Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

สมอง  ระบบประสาทวิทยา 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

แขนและขาอ่อนแรง  แขนขาอ่อนแรง 

บทนำ

โรคอัมพาตหรือบางท่านเรียกว่า อาการอัมพาต ในความหมายทั่วไปคือ แขน และ/หรือ ขาขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่มีแรง ใช้งานไม่ได้ ส่วนโรคอัมพฤกษ์หรืออาการอัมพฤกษ์หมายถึงแขน และ/หรือ ขาอ่อนแรงกว่าเดิม ยังพอใช้งานได้ แต่ใช้ได้น้อยกว่าปกติ เช่น อาจชา หยิบจับของหนัก หรือหยิบจับดินสอเพื่อเขียนหนังสือตามปกติไม่ได้ ดังนั้น อัมพฤกษ์จึงมีความรุน แรงน้อยกว่าอัมพาต

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ที่จริงแล้วเป็นอาการของโรคหลอดเลือดสมอง ที่ส่งผลให้สมองขาดเลือดจึงเกิดอาการแขนขาใช้งานไม่ได้หรืออ่อนแรง ซึ่งทั้งอัมพาตและอัมพฤกษ์มีสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการดูแลรักษาเหมือนกัน ต่างกันเพียงความรุนแรงของโรคดังกล่าวแล้ว ในบทนี้จึงจะกล่าวถึงโรคหรืออาการทั้งสองไปพร้อมๆกัน โดยขอเรียกว่า โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ (Stroke) ทางแพทย์เรียกว่า โรคซีวีเอ (CVA, Cerebro vascular accident) หรือศัพท์บัญญัติจากราชบัณฑิตยสถานคือ โรคลมปัจจุบันหรือโรคลมเหตุหลอดเลือด สมอง และนิยามโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ทางการแพทย์คือ อาการผิดปกติที่เกิดจากสมองขาดเลือดเกิดขึ้นนานเกิน 24 ชั่วโมง แต่เมื่ออาการที่ผิดปกติสามารถหายกลับเป็นปกติได้ภายใน 24 ชั่วโมง เรียกว่าเป็นอาการอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ชั่วคราว หรือคือ โรค/อาการ ทีไอเอ (TIA, transient ischemic attack: สมองขาดเลือดชั่วคราว)

นอกจากใช้คำว่า Stroke แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย) ซึ่งเป็นโรคเกิดจากการขาดเลือดเช่นกัน บางท่าน จึงเรียกโรค/อาการนี้ว่า โรค/อาการ Brain attack หรือ โรค/อาการ Acute ischemic cerebro vascular syndrome

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์เป็นโรคพบได้บ่อยโรคหนึ่งในประเทศที่เจริญแล้ว ส่วนในประเทศที่กำลังพัฒนาพบโรคนี้ได้สูงขึ้นถึง 10% ในช่วงพ.ศ. 2533 - 2553 (ค.ศ. 1990 - 2010) ทั้งนี้ทั่วโลก ในปี 2553 มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ประมาณ 17 ล้านคนโดยเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ ส่วนในประเทศไทยสถิติปีพ.ศ. 2553 โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 3 (10%) รองจากโรคมะเร็ง (19%) และโรคหัวใจ (12%) ตามลำดับ

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์พบได้บ่อยในอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป (95%ของผู้ป่วยทั้งหมด) โดยเป็นประมาณ 2 ใน 3 ในผู้ป่วยมีอายุมากกว่า 65 ปี ทั้งนี้พบในผู้ชายบ่อยกว่าในผู้หญิงประมาณ 1.5 เท่า

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์เกิดจากอะไร?

อัมพาต

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์มีสาเหตุเกิดจากสมองขาดเลือดทันทีภายในระยะเวลาเป็นนาทีหรือชั่วโมง ไม่ใช่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึ่งเกิดได้จาก 2 สาเหตุสำคัญคือ หลอดเลือดแดงสมองอุด ตันซึ่งเป็นสาเหตุพบบ่อยกว่า และหลอดเลือดแดงสมองแตก (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง โรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดและชนิดเลือดออก)

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอัมพาตอัมพฤกษ์มีอะไรบ้าง?

จากการศึกษาของโครงการศึกษาระบาดวิทยา โรคหลอดเลือดสมองในประเทศไทยพบว่า ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพาตอัมพฤกษ์ของคนไทยกลุ่มศึกษาได้แก่

อนึ่ง ในประเทศที่พัฒนาแล้วปัจจัยเสี่ยงนอกจากโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงเช่นเดียวกับในคนไทยแล้ว ยังได้แก่ การสูบบุหรี่ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจเต้นรัว เอเอฟ โรคหลอดเลือดแดงแข็ง โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เคยมีอาการอัมพาตอัมพฤกษ์ชั่วคราว (สมองขาดเลือดชั่วคราว) มาแล้ว และอาจจากพันธุกรรม เพราะพบโรคได้สูงขึ้นในคนมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์มีอาการอย่างไร?

อาการจากโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์เป็นอาการที่เกิดทันที เป็นนาทีหรือชั่วโมง โดยอาการขึ้นกับตำแหน่งสมองส่วนที่ขาดเลือด ซึ่งที่พบบ่อยได้แก่

อนึ่ง อาการสำคัญที่สุดที่ช่วยการวินิจฉัยโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ประกอบด้วย 4 อาการหลักที่เรียกว่า ฟาต (FAST) คือ

  • Facial weakness (ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว)
  • Arm weakness (แขนอ่อนแรง ไม่มีแรง)
  • Speech difficult (พูดไม่ชัด พูดไม่ได้)
  • และ Time to act (ทุกอาการเกิดพร้อมกันทันที)

ซึ่งเมื่อมีอาการดังกล่าวให้รีบไปโรงพยาบาลทันที่ โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลฉุกเฉินเบอร์เดียวทั่วประเทศไทยคือ “โทรฯ 1669” สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข (สพฉ.) ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

แนะนำอ่านเพิ่มเติมในบทความ อัมพาตฺ: 270 นาทีชีวิต

แพทย์วินิจฉัยโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ได้จาก ประวัติอาการ การตรวจวัดความดันโลหิต จับชีพจร การตรวจร่างกาย การตรวจร่างกายทางระบบประสาท และวินิจฉัยสาเหตุได้จากประวัติการเจ็บป่วยต่างๆ ประวัติสูบบุหรี่ การตรวจดูค่าน้ำตาลและไขมันในเลือด และการตรวจภาพสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กเอมอาร์ไอ และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ทั้งนี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

รักษาโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์อย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์คือ การรักษาสาเหตุเช่น ผ่าตัดสมองเมื่อเกิดจากหลอดเลือดสมองแตก ใส่สารอุดตันเข้าหลอดเลือดเมื่อเกิดจากโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง ให้ยาละลายลิ่มเลือด เมื่อเกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน นอกจากนั้นคือ ให้การรักษาเพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำ เช่น ให้ยาลดการแข็งตัวของเลือดเพื่อป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด (เช่น แอสไพริน) ให้การรักษาควบคุมโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุเช่น รักษาควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรค เบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง และการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูกล้ามเนื้อแขน/ขา และ/หรือการฝึกพูด

มีผลข้างเคียงจากโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์อย่างไร?

ผลข้างเคียง (ผลแทรกซ้อน) จากโรคอัมพาตและโรคอัมพฤกษ์คือ คุณภาพชีวิตลดลง ความพิการ ความจำ ความคิด สติปัญญาด้อยลง ปัญหาในการทำงาน รายได้ และค่ารักษาพยาบาล ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นอย่างยิ่ง

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์รุนแรงไหม?

โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์เป็นโรครุนแรง ส่งผลให้เสียชีวิตได้ และเมื่อรอดชีวิตมักเกิดความพิการ ซึ่งส่งผลให้เคลื่อนไหวได้น้อย ช่วยตัวเองได้น้อย จึงเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อรุนแรงได้สูงเช่น ติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนั้น โรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์จึงเป็นโรคที่ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งทางสาธารณสุขสังคมและครอบครัว

ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?

การพบแพทย์คือ เมื่อมีอาการดังกล่าวควรต้องรีบไปโรงพยาบาลเป็นการฉุกเฉินเสมอ เพราะเมื่อได้รับการรักษาได้ทันอาจรอดชีวิตและอาจรอดจากความพิการได้

ส่วนเมื่อได้รับการรักษาแล้วและแพทย์อนุญาตให้กลับมาดูแลตนเองที่บ้าน การดูแลตนเอง/การพบแพทย์ที่สำคัญคือ

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเท่าที่ทำได้เสมอ ทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์/พยาบาล/นักกายภาพบำบัดสม่ำเสมอ อย่าหมดกำลังใจเพราะอาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้นช้าๆ แต่โอกาสเป็นปกติมีได้น้อย
  • กินยาต่างๆให้ครบถ้วน ถูกต้อง ไม่ขาดยา เพื่อป้องกันโรคเกิดเป็นซ้ำ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อและเพื่อการมีสุขภาพจิตที่ดี
  • เข้าใจในธรรมชาติของโรค ยอมรับความจริง ปรับตัวให้เข้ากับสภาพ เพื่อลดปัญหาต่อตนเองและต่อครอบครัว หาเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆเพื่อการช่วยเหลือตนเอง
  • จัดบ้าน ห้องพัก และห้องน้ำ เพื่อช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อลดภาระครอบครัว
  • ควบคุมโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยง
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอและรีบพบก่อนนัดเมื่ออาการต่างๆเลวลงหรือผิดไปจากเดิมหรือเมื่อกังวลในอาการ
  • รีบพบแพทย์เมื่อมีไข้สูงเพราะเป็นอาการจากการติดเชื้อ ซึ่งควรต้องรีบรักษาเพราะดังกล่าวแล้วว่ามักเป็นการติดเชื้อรุนแรง

ป้องกันโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์ได้อย่างไร?

การป้องกันโรคอัมพาตโรคอัมพฤกษ์คือ การป้องกัน/หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแล้วที่สำคัญคือ

บรรณานุกรม

1. CDC in Thailand http://www.cdc.gov/globalhealth/countries/thailand/ [2014,Sept27]
2. Poungvarin, N. et al. (2011). Prevalence of stroke and stroke risk factors in Thailands: Thai Epidemiologic Stroke (TES) Study. J Med Assoc Thai. 94, 427-436.
3. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
4. Lambert, M. (2011).AHA/ASA guidelines on prevention of recurrent stroke. Am Fam Physician. 83, 993-1001.
5. Stroke . http://en.wikipedia.org/wiki/Stroke [2014,Sept27]
6. The top 10 cause of dead http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs310/en/ [2014,Sept 27]

Updated 2014, Sept 27

เว็บบอร์ด
User โรคมือเท้าปาก จากโรงเรียนหนูน้อย อาการเจ็บซี่โครง อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และ/หรือของกระดูกซี่โครง ดังนั้นจึงขึ้นกับว่าคุณไปทำอะไรมา เช่น การออกแรงใช้กล้ามเนื้อ/กระดูก.... โดย Tippatai » 02/05/2012

สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom