Frame Top

ระบบและอวัยวะที่เกี่ยวข้อง :

อาการที่เกี่ยวข้อง :

ไข้ 

บทนำ

การเช็ดตัวลดไข้ (Tepid sponging) เป็นวิธีที่ปฏิบัติกันมาแต่โบราณ โดยอาศัยหลักของการนำความร้อนออกจากร่างกายด้วยน้ำ เป็นวิธีที่ทำได้สะดวก มีอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ใกล้ตัว และสามารถให้ผลลัพธ์ในการช่วยลดไข้ได้ดี โดยเฉพาะในเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีสัดส่วนของพื้นที่ผิวกาย (Body surface area) มากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว ซึ่งจะได้ผลในการลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างรวดเร็ว แต่ผลในการเช็ดตัวจะอยู่ได้ไม่นาน ท่านผู้ดูแลต้องให้ยาลดไข้แก่เด็กร่วมด้วย ซึ่งชนิดและขนาดของยาที่ให้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และต้องไม่รับประทานยาลดไข้นานติดต่อกันเกิน 5 วันโดยไม่ทราบสาเหตุของไข้ และใน 1 วันควรรับประทานยาลดไข้ห่างกัน 4-6 ชั่วโมง โดยใน 1 วันไม่ควรรับประทานติดต่อกันเกิน 5 ครั้ง

ทั้งนี้ การเช็ดตัวลดไข้ จะมีประโยชน์มากหากท่านไม่ต้องการให้เด็กรับประทานยาติดต่อ กันหลายครั้งมาก นอกจากนั้น ยาลดไข้จะใช้เวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 30 นาที ท่านสามารถทำการเช็ดตัวลดไข้ให้บุตรหลานของท่าน ทันทีก่อนยาออกฤทธิ์ เมื่อบุตรหลานของท่านมีไข้ โดยเฉพาะในเด็กที่อายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี ที่มีประวัติชักเมื่อมีไข้สูง (ไข้ชัก) วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้เบื้องต้นได้ดีทีเดียว

ไข้ หมายถึงอะไร?

วิธีเช็ดตัวเด็กลดไข้

ไข้ คือ ภาวะที่เด็กมีอุณหภูมิ

  • มากกว่า 37.4 องศาเซลเซียส (Celsius) เมื่อวัดทางปาก
  • มากกว่า 37.8 องศาเซลเซียส เมื่อวัดทางรักแร้
  • มากกว่า 38 องศาเซลเซียส เมื่อวัดทางทวารหนัก

อะไรเป็นปัจจัยต่ออุณหภูมิของร่างกาย?

ปัจจัยมีผลต่ออุณหภูมิร่างกาย คือ

นอกจากนั้น ควรสังเกต เพื่อแจ้งแพทย์พยาบาล เพราะช่วยการวินิจฉัยหาสาเหตุของไข้ได้ (เชื้อโรคบางชนิด มีลักษณะเฉพาะของการมีไข้) คือ การขึ้นของไข้ว่า มีไข้ในเวลาใด เช่น เช้า กลางวัน กลางคืน รวมทั้งอาจจะมีอาการ หนาวสั่น ร่วมด้วยหรือไม่

การเช็ดตัวลดไข้หมายถึงอะไร?

การเช็ดตัวลดไข้ หมายถึง วิธีการที่ทำให้ความร้อนในร่างกายลดลง โดยการถ่ายเทความร้อน โดยใช้น้ำเป็นตัวช่วยพาความร้อนออกจากร่างกาย จากการใช้ผ้าชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวเด็กอย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ การเช็ดตัว ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จึงช่วยเพิ่มการระบายความร้อน และช่วยให้เด็กรู้สึกสบายตัว

มีวิธีเช็ดตัวเด็กอย่างไร?

วิธีเช็ดตัวเด็กมีดังนี้

การเตรียมอุปกรณ์

ควรเตรียมอุปกรณ์ในการเช็ดตัวไว้ใกล้มือ เพื่อสะดวกในการหยิบ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆได้แก่

  • ปรอทวัดไข้ ในปัจจุบัน มี 2 แบบ คือ
    • ปรอทแบบที่วัดทาง ผิวหนัง/รักแร้ เนื่องจากปัจจุบันจะใช้ปรอทวัดทางก้น/ทางทวารหนักเฉพาะในทารกแรกคลอดเท่านั้น อายุต่อจากนั้นใช้วัดทางรักแร้ทั้งหมด
    • แบบดิจิตอล (Digital) ซึ่งปัจจุบัน มีทั้งแบบวัดทางหูและทางหน้าผาก

    หากเป็นปรอทแบบธรรมดา (วัดทางรักแร้) ใช้เวลาในการวางปรอทให้สัมผัสกับผิวหนังประมาณ 5 นาที หากเป็นดิจิตอล รอให้มีเสียงดังขึ้นที่แสดงว่าเครื่องฯได้อ่านอุณหภูมิเรียบร้อยแล้ว (เมื่อไปพบแพทย์ควรให้ประวัติด้วยว่า อุณหภูมิที่วัดที่บ้านนั้นใช้ปรอทแบบใดวัด วัดวิธีทางใด)

  • นาฬิกา สำหรับไว้จับเวลาว่า เริ่มเช็ดตัวเมื่อไหร่ เช็ดตัวไปนานกี่นาทีแล้ว และเอา ไว้จับเวลา ที่จะวัดอุณหภูมิซ้ำหลังจากเช็ดตัว 30 นาทีในรายที่มีไข้สูงมากกว่า 38.8 องศาเซลเซียส แต่ในรายที่มีประวัติชักจากไข้สูง (ไข้ชัก) ต้องวัดอุณหภูมิซ้ำทุก 10-15 นาที
  • ผ้าเช็ดตัว/ผ้าขนหนูสำหรับรองใต้ตัวเด็กเวลาที่เช็ดตัว เพื่อป้องกันที่นอนหรือบริเวณที่ทำการเช็ดตัวเปียกชื้น และเอาไว้ซับที่ผิวเด็กเมื่อเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้ ผ้าเช็ดตัว ควรมีขนาดใหญ่กว่าตัวเด็กเล็กน้อย
  • ผ้าขนหนูที่อ่อนนุ่มขนาดที่สามารถพันรอบมือของผู้เช็ด ขนาดประมาณ กว้าง 20 x 30 cm. ความหนาของผ้าให้พอเหมาะกับการใช้เช็ดตัวเด็ก (ขึ้นกับความถนัดของแต่ละผู้ดู แลเด็ก) เวลาใช้คือพันรอบมือทั้ง 4 นิ้วเหลือนิ้วโป้งไว้ และพับส่วนปลายตลบมาสอดไว้ที่ฐานของผ้าและวางนิ้วโป้งกดไว้เวลาเช็ดตัว (ดังภาพ)

    วิธีพับผ้าขนหนู

  • กะละมังหรืออ่างน้ำขนาดความจุประมาณ 5 ลิตร
  • เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายบางๆ สำหรับสวมใส่หลังเช็ดตัว
  • น้ำที่จะใช้เช็ดตัว อุณหภูมิน้ำประมาณ 29.4 – 35 องศาเซลเซียส เทน้ำธรรมดาใส่กะละมัง (ขนาด 5 ลิตร) ผสมน้ำร้อนประมาณ 200 ซีซี. หรือ 1 แก้ว เพื่อน้ำจะไม่ร้อนมากเกิน ไป หากครั้งแรกไม่แน่ใจ สามารถใช้ปรอทวัดอุณหภูมิห้อง จุ่มลงไปวัดได้ เมื่อเราจำระดับความร้อนได้ ครั้งต่อไปไม่ต้องวัดด้วยปรอทแล้ว ใช้ข้อศอกหรือหลังมือแตะทดสอบ เพื่อไม่ให้น้ำที่ใช้อุ่นเกินไป ไม่ควรใช้น้ำแข็งหรือแอลกอฮอล์ในการเช็ดตัว จะทำให้เด็กหนาวสั่นได้ง่าย

*****หมายเหตุ ขณะเช็ดตัวลดไข้ หากเด็กมีอาการเริ่มหนาวสั่น ให้หยุดเช็ดตัวทัน ที ห่มด้วยผ้าห่มหรือผ้าขนหนูที่แห้ง จนกระทั่งหยุดสั่น ควรวัดอุณหภูมิของเด็กทุก 10 – 15 นา ที ถ้าเป็นปรอทธรรมดา วัดทางรักแร้ 5 นาที ขณะทำการเช็ดตัว ถ้าเป็นทารกและมีอุณหภูมิกายต่ำกว่า 36.7 องศาเซลเซียส ให้ทำการห่อตัว โดยเฉพาะส่วนศีรษะ ดังภาพ ห่อหุ้มศีรษะ ห่อด้วยผ้าขนหนู เนื่องจากส่วนศีรษะมีพื้นที่ผิวกายคิดเป็นสัดส่วนถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ห่อตัว จนกระทั่งเด็กอุณหภูมิปกติหรือใกล้เคียงปกติ (ประมาณ 37.0 - 37.5 องศาเซลเซียส/ Celsius) จึงหยุดห่อตัว

วิธีห่มตัวเด็ก

วิธีเช็ดตัวลดไข้

  • ให้เด็กปัสสาวะก่อนเช็ดตัว แต่ถ้าไม่ปัสสาวะก็ไม่เป็นไร
  • นำตัวเด็กนอนบนเตียง ในเด็กที่พอยืน/นั่งได้ ถ้าไม่มีเตียงอาจให้เด็กยืนหรือนั่งบนเก้าอี้ได้ แต่ถ้ามีประวัติชักแนะนำให้นั่ง โดยปูผ้าขนหนูรองตัวเด็ก ถอดเสื้อผ้าเด็กออก
  • เมื่ออุปกรณ์ครบ เริ่มทำการเช็ดตัว โดยใช้ผ้าชุบน้ำที่เตรียมไว้ บิดผ้าให้หมาด โดยเริ่มจากแขนและขาก่อน (เพื่อให้เด็กได้ปรับตัวกับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้เช็ดตัว) และเช็ดเข้าสู่ลำตัว ทั้งนี้ทำการเช็ดแขนและขาข้างละ อย่างน้อย 5 นาที ที่ลำตัวหลังและก้นอย่างน้อย 10 -15 นาที วิธีเช็ด โดยเช็ดจากปลายแขนเข้าสู่ต้นแขน เพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ เป็นการพาความเย็นเข้าสู่หัวใจ แล้วหัวใจปั้มเลือดที่มีความเย็นไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิอีกทางหนึ่ง เมื่อลูบผ้าไปตามแขน-ขา ควรมีการพักผ้า ที่ข้อพับต่างๆ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมาเลี้ยงมาก (วิธีนี้จะช่วยให้เลือดพาความเย็นไปด้วยเพิ่มขึ้น) ทำการชุบน้ำใหม่เมื่อผ้าร้อนขึ้นกว่าเดิม
  • ใช้เวลาในการเช็ดตัวอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที โดยอุณหภูมิที่คาดหวังหลังการเช็ดตัวคือ ต่ำกว่า 37.5 องศาเซลเซียส
  • ไม่ควรทาแป้งหลังทำการเช็ดตัว หรือ ห่มผ้าให้เด็ก หรือใส่เสื้อผ้าให้เด็กที่หนาเกินไป เนื่องจากจะขัดขวางการระบายความร้อนออกจากร่างกาย นอกจากนั้น ควรกระตุ้นให้เด็กดื่มน้ำมากๆ

ในขณะที่ทำการเช็ดตัว เด็กเล็กอาจมีการร้องโวยวายได้ จากความไม่สุขสบายตัว ให้ทำการเช็ดตัวด้วยความนุ่มนวล เมื่อเช็ดตัวเสร็จ เด็กจะสบายขึ้น

ในเด็กที่เคยมีประวัติชักจากไข้สูง สามารถทำการวัดอุณหภูมิซ้ำได้ทุก 10-15 นาที และให้รับประทานยาลดไข้สลับกับเช็ดตัวทุก 4 ชั่วโมง แต่ยาลดไข้ให้ได้ไม่เกิน 5 ครั้งต่อวัน หรือให้ยาตามที่แพทย์แนะนำ

วิธีเช็ดตัวนี้ใช้ในผู้ใหญ่ได้ไหม?

วิธีการเช็ดตัวดังกล่าว สามารถปรับใช้ได้กับทุกวัย ตั้งแต่เด็กอ่อนไปจนถึงผู้สูงอายุ

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

แนะนำให้ไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเสมอ ถ้าเด็กมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 เดือน ส่วนในรายที่อายุเกิน 3 เดือน แล้วมีอาการซึม ไม่ยอมดูดนม ไม่รับประทานอาหาร ไม่เล่น มีท้องเสีย อาเจียนมากกว่า 3 ครั้งใน 6 ชั่วโมง ให้รีบพาไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาลเช่นกัน

แต่ถ้าหากมารดา/ผู้ดูแล ดูแล้ว เด็กสามารถ เล่นได้ รับประทานอาหารได้ดี มีไข้ต่ำๆ อาจรอดูอาการได้ แต่ถ้าภายใน 2-3 วันอาการไข้ยังไม่ทุเลา (หรือ 1-2 วันในเด็กอ่อน) ควรพาไปพบแพทย์/ไปโรงพยาบาล

บรรณานุกรม

  1. เกรียงศักดิ์ จีรแพทย์. ( 2553). www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp [2013,March20].
  2. เบญจพร จึงเกรียงไกร . (2552 ). การพยาบาลเพื่อตอบสนองความสุขสบายและการมีสุขอนามัยที่ดี ใน สุปาณี เสนาดิสัย และ มณี อาภานันทิกุล (บรรณาธิการ), คู่มือปฏิบัติการพยาบาล. (หน้า113 – 116) กรุงเทพฯ: บริษัท จุดทอง.
  3. Curchoe, R. M. (2013). Infection, Prevention and Control. In Potter, P.A., Perry, A.G ., Stockert, P. A. & Hall, A. M. (Eds.) Fundamental of Nursing. (8 th ed.). St. Louis: Mosby an affiliate of Elsevier.
  4. Rosdahl, C. B. & Kowalski, M.T. ( 2007). Textbook of Basic Nursing. Lippincott Williams & Wilkins. www.Pharmyaring.com/pic/p_091122204929.doc [2012,Dec6].
  5. WHO. ( 2005). Pocket book of Hospital care for children. Hong kong : Special administrative region. http://www.who.int/ [2011,Jan12].


สมาชิกที่ใช้งานอยู่ขณะนี้ คน
Frame Bottom