Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

ผิวหนัง  ระบบโรคผิวหนัง 

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ผื่น 

บทนำ

สะเก็ดเงิน (Psoriasis/ซอริอะสิส) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่งจากผิวหนังขึ้นผื่นเป็นปื้น แดง หนา คัน เจ็บ และตกสะเก็ดเป็นมันและมีสีเงิน จึงได้ชื่อว่าโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินพบเกิดกับผิวหนังได้ทุกส่วน แต่ที่พบได้บ่อยคือ ผิวหนังส่วนข้อศอก (ด้านนอกไม่ใช่ด้านในข้อพับ) เข่า (ด้านนอกไม่ใช่ส่วนในข้อพับ) ผิวหนังส่วนด้านหลัง หลังมือ หลังเท้า หนังศีรษะ และใบหน้า

โรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ ดังนั้นคนที่สัมผัสคนเป็นโรคสะเก็ดเงินหรือผิวหนังส่วนเกิดโรคหรือแม้แต่สะเก็ดของผิวหนังส่วนเกิดโรคจึงไม่เกิดเป็นโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงินจัดเป็นโรคผิวหนังที่พบได้เรื่อยๆไม่ถึงกับบ่อยมาก เกิดได้ในทุกอายุตั้ง แต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้บ่อยกว่าเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ทั้งนี้โอกาสพบในผู้หญิงและในผู้ชายใกล้เคียงกัน

โรคสะเก็ดเงินเกิดได้อย่างไร?

สะเก็ดเงิน

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคสะเก็ดเงิน แต่จากการศึกษาเชื่อว่า เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันเช่น พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันต้าน ทานโรคผิดปกติต่อการสร้างเซลล์ผิวหนังในบางส่วน ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังส่วนนั้นแบ่งตัวเร็วกว่าปกติร่วมกับเกิดการอักเสบจึงเกิดเป็นปื้น (Plaque) หรือเป็นแผ่นหนา แดง คัน และตกสะเก็ด

มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคสะเก็ดเงินไหม?

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคสะเก็ดเงินที่พบบ่อยได้แก่

โรคสะเก็ดเงินมีอาการอย่างไร?

อาการพบบ่อยของโรคสะเก็ดเงินได้แก่ การเกิดผื่นเป็นปื้นผิดปกติบนผิวหนัง อาจเกิดเพียงจุดเดียวหรือหลายจุดพร้อมๆกันทั่วตัว โดยปื้นมีลักษณะหนา แห้ง แตก แดง คัน และตกสะเก็ดเป็นสีเงิน และเมื่อเกิดที่แขนหรือขามักเกิดพร้อมกันทั้งซ้ายและขวา ซึ่งเมื่อมีอาการมาก อาจมีเลือดออกในปื้นนี้ได้ และ/หรือลุกลามเข้าไปในเล็บ และ/หรือลุกลามมีการอักเสบของข้อต่างๆร่วมด้วย

ปัจจัยกระตุ้นให้อาการรุนแรงได้แก่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ กินยาบางชนิดดัง กล่าวแล้ว (เป็นได้ทั้งปัจจัยเสี่ยงและตัวกระตุ้นให้อาการรุนแรง) อ้วน อากาศหนาว เครียด ติดเชื้อในขณะเกิดอาการ (เช่น เป็นโรคหวัด) และผิวหนังมีบาดแผลร่วมด้วยเช่น มีดบาด

แพทย์วินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินได้อย่างไร?

แพทย์วินิจฉัยโรคสะเก็ดเงินได้จากประวัติอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการใช้ยาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประวัติในครอบครัว การตรวจร่างกาย ตรวจความผิดปกติของผิวหนัง การตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังที่เกิดโรคเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา และอาจมีการตรวจอื่นๆเพิ่มเติมทั้ง นี้ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์

รักษาโรคสะเก็ดเงินอย่างไร?

แนวทางการรักษาโรคสะเก็ดเงินได้แก่ การใช้ยาทา การกินยากดภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย การฉายแสงด้วยแสงยูวี เอ หรือ ยูวี บี จากแสงแดด (UV-A หรือ UV B) การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดบางชนิด และ/หรือการฉายรังสีรักษา ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรงของโรค การดื้อยา และดุลพินิจของแพทย์

มีผลข้างเคียงจากโรคสะเก็ดเงิน ไหม?

ผลข้างเคียงแทรกซ้อนจากโรคสะเก็ดเงินได้แก่ โรคข้ออักเสบ และอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและโรคมะเร็งผิวหนังชนิดไม่ใช่มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา

โรคสะเก็ดเงินรักษาหายไหม?

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคไม่รุนแรง ไม่ทำให้เสียชีวิต แต่เป็นโรคเรื้อรังเป็นๆหายๆตลอดชีวิตแม้จะรักษาอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม และเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้ออักเสบเรื้อรัง โรคมะ เร็งต่อมน้ำเหลืองและโรคมะเร็งผิวหนัง นอกจากนั้นคือ การเสียภาพลักษณ์ซึ่งส่งผลถึงคุณภาพชีวิตสำหรับบางคนได้

ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงิน?

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคสะเก็ดเงินที่สำคัญได้แก่

  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • อาบน้ำโดยใช้สบู่เด็กอ่อน อาจใช้สบู่สำหรับผิวแห้งมาก (สบู่ผสมน้ำมัน) ในบริเวณผิว หนังส่วนเกิดโรค
  • ทายา กินยาตามแพทย์แนะนำอย่างถูกต้อง อย่าขาดยา
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยต่อความรุนแรงของโรคดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • กินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนในทุกวัน พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็ง แรงลดโอกาสติดเชื้อ
  • ตากแดดอ่อนๆทุกวันตามแพทย์/พยาบาลแนะนำ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบก่อนนัดเมื่ออาการต่างๆเลวลง หรือมีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือเมื่อกังวลกับอาการ

ป้องกันโรคสะเก็ดเงิน ได้ไหม?

เนื่องจากเป็นโรคยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดจึงยังไม่มีวิธีป้องกัน ยกเว้นการหลีกเลี่ยงปัจ จัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้และรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สูขบัญญัติแห่งชาติ) เพื่อลดโอกาสติดเชื้อต่างๆ

เมื่อไรจึงควรพบแพทย์?

เมื่อเกิดผื่นทั้งผื่นคันหรือผื่นที่ไม่คัน ที่อาการไม่ดีขึ้นหรืออาการเลวลงภายหลังการดูแลตนเองภายใน 1 สัปดาห์ หรือมีสิ่งผิดปกติต่างๆเช่น แผลเรื้อรัง เป็นๆหายๆ เกิดซ้ำในที่เดียวกันตลอด หรือผิวหนังมีก้อนเนื้อ ควรรีบปรึกษาแพทย์เสมออย่างน้อยภายใน 1 สัปดาห์หลังพบความผิดปกติเพื่อวินิจฉัยแยกโรคว่าไม่ใช่เกิดจากโรคมะเร็ง

บรรณานุกรม

1. Braunwald, E., Fauci, A., Kasper, L., Hauser, S., Longo, D., and Jameson, J. (2001). Harrison’s principles of internal medicine (15th ed.). New York: McGraw-Hill.
2. Luba, K., and Stulberg, D. (2006). Chronic plaque psoriasis. Am Fam Physician, 73, 636-644.
3. Psoriasis http://en.wikipedia.org/wiki/Psoriasis [2015,March14].

Updated 2015, March 14


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ 1 คน Jutaluck
Frame Bottom