Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคติดเชื้อ  เด็ก 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผื่น 

บทนำ

โรคอีสุกอีใส หรือหลายท่านเรียกว่า ‘โรคสุกใส’ หรือบางท่านเรียกว่า ‘ไข้อีสุกอีใส’ หรือ ‘ไข้สุกใส’ (Chickenpox หรือ Varicella) เป็นโรคติดต่อที่พบบ่อยโรคหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า วาริเซลลา ซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella zoster virus หรือเรียกย่อว่า VZV/วีซีวี ไวรัส) โดยทั่วไปเป็นโรคพบในเด็กตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบไปจนถึงอายุประมาณ 12 ปี แต่อย่างไรก็ตามพบได้ในทุกอายุทั้ง เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ โดยโอกาสเกิดใกล้เคียงกันทั้งในผู้หญิงและในผู้ชาย

โรคอีสุกอีใสมีอาการอย่างไร?

อีสุกอีใส

อาการพบบ่อยของโรคอีสุกอีไส ได้แก่

ใครมีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคอีสุกอีใส?

ผู้มีปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคอีสุกอีใส ได้แก่

โรคอีสุกอีใสเกิดได้อย่างไร? ติดต่อได้ไหม?

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคติดต่อได้อย่างรวดเร็วมาก แต่น้อยกว่าโรคหัด ทั้งนี้เกิดจากการสัมผัสเชื้อจากผู้ป่วยทั้ง

  • จากละอองเชื้อนี้ในอากาศ จากละอองการไอ จาม การหายใจ และตัวผื่น
  • การสัมผัสเชื้อผู้ป่วยโดยตรง เช่น สัมผัสผื่นที่ผิวหนัง และ/หรือ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำของโรค รวมไปถึงการสัมผัสเสื้อผ้า สิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆของผู้ป่วย

ทั้งนี้:

แพทย์วินิจฉัยโรคอีสุกอีใสได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคอีสุกอีใสได้จาก

โรคอีสุกอีใสมีวิธีรักษาอย่างไร?

เนื่องจากเป็นการติดเชื้อไวรัส การรักษาจึงเป็น

โรคอีสุกอีใสรุนแรงไหม มีผลข้างเคียงอย่างไร?

โดยทั่วไปโรคอีสุกอีใสเป็นโรคไม่รุนแรง/มีการพยากรณ์โรคที่ดี รักษาได้หาย ถึงแม้จะติดต่อได้รวดเร็วก็ตาม ดูแลรักษาหายได้ภายใน 1-2สัปดาห์ และร่างกายจะมีภูมิต้านทานต่อโรคนี้ไปจนตลอดชีวิตคือ ไม่ติดโรคนี้อีก ยกเว้นเมื่อเกิดภาวะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำลง เช่น ติดเชื้อเอชไอวี

ปัจจัยเสี่ยงเกิดโรคอีสุกอีใสรุนแรง:

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของโรคอีสุกอีใส/การเกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่อาจเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ ขึ้นกับ อายุ และสุขภาพร่างกายของผู้ป่วย

โดยความรุนแรงโรคสูงขึ้น (มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงแทรกซ้อนสูงขึ้น)ใน

ผลข้างเคียงจากโรคอีสุกอีใส:

ผลข้างเคียง/ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดในผู้ป่วยโรคอีสุอีใส ที่บางโรคอาจรุนแรงจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้ เช่น

*อนึ่ง เมื่อเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว มักมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคตลอดชีวิต ไม่กลับมาเป็นโรคอีก

ดูแลอย่างไรเมื่อเป็นโรคอีสุกอีใส? ควรพบแพทย์เมื่อไร?พบแพทย์ก่อนนัดเมื่อไหร่?

การดูแลตนเองและดูแลเด็กป่วยด้วยโรคอีสุกอีใส *ที่สำคัญที่สุดคือ

การดูแลอื่นๆนอกจากดังได้กล่าวแล้ว ได้แก่

มีวิธีป้องกันโรคอีสุกอีใสไหม? มีวัคซีนป้องกันโรคไหม?

วิธีป้องกันโรคอีสุกอีใส*ที่สำคัญที่สุด คือ การไม่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ซึ่งทำยากมากเพราะเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย

นอกจากนั้นคือ รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโรค

แต่*การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด ป้องกันโรคได้ถึงประมาณ 90-95% ได้แก่ ‘การฉีดวัคซีนป้องกัน (ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง)’ ซึ่งแพทย์แนะนำให้เริ่มฉีดตั้งแต่อายุได้ 1 ปี โดยเมื่ออายุ 1 -12 ปี และให้ฉีดกระตุ้นเข็มที่ 2 หลังเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน (วัคซีนให้ผลป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต) แต่การฉีดวัคซีนในอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปจนถึงในผู้ใหญ่ ให้ฉีดเข็มที่สองตามหลังเข็มแรกประมาณ 4 - 8 สัปดาห์ซึ่งภูมิคุ้มกันอยู่ได้อย่างน้อยประมาณ 20 ปี (แนะนำอ่านราย ละเอียดวัคซีนนี้เพิ่มเติมในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง วัคซีนอีสุกอีใส)

ฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสมีประโยชน์อะไรอีก? แพ้ไหม? มีข้อห้ามไหม?

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส นอกจากป้องกันโรคได้แล้ว ยังช่วยลดโอกาสเกิดแผลเป็น และช่วยลดความรุนแรงของโรคเมื่อเกิดเป็นโรคอีสุกอีใสหลังฉีดวัคซีนแล้ว

วัคซีนอีสุกอีใสไม่ค่อยก่อให้เกิดผลข้างเคียงแทรกซ้อน ยกเว้น เจ็บ แดง และบวมในตำ แหน่งที่ฉีดยา แต่ในบางคนอาจมีไข้ได้

อย่างไรก็ตาม มีข้อห้ามไม่ให้ฉีดวัคซีนอีสุกอีใสใน

ฉีดวัคซีนแล้วยังเป็นโรคอีสุกอีใสได้อีกไหม?

เมื่อฉีดวัคซีนอีสุกอีใสแล้ว เมื่อสัมผัสเชื้อนี้อีก มีโอกาสเป็นอีสุกอีใสได้ประมาณ 2 - 10% โดย

  • มีอาการเช่นเดียวกับในคนไม่เคยฉีดวัคซีนดังกล่าวแล้ว แต่อาการน้อยกว่ามาก
  • มีผื่นและตุ่มพองน้อยกว่ามาก
  • หายเร็วกว่ามาก อาจภายใน 3 - 7 วัน
  • แต่ยังแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้เหมือนเดิมด้วยวิธีดังได้กล่าวแล้วใน’หัวข้อ อีสุกอีใสเกิดได้อย่างไรฯ’

เมื่อยังไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใสตอนเด็ก ควรฉีดวัคซีนอีสุกอีใสไหม?

เมื่อยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสในตอนเด็ก แต่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีด เพราะจะมีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคได้ตลอดชีวิตดังได้กล่าวแล้ว แต่เมื่อจำไม่ได้ไม่แน่ใจและอยากฉีด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะอาจมีภูมิคุ้มกันโรคนี้อยู่แล้วก็ได้ (ร่าง กายมักสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคบางชนิดได้เมื่อเป็นผู้ใหญ่)

บรรณานุกรม

  1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
  2. https://www.cdc.gov/chickenpox/index.html [2019,Feb16]
  3. https://www.cdc.gov/chickenpox/hcp/index.html [2019,Feb16]
  4. http://en.wikipedia.org/wiki/Chickenpox [2019,Feb16]
  5. http://www.vaccineinformation.org/varicel/qandavax.asp [2019,Feb16]


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน v007
Frame Bottom