Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อาการที่เกี่ยวข้อง :

บทนำ

โรคหลอดเลือดอักเสบ (Vasculitis) คือกลุ่มของโรคที่หลอดเลือดมีการอักเสบเกิดขึ้น ซึ่งการอักเสบอาจเกิดได้ทั้งในหลอดเลือดดำ หลอดเลือดแดง หรือหลอดเลือดฝอย และอาจเกิดขึ้นกับหลอดเลือดของอวัยวะในร่างกายเพียงอวัยวะเดียว หรือหลายอวัยวะก็ได้ โรคในกลุ่มนี้มีอยู่หลายโรค อาการค่อนข้างหลากหลาย สาเหตุการเกิดการอักเสบไม่ชัดเจน การดำเนินโรคหรือธรรมชาติของโรคแตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของโรค การรักษาหลักคือการให้ยาต้านการอักเสบ

คำว่า Vasculitis หรือ Angiitis เป็นคำรวมไว้เรียกการอักเสบของหลอดเลือดทุกชนิด หากการอักเสบเกิดขึ้นเฉพาะหลอดเลือดดำจะเรียกว่า Venulitis ถ้าเป็นการอักเสบเฉพาะหลอดเลือดแดงจะเรียกว่า Arteritis

หลอดเลือดอักเสบ เป็นโรคที่พบไม่บ่อย โดยแต่ละโรคของหลอดเลือดอักเสบ จะพบได้ใน อายุ เพศ และเชื้อชาติที่แตกต่างกันไป แต่โดยรวมทั้งหมดสามารถพบได้ทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ และทุกวัย

โรคหลอดเลือดอักเสบมีกี่ชนิด?

โรคของหลอดเลือดอักเสบมีหลายชนิด/หลายโรค เช่น

ได้มีความพยายามจัดแบ่งโรคเหล่านี้ออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาและทำความเข้าใจการเกิดโรค โดยอาศัยเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป เช่น การนำเอาขนาดของเหลอดเลือดมาเป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่มโรค หรือการแบ่งกลุ่มโรคตามอวัยวะที่หลอดเลือดเกิดการอักเสบเป็นหลัก เป็นต้น แต่การแบ่งเช่นนี้ ยังไม่มีการนำมาใช้แพร่หลาย

อะไรเป็นสาเหตุ/ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอักเสบ?

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดหลอดเลือดอักเสบที่ชัดเจน แต่พบว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มครองป้องกันโรคของร่างกายที่ทำงานผิดปกติ รวมทั้งเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมของแต่ละบุคคลด้วย

การศึกษาผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดอักเสบ พบความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มครองป้อง กันโรคที่แตกต่างกันไปในแต่ละโรค เช่น

อนึ่งไวรัสตับอักเสบ บี อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค Polyarteritis nodosa แต่ไม่ใช่ทุกรายของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จะเป็นโรคหลอดเลือดอักเสบชนิดนี้ รวมทั้งผู้ป่วยที่เป็นโรค Polyarteritis nodosa ก็ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ทุกราย ตัวอย่างปัจจัยอื่นๆ เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซี (เกี่ยวข้องกับการเกิดโรค Essential mixed cryoglobulinemia) การได้รับยารักษาโรคบางชนิด การได้รับสาร แอมเฟตตามีน หรือยาเสพติดโคเคน เป็นต้น มีปัจจัยบางอย่างที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคหลอดเลือดอักเสบขึ้นมาได้ แต่ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดอักเสบขึ้นในทุกคน และโรคหลอดเลือดอักเสบแต่ละชนิดในแต่ละคนก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ด้วย ทั้งนี้อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรมของแต่ละคนด้วย ตัวอย่างเช่น การติดเชื้อ

ทั้งนี้โรคออโตอิมมูน/ภูมิแพ้ตนเอง เช่น โรคเอสแอลอี/SLE โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคติดเชื้อ เอชไอวี โรคติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสบางชนิด โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และอื่นๆอีกหลายโรค รวมทั้งอาจเป็นปฏิกิริยาจากการได้รับเลือดหรือได้รับองค์ประกอบของเลือด (เช่น เกล็ดเลือด) และเป็นผลข้างเคียงจากการได้รับยาบางชนิด เป็นต้น นอกจากโรคหลอดเลือดอักเสบที่กล่าวไปแล้ว การเกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบ อาจเป็นส่วนหนึ่งของอาการของโรคอื่นๆได้ เช่น (

ไม่ว่าหลอดเลือดอักเสบ จะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม เมื่อหลอดเลือดเกิดการอักเสบแล้ว ช่องทางเดินของหลอดเลือดก็จะแคบลง ทำให้เลือดไหลมาเลี้ยงเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆไม่สะ ดวก โดยเมื่อการอักเสบเกิดนานเข้า ก็จะเกิดเป็นพังผืดในหลอดเลือด ก่อการอุดตันการไหลของเลือดได้ในที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อเยื่อ/อวัยวะนั้นๆขาดเลือดเกิดเป็นโรคต่างๆขึ้น เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อมีหลอดเลือดหัวใจอักเสบเรื้อรัง และโรคไตเรื้อรัง เมื่อมีหลอดเลือดไตอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

โรคหลอดเลือดอักเสบมีอาการอย่างไร?

ในแต่ละชนิดของโรคหลอดเลือดอักเสบ อาการจะแตกต่างกันไป ขึ้นกับว่า

แพทย์วินิจฉัยโรคหลอดเลือดอักเสบได้อย่างไร?

เนื่องจากโรคหลอดเลือดอักเสบพบได้ค่อนข้างน้อย และอาการอาจคล้ายคลึงกับโรคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หลอดเลือดอักเสบ ในการวินิจฉัยจึงต้องแยกจากโรคอื่นๆ โดยต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษอื่นๆ ร่วมกับอาการต่างๆของผู้ป่วย โดยที่ไม่มีการตรวจพิ เศษชนิดใดเพียงชนิดหนึ่งที่จะชี้เฉพาะว่าเป็นโรคหลอดเลือดอักเสบชนิดใดได้ จึงมักต้องใช้การตรวจหลายๆวิธีร่วมกัน การตรวจต่างๆ เช่น

รักษาโรคหลอดเลือดอักเสบอย่างไร?

แนวทางการรักษาหลักของโรคหลอดเลือดอักเสบ คือ การให้ยาลดการอักเสบ การเลือกชนิดยา ปริมาณยาและวิธีบริหารยาขึ้นกับความรุนแรงของโรค ยาที่ใช้ เช่น ยาในกลุ่ม สเตียรอยด์ และยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย เช่น Cyclophosphamide, Azathio prine, และ Methotrexate เป็นต้น ยาเหล่านี้จะช่วยควบคุมอาการของโรค แต่ไม่สามารถรัก ษาโรคให้หายได้

สำหรับโรค Kawasaki disease การรักษาโดยการให้ยาแอสไพรินในปริมาณสูง และให้สารภูมิคุ้มกัน อิมมูโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) ฉีดเข้าหลอดเลือดดำในระยะแรกๆของโรค ก่อนที่หลอดเลือดจะเกิดการโป่งพอง จะช่วยลดโอกาสการเกิดหลอดเลือดโป่งพอง และลดอัตราการเสียชีวิตลงได้

ในโรคหลอดเลือดอักเสบที่เกิดมีหลอดเลือดโป่งพองขึ้น การรักษาอาจต้องอาศัยการผ่าตัดหลอดเลือด

โรคหลอดเลือดอักเสบรุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?

ธรรมชาติและความรุนแรงของอาการของโรคหลอดเลือดอักเสบ จะแตกต่างกันไปในแต่ละโรคของหลอดเลือดอักเสบ รวมทั้งจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคลด้วย โดยส่วนใหญ่โรคหลอดเลือดอักเสบเป็นโรคเรื้อรัง ในบางโรคและในผู้ป่วยบางคน อาจมีช่วงที่โรคสงบ (เรียกว่า Remission) คือผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆ และสามารถหยุดใช้ยารักษาได้ แต่ในผู้ป่วยบางคนอาจไม่มีระยะที่โรคสงบนี้ และต้องใช้ยารักษาเพื่อควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง ในบางรายอาจไม่ตอบสนองต่อยารักษา ทำให้อาการของโรครุนแรงและอาจทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

ผลข้างเคียงที่สำคัญของหลอดเลือดอักเสบ คือ หลอดเลือดที่อักเสบจะตีบแคบลง จึงส่งผลให้อวัยวะที่มีหลอดเลือดอักเสบขาดเลือด ซึ่งถ้าเป็นอวัยวะสำคัญ จะส่งผลให้มีอาการจากอวัยวะนั้นๆรุนแรง และเสียชีวิตได้ เช่น โรคหัวใจล้มเหลว เมื่อมีหลอดเลือดหัวใจอักเสบ หรือโรคไตเรื้อรัง/ไตวาย เมื่อมีหลอดเลือดไตอักเสบ เป็นต้น

ดูแลตนเองและป้องกันโรคหลอดเลือดอักเสบอย่างไร?

เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดอักเสบที่ชัดเจน จึงยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรค

แต่เนื่องจากการเกิดโรคบางโรคมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ การป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ เป็นต้น

สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดอักเสบ ควรไปพบแพทย์สม่ำเสมอตามนัด เพื่อติดตามอา การต่างๆจากโรค เพื่อประเมินชนิดยาและขนาดยาที่ใช้รักษา และเพื่อติดตามผลข้างเคียงจากการใช้ยา ผู้ป่วยไม่ควรปรับขนาดยา หรือซื้อยากินเอง เนื่องจากยาที่ใช้รักษาโรคเหล่านี้มักมีผล ข้างเคียงที่รุนแรง (เช่น ภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ จึงติดเชื้อต่างๆได้ง่ายและรุนแรง) และที่สำคัญ ไม่ควรใช้ยาสมุนไพร ยาลูกกลอน ยาหม้อต่างๆ เนื่องจากยาเหล่านี้มักมีสารสเตียรอยด์ผสม ซึ่งอาจทำให้ได้รับปริมาณสเตียรอยด์เกิน และเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น เลือดออกในทางเดินอา หาร และโรคกระดูกพรุน

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่

เนื่องจากโรคหลอดเลือดอักเสบเป็นโรคที่มีอาการหลากหลาย ส่วนใหญ่อาการไม่จำเพาะ และมีอาการคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆ จึงไม่มีคำแนะนำเฉพาะสำหรับโรคนี้

แต่โดยรวมแล้ว หากมีอาการผิดปกติต่างๆเกิดขึ้นกับร่างกาย เมื่อใช้ยาสามัญประจำบ้านดูแลตามอาการแล้วไม่ดีขึ้น (เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล/Paracetamol เมื่อมีอาการปวดข้อต่างๆ) ควรพบแพทย์

ทั้งนี้ บ่อยครั้งในโรคกลุ่มนี้ การให้การวินิจฉัยในครั้งแรกของแพทย์อาจไม่ตรงโรคได้ เนื่องจากความหลากหลายของอาการเช่นที่กล่าวมา อีกทั้งไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการใดที่จะชี้เฉพาะว่า เป็นโรคหลอดเลือดอักเสบแต่ละชนิด จึงมักต้องพบแพทย์หลายครั้ง เพื่อทำการวินิจฉัยโรคให้ได้ถูกต้อง

บรรณานุกรม

  1. Anthony S. Fauci, the vasculitis syndromes, in Harrison’s Principles of Internal Medicine, 15th edition, Braunwald , Fauci, Kasper, Hauser, Longo, Jameson (eds). McGrawHill, 2001
  2. What Is Vasculitis? http://www.nhlbi.nih.gov/health/health-topics/topics/vas/ [2012, May 28].
  3. Vasculitis. http://www.emedicinehealth.com/vasculitis/article_em.htm [2012, May 28].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 5 คน benyawat falamrai Amzi Natchanon.few poohpooh
Frame Bottom