Frame Top
User

เข้าครัวกับโภชนากร (โรงพยาบาล) :ตอน ทำไม? เราต้องกินโยเกิร์ต

โดย อาจารย์พรพิศ เรืองขจร
22 กุมภาพันธ์ 2014

เชื่อว่าหลายท่านคงรู้จัก โยเกิร์ตและหลายคนคงทานโยเกิร์ตแทบทุกวัน ในเรื่องนี้ขอนำข้อมูลเรื่อง โยเกิร์ต..อาหารยืดอายุ จากHealth & Cuisine มาเล่าสู่กันฟัง ที่เค้าบอกว่าชาวบัลแกเรียอายุยืนและมีสุภาพดี...สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการกินโยเกิร์ตเป็นประจำทุกวัน แต่โยเกิร์ตที่ เขากินกันเป็นโยเกิร์ตที่ผลิตเอง เป็นรสธรรมชาติ ไม่ดัดแปลงและกินกันเป็นล่ำเป็นสันกันเลย วันหนึ่งๆกินเป็นเหยือกๆ

โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวทำมาจากนมที่หมักด้วย เชื้อจุลลินทรีย์ชนิดดีกลุ่ม โพรไบโอบิก ( probiotic) ซึ่งเปลี่ยนน้ำตาลในนมเป็นกรดแลคทิค ทำให้คนที่ขาดน้ำย่อยในนมสามารถ กินนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต ได้โดยท้องไม่อืดหรือท้องเสีย

เหตุผลในการกินโยเกิร์ตเป็นประจำคือ

  • โยเกิร์ตมีแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ป้องกันภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกบาง มีโพแทสเซียมช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง
  • โยเกิร์ต มีจุลลินทรีย์ชนิดดี เปรียบเสมือนพลเมืองดี ช่วยปกป้องผู้ร้าย เช่นช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในผู้สูงอายุด้วย ควรเลือกกินที่มีจุลลินทรีย์ 2 ชนิดขึ้นไปและกินหลายๆยี่ห้อ หมุนเวียนสับเปลี่ยนกัน เพื่อให้ได้รับจุลลินทรีย์หลายชนิดไปช่วยการทำงานของลำไส้
  • ช่วยลดกลิ่นปาก การกินโยเกิร์ตวันละ 2-4 ถ้วย ช่วยลดการเกิดแก้สไข่เน่าหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งทำให้ลมหายใจมีกลิ่น และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือก
  • ช่วยลดการติดเชื้อในช่องคลอด (อีกแน่ะ) เมื่อกินวันละประมาณ 2 ถ้วย นาน 6 เดือนความเสี่ยงในการติดเชื้อราจะลดลง 3 เท่า

มีข่าวดี...ก็ต้องคู่กับข่าวร้าย เห็นไหม! ในโลกนี้ไม่อะไรที่ดีวิเศษไปหมด ข้อควรระวังในการกินโยเกิร์ต คือ

  • โยเกิร์ตมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ สามารถทำให้เสี่ยงต่อการ เสียวฟัน หรือฟันผุได้ วิธีการแก้ไขคือ หลังกินโยเกิร์ตแล้วให้บ้วนปากหลายๆครั้ง รอ 10 นาทีจึงแปรงฟัน
  • โยเกิร์ต ส่วนใหญ่มีไขมัน ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัว ซึ่งทำให้ร่างกายสร้างโคเลสเตอรอล(ไขมันในเลือด) ชนิดเลว LDL เพิ่มขึ้น ควรเลือกกินชนิดที่ไขมันต่ำ ก็คือมันจะทำมาจากนมที่สกัดเอาไขมันออกแล้ว
  • โยเกิร์ต ในประเทศไทยย่อมต้องมีความพิเศษ แตกต่างจากชาวบ้านเขา ตรงที่ขยันเติมโน้นนิดนี้หน่อย เช่น น้ำตาล ผลไม้ต่างๆ บางก็ธัญพืชประเภท ถั่วๆ ข้าวโพด ลูกชิด หรือวุ้น คนกินก็ดีใจหาย หารู้ไหม! ว่ามีน้ำตาลเข้าไปเท่าไร? แล้วก็ไม่รู้ ฉะนั้นเพื่อให้ได้ประโยชน์ที่คุ้มกับที่เสียเงินซื้อ ควรเลือกรสธรรมดาๆธรรมชาติๆ
  • เจ้าเชื้อจุลลินทรีย์ที่แสนจะมีประโยชน์ มันช่างบอบบางเสียเหลือเกิน ส่วนใหญ่พอลงไปถึงกระเพาะอาหารจะตายเพราะกรด ในกระเพาะอาหารนั้นล่ะ ทางทีดีต้องกินอาหารที่มีเส้นใย(ไฟเบอร์) ชนิดที่ละลายน้ำ เพื่อให้จุลลินทรีย์เจริญเติบโตและแบ่งตัวได้ดี เส้นใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำได้ดี คือผัก ผลไม้ ที่เป็นเมือก เป็นวุ้น เช่น ข้าวโอ๊ต กล้วย กระเจี้ยบ มะเขือเทศ สับปะรด ส้ม ฯลฯ

บรรณานุกรม

  1. http://www.inmu.mahidol.ac.th/th/knowledge/index.html[2014,Feb6].

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 2 คน Qwezia King123
Frame Bottom