Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

มดลูก  สูตินรีเวช 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แพ้ท้อง 

อาการแพ้ท้องคืออะไร?

แพ้ท้อง หรือ อาการแพ้ท้อง (Morning sickness) เป็นความรู้สึกที่ไม่สุขสบายของสตรีที่เริ่มตั้งครรภ์ มักมีอาการ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากอาหาร มีน้ำลายมาก กว่าปกติ แต่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่ออายุครรภ์มากกว่า 3 เดือน

ทำไมสตรีตั้งครรภ์จึงแพ้ท้อง?

แพ้ท้อง

สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ส่วนมากเชื่อว่า เนื่อง จากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับฮอร์โมนต่างๆในร่างกายขณะตั้งครรภ์ เช่น มีการเพิ่มของฮอร์ โมนเอสโตรเจน, ฮอร์โมน Human chorionic gonadotropin (hCG, ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้ง ครรภ์ที่ช่วยการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ผลิตโดยรก), ฮอร์โมน Thyroxine (ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์) นอกจากนั้นฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน ที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้การเคลื่อนไหวของ กระเพาะอาหารและลำไส้ช้าลง ทำให้อาหารย่อยช้า ทำให้เพิ่มความรู้สึก ท้องอืด อึดอัด ไม่สบายในท้องได้เพิ่มขึ้น

อีกปัจจัยหนึ่ง อาจมาจากสภาพจิตใจ เพราะผู้มีจิตใจเข้มแข็งมักไม่มีอาการแพ้ท้อง หรือมีอาการน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่จิตใจอ่อนไหว ความต้องการเรียกร้องความสนใจ ก็เป็นอีกเหตุให้เกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ถ้าสตรีตั้งครรภ์ไม่มีอาการแพ้ท้องถือว่าผิดปกติหรือไม่?

ถ้าตั้งครรภ์แล้วไม่แพ้ท้อง ก็เป็นเรื่องปกติ ถือเป็นความโชคดีอย่างมาก ทั้งนี้ สภาพจิต ใจก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้อาการแพ้ท้องรุนแรงขึ้นหรือไม่มีอาการแพ้ท้องได้

การแพ้ท้องมากผิดปกติ มีอาการอย่างไร?

การแพ้ท้องมากผิดปกติ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Hyperemesis gravidarum คือ การที่สตรีตั้งครรภ์ มีอาการ คลื่นไส้ อาเจียนอย่างมาก ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้ จนทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ น้ำหนักตัวลด (มากกว่า 5% ของน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์) หรือมีการเปลี่ยน แปลงระดับเกลือแร่ในเลือด/ในร่างกาย ก่อให้เกิดความผิดปกติของสารต่างๆในร่างกาย

สาเหตุที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติมีอะไรบ้าง?

สาเหตุที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติ ได้แก่

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติมีอะไรบ้าง?

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติ ได้แก่

หากครรภ์ก่อนแพ้ท้องมาก ครรภ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร?

หากครรภ์แรกแพ้ท้องมาก การตั้งครรภ์ครั้งต่อไปอาจจะ แพ้ท้องมาก หรือแพ้ท้องปกติ หรือไม่แพ้ท้องเลย ก็ได้ ขึ้นกับ สภาพร่างกาย สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อม และปัจจัยเสี่ยงดัง กล่าวในหัวข้อ ปัจจัยเสี่ยงการแพ้ท้องมากผิดปกติ

หากประวัติครอบครัวแพ้ท้องมาก จะแพ้ท้องมากด้วยไหม?

การแพ้ท้องมาก น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการมีประวัติครอบครัวที่แพ้ท้องมาก ยกเว้นกรณีการตั้งครรภ์แฝดที่ส่วนมากจะมีประวัติทางกรรมพันธุ์อยู่แล้ว ซึ่งหากตั้งครรภ์แฝดก็จะมีอาการแพ้ท้องมากกว่าปกติได้

การแพ้ท้องมากผิดปกติมีผลกระทบต่อมารดาและทารกอย่างไร?

ในกรณีแพ้ท้องไม่มากนัก มักไม่มีปัญหา ทำให้ขาดสารอาหารและน้ำที่จะมีผลต่อสุข ภาพมารดาและทารกในครรภ์ โดยทั่วไปอาการแพ้ท้องจะเป็นมากในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ หลังจากนั้นอาการทั้งหลายจะค่อยๆดีขึ้น สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มได้มากขึ้น

แต่ในกรณีที่มีอาการแพ้ท้องมากผิดปกติ สตรีตั้งครรภ์ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เพียงพอ และมีภาวะขาดน้ำด้วย แพทย์ต้องให้ความช่วยเหลือแก้ไขอาการที่แพ้มากเหล่านี้ เพราะหากปล่อยนานไป จะมีผลต่อสุขภาพมารดาและทารกแน่นอน

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีอาการแพ้ท้อง?

ในกรณีแพ้ท้องไม่มากนัก ให้สตรีตั้งครรภ์เข้าใจว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ และคิดแต่ในแง่ดี เพราะมีอีก 1 ชีวิตในครรภ์ที่ต้องดูแล จิตใจจะสดชื่นขึ้น บางครั้งอาการแพ้ท้องจะดีขึ้นโดยไม่ต้องรับประทานยา หากยังมีอาการ สามารถบรรเทาอาการได้ โดยเริ่มจากการบริโภคอาหารธรรมชาติจำพวกสมุนไพร เช่น ดื่มน้ำขิงอุ่นๆ, รับประทานผักผลไม้มากขึ้น, ควรลดอาหารที่มีไข มัน (เช่น ทอด ผัด), ลดปริมาณอาหารในมื้อหนักๆ แต่เปลี่ยนมารับประทานทีละน้อย แต่รับประ ทานบ่อยขึ้น การรับประทานทีละน้อย จะทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น และเร็วขึ้น, นอกจากนี้พยายามหาเวลาพักผ่อน ฟังเพลง ก็ทำให้อาการแพ้ท้องทุเลาลงได้ และโดยทั่วไป สตรีตั้ง ครรภ์ส่วนมากก็จะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้ โดยไม่ต้องรับประทานยาแก้แพ้ท้องจากแพทย์ นอก จากนั้นสามีของสตรีตั้งครรภ์จะมีบทบาทมากในช่วงนี้ หากสามีคอยเอาอกเอาใจใส่ คอยดูแลภรรยาเป็นอย่างดี อาการผิดปกติทุกอย่างจะดีขึ้นเป็นลำดับ

ในอาการแพ้ท้อง บางครั้งสตรีตั้งครรภ์อยากรับประทานอาหารแปลกๆ เช่น รับประทานดิน โดยส่วนตัวผู้เขียนมีความเห็นว่า หากต้องการรับประทานสิ่งที่แปลกมากเกินไปกว่าปกติที่คนแพ้ท้องทั่วไปรับประทานกัน หรือสิ่งที่อาจก่ออันตราย ต้องพยายามหักห้ามใจ หลีกเลี่ยงอา หารประเภทนั้นๆ และควรรีบไปปรึกษาสูตินรีแพทย์

อนึ่ง โดยทั่วไปหากแพ้ท้องไม่มาก ก็ไม่ต้องรับประทานยาแก้แพ้ท้อง ควรปฏิบัติตัวตาม ที่ได้แนะนำมาแล้วข้างต้น อาการจะบรรเทาลงได้ หากมีอาการแพ้ท้องมากจริงๆ ควรไปพบสูตินรีแพทย์ ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจจำเป็นต้องได้รับการให้น้ำเกลือ และต้องตรวจหาสาเหตุที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติ หากไม่สะดวกไปพบแพทย์ จะซื้อยารับประ ทานเอง ควรรับประทานวิตามิน B 6 รับประทานวันละ 3 เวลา หากไม่มีวิตามิน B 6 สามารถใช้วิตามิน B 1 6 12 (หนึ่ง หก สิบสอง) แทนได้ หากใช้แล้วไม่ดีขึ้น ควรไปพบสูตินรีแพทย์ดีที่สุด

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?

โดยทั่วไปหากแพ้ท้องไม่มาก ก็ไม่ต้องรับประทานยาแก้แพ้ท้อง ควรปฏิบัติตัวตามที่แนะนำมาแล้วข้างต้น อาการจะบรรเทาลงได้ แต่หากมีอาการแพ้ท้องมากจริงๆ รับประทานอา หารไม่ได้ อาเจียนตลอด ควรไปพบสูตินรีแพทย์ก่อนนัดเสมอ ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเอง เพราะอาจจำเป็นต้องได้รับการให้น้ำเกลือ และแพทย์ต้องตรวจหาสาเหตุที่ทำให้แพ้ท้องมากผิดปกติด้วย

แพทย์ดูแลรักษาอาการแพ้ท้องอย่างไร?

การดูแลรักษาอาการแพ้ท้องโดยแพทย์ ได้แก่

มีวิธีป้องกันไม่ให้แพ้ท้องได้หรือไม่?

ไม่มีวิธีป้องกันอาการแพ้ท้องเพราะเป็นเรื่องตามธรรมชาติ แต่สิ่งต่อไปนี้จะช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ คือ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทำจิตใจให้สงบ ไม่เครียด
  • รับประทานผักและผลไม้มากๆ
  • งด/ลดอาหารไขมัน อาหารทอด อาหารผัด
  • รับประทานอาหารแต่ละชนิดทีละน้อยแต่บ่อยๆ
  • ไม่ดื่มเหล้า หรือ สูบบุหรี่

บรรณานุกรม

  1. http://americanpregnancy.org/pregnancyhealth/morningsickness.html [2014,Feb26].
  2. http://emedicine.medscape.com/article/254751-overview [2014,Feb26].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 3 คน joklove00 bneieis game1995
Frame Bottom