และเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

เจนเชียนไวโอเลตมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาเจนเชียนไวโอเลตที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
ICM Gentian Violet Paint 0.5% BP (ไอซีเอ็ม เจนเชียน ไวโอเลต เพนท์ 0.5% บีพี) ICM Pharma
Gentian Violet Srichand (เจนเชียนไวโอเลต ศรีจันทร์) Srichand
Gentian Violet Sahakarn (เจนเชียนไวโอเลต สหการ) The United Drug (1996)
Pyrad-Violet (ไพเรด-ไวโอเลต) The United Drug (1996)

บรรณานุกรม

1. http://en.wikipedia.org/wiki/Crystal_violet [2015,Jan17]
2. http://www.mayoclinic.org/drugs-supplements/gentian-violet-topical-route/description/drg-20064064 [2015,Jan17]
3. http://drug.fda.moph.go.th:81/nlem.in.th/search?keyword=violet [2015,Jan17]
4. http://www.drugbank.ca/drugs/DB00406 [2015,Jan17]
5. http://www.mims.com/Thailand/drug/search/?q=gentian%20violet [2015,Jan17]



สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Supanut tnkk
Frame Bottom